หน้าแรกแกลเลอรี่

ทวงคืนเจ้าอาเซียน

ทวงคืนเจ้าอาเซียน

บี บางปะกง

29 พ.ย. 2564 06:00 น.

เรียนคุณ บี บางปะกง ที่นับถือ

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเชียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2020 ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2564 - 1 มกราคม 2565 ที่แดนลอดช่องสิงคโปร์จะเป็นอีกคำรบหนึ่งที่เหล่าขุนพลช้างศึกไทยชุดใหญ่จะได้แสดงพลังหรืออวดศักดาในเชิงกีฬาลูกหนัง เพื่อให้สาวกหรือแฟนบอลชาวไทยและเพื่อนบ้านได้เห็นว่าทีมจากแดนสยามยังแกร่งพอที่จะทวงความเป็นเจ้าอาเซียนคืนกลับมาได้หรือไม่

ที่น่าสนใจสำหรับช้างศึกชุดโฉมใหม่ภายใต้การร่อนตะแกรงของ “นางฟ้าลูกหนัง” มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะผู้จัดการทีมและสตาฟฟ์โค้ชที่มีกุนซือลูกครึ่งเยอรมันบราซิล มาโน โพลกิง เป็นหัวหน้าทีม

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงช้างศึกโฉมใหม่หากส่องเข้าไปดูในรายชื่อผู้เล่นแต่ละตำแหน่งแล้วก็ถือว่าขุนพลชุดนี้เป็นหนึ่งในดรีมทีมที่แฟนลูกหนังชาวไทยพอจะฝากความหวังไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อมองเราก็ต้องย้อนไปมองเขาหรือทีมเพื่อนบ้านในอาเซียนอีก 9 ชาติเช่นเดียว

ที่กล่าวว่าเมื่อมองเราแล้วต้องย้อนไปมองทีมคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะโลกของวงการลูกหนังสมัยนี้ทุกชาติต่างสามารถที่จะเข้าใจและเข้าถึงในแก่นสารของรูปแบบการเล่น รวมทั้งพอจะรู้ทันกันหมดส่วนใครจะก้าวไปสู่เป้าหมายหรือเก็บชัยชนะในแต่ละนัดก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะของนักเตะ รวมทั้งกึ๋นของกุนซือ ตลอดจนระยะเวลาการเตรียมทีมและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับในศึกของการทวงคืนความเป็นหนึ่งหรือเจ้าแห่งอาเซียนครั้งนี้นั้น หากพิจารณาในมิติของความเป็นมงคลหรือโชคชะตาที่จะเข้ามาเป็นพลังหนุนให้กับทีมประสบความสำเร็จนั้นจะเห็นได้ว่าทีมช้างศึกได้ฤกษ์ในการลงสนามนัดแรกในที่ 5 ธันวาคม ซึ่งวันดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าเป็นวันมหามงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย

การเปิดม่านพิสูจน์ฝีเท้ากับ ติมอร์ เลสเต ในวันพ่อแห่งชาตินั้น หากมองในชื่อชั้นช้างศึกไทยคงจะเป็นต่ออยู่หลายขุม 

แต่ในมิติของสมรภูมิลูกหนังเมื่อยังไม่สิ้นเสียงของนกหวีดจากสิงห์เชิ้ตดำ อะไรก็เกิดขึ้นได้ และหากมองในแง่บวก การพบกับติมอร์ฯ ก็ถือได้ว่าเป็นโอกาสดีที่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชจะได้ดูฟอร์มนักเตะ หรือถ้าจะมองอีกด้านหนึ่งก็อาจจะเป็นการซ้อมใหญ่ทดแทนที่ไม่มีโอกาสเตรียมทีมล่วงหน้าดังเพื่อนบ้านก็ว่าได้

มาถึงวันนี้ยิ่งใกล้กับเวลาของการทำศึกต้องยอมรับว่าบรรดาคอลูกหนังหรือแฟนคลับที่มีช้างศึกอยู่ในหัวใจทั่วประเทศต่างจับจ้องแสดงทัศนะกันไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะความหวังและโอกาสในการกลับมาท้าพิสูจน์ศักยภาพ เพื่อสร้างความสุขให้คนในชาติด้วยการนำแชมป์กลับบ้านได้อีกคำรบหรือไม่

สำหรับประเด็นหรือมิติของความหวังและโอกาสในการครองแชมป์ได้หรือไม่นั้นสอดคล้องกับการสำรวจความคิดเห็นของKBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตเรื่อง “ทีมช้างศึกกับความหวังในฟุตบอลแห่งชาติอาเซียน 2020” เมื่อเร็วนี้ ซึ่งผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต่างชี้ว่าทีมช้างศึกไทยมีโอกาสที่จะครองแชมป์และกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้ภายใต้ปัจจัย หรือองค์ประกอบที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ ระยะเวลาการเตรียมทีม ตามด้วยสมรรถนะของนักเตะ สมรรถนะของผู้ฝึกสอนและอื่นๆและที่น่าสนใจในโพลดังกล่าวมีประเด็นที่ไม่อาจจะมองข้ามคือคู่ต่อกรหรือก้างชิ้นใหญ่ที่แฟนลูกหนังต่างเทไปที่นักเตะดาวทองหรือทีมเวียดนามเป็นหลัก

การที่แฟนลูกหนังยกให้เวียดนามเป็นคู่ต่อกรที่น่าเกรงขาม อาจจะเป็นเพราะว่าระยะหลังทีมของเขามีการตื่นตัวและพัฒนาไปมากยิ่งมองในด้านของแรงกิ้ง หรืออันดับที่ฟีฟ่าจัดออกมาล่าสุด พบว่าเวียดนามก็ยังเหนือว่าไทยอยู่หลายขุม

อย่างไรก็ตาม ศึกชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนครั้งนี้นอกจากจะเป็นการท้าพิสูจน์เรื่องฝีเท้าของนักเตะแล้วแต่อีกด้านหนึ่งยังพ่วงไปด้วยเรื่องของวิกฤติศรัทธาที่อาจจตามมาหลอกหลอนสมาคมกีฬาลูกหนังอีกครั้งก็ได้ 

และเหนือสิ่งอื่นใด คือ กึ๋นของเฮดโค้ชมาโน โพลกิง ที่ผู้เกี่ยวข้อง และสันทัดกรณีทางด้านวงการลูกหนังไทยต่างมองว่าวันนี้เขาคือผู้ที่เหมาะกับการกุมบังเหียนช้างศึกมากที่สุด บทพิสูจน์ในศึกนี้จึงจะเป็นคำตอบว่าเขามากความสามารถพอที่จะไปต่อกับช้างศึกไทยได้อีกหรือไม่

แต่ในฐานะแฟนบอลสายเลือดไทยหากพิจารณาในภาพรวมตลอดจนปัจจัยและองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของนักเตะ และทีมงานผู้ฝึกสอนเมื่อมาผนึกพลังกับกองหลังจอมทุ่มเทของผู้จัดการทีมอย่าง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ และการสนับสนุนของสมาคมกีฬาลูกหนังและผู้เกี่ยวข้องด้วยแล้ว

เชื่อว่าทีมช้างศึกน่าที่จะทวงคืนความเป็นเจ้าอาเซียนกลับมาได้ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความสุขและเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2565 ร่วมกับแฟนลูกหนังอีกทางหนึ่งด้วย หรือคอลูกหนังอย่างคุณบีจะว่าอย่างไร

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร


OOOOOOOO

โฟกัสของฟุตบอลไทย...นับจากวันนี้ 

จะถูกพุ่งเป้าไปที่ผลงานของ “ทีมช้างศึก” เป็นหลัก 

ที่ผ่านมา..เราใช้สิทธิของกองเชียร์ชาวไทย วิพากษ์ วิจารณ์ กันมาหมดแล้วในทุกเหลี่ยม ทุกมุม 

ถึงเวลาแล้วล่ะครับ ที่เราจะทำหน้าที่ให้กำลังใจพวกเขา ในการไปบู๊ศึกอาเซียนหนนี้ 

อย่างชนิดเต็มเกียร์ !!!

- บี บางปะกง -  

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

บอลไทยช้างศึกทีมชาติไทยฟุตบอลทีมชาติไทยมาดามแป้งนวลพรรณ ล่ำซำฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2021บอลอาเซียนฟุตบอลอาเซียนอาเซียนคัพฟุตบอลอาเซียนคัพAFF Suzuki Cupเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพข่าวฟุตบอล

วิดีโอแนะนำ

ทีมชาติไทย รับอัดฉีด 26 ล้าน หลังคว้าแชมป์อาเซียน
03:24

ทีมชาติไทย รับอัดฉีด 26 ล้าน หลังคว้าแชมป์อาเซียน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้