โผนายพลตำรวจ ปี 69 สะเด็ดน้ำ “พล.ต.ต.สุพิศาล” วิเคราะห์ จับตา 2 ขั้วอำนาจ “บิ๊กราญ-บิ๊กก้อง” นรต.50 ผงาดยกแผง เดิมพันยาว 10 ปี ส่วนขั้วการเมืองวางตัวระดับผู้บัญชาการภาค
โผระดับนายพลตำรวจ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงปี 2569 เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น หลังการประชุม ก.ตร.เมื่อ 28 ส.ค.69 ที่มีการประชุมแบบข้ามคืน ก่อนผลการพิจารณาจะสะเด็ดน้ำ รอเพียงการโปรดเกล้าฯ ซึ่งโฉมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่าง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เหลืออายุราชการอีก 7 ปี ขณะเดียวกันก็จับตาว่า เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร. ที่อยู่ในกลุ่มนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 ผงาดขึ้นยกแผงหรือไม่ และอาจเดิมพันถึงขั้วอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปอีกถึง 10 ปี
แม้โผตำรวจระดับชั้นนายพล ปี 2569 จะนิ่งแล้ว แต่การจัดกำลังพลระดับหัวแถวในรอบนี้ ก็แสดงถึงขั้วอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติในระยะยาว ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม วิเคราะห์ว่า โผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพลที่ผ่านมติ ก.ตร. ที่ออกมาล่าสุด เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งที่สำคัญระดับสูงจะอยู่ในกลุ่มของนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.คนใหม่ ตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการขึ้นมาเรื่อยๆ และโผในครั้งนี้สามารถแบ่งขุมกำลังอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เป็น 2 สำนักใหญ่ คือ
1. สำนักที่ต้องติดตามคือ เก้าอี้ใน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ที่มีการวางตำแหน่งสำคัญให้กับเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 แทนคนเดิมที่ย้ายออกไป โดยเฉพาะในระดับผู้บังคับการ ซึ่งสายนี้จะอยู่ในเครือข่ายของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ที่อยู่ในนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการสร้างเครือข่ายภายใน บช.ก.
2.ด้านฝั่งนครบาล ยังอยู่ในเครือข่าย นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 ที่อยู่ในฝั่งของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.
ถ้าเปรียบเทียบกำลังในขุมอำนาจของ 2 สำนักใหญ่ มือทำงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 โดยแบ่งเป็นสายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช โดยการจัดโผตำรวจระดับนายพลครั้งนี้จะเห็นได้ชัดใน 2 สายใหญ่ ส่วนตำแหน่งที่เหลือจะเป็นสายการเมือง ที่ส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งอีสานใต้
ส่วนของตำแหน่งผู้บัญชาการในโซนของภาคใต้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งน่าเสียดายโดยเฉพาะพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้
พล.ต.ต.สุพิศาล มองว่า การที่ 2 ขั้วอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนนี้แม้ยังไม่มีเรื่องขัดแย้งกัน แต่ให้จับตาว่าภายในอีก 2 ปี อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งใหญ่ ซึ่งตอนนี้ขุมกำลังของ นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 ทั้งสองฝ่ายได้วางกำลังไว้ และถัดจากรุ่นนี้จะเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 52 ที่ก้าวขึ้นมาในระดับหัวแถว
น่าสนใจว่า การแต่งตั้งในครั้งนี้ ฝั่งของการเมืองมีบทบาทน้อยในการแต่งตั้ง เนื่องจากภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมี 2 กลุ่มใหญ่ ที่ยึดครองเก้าอี้ที่ดูแลกำลังหลัก ส่วนที่เหลือที่จะมีการแบ่งในสัดส่วนของการเมืองจะเป็นในระดับผู้บัญชาการภาค
การยึดครองอำนาจในลักษณะนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมานานกว่า 10 ปี ซึ่งการแต่งตั้งที่เหมาะสมจะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. แต่งตั้งตำรวจปี 2565 แต่ต้องจับตาว่าจะมีคนฟ้องเรื่องการแต่งตั้งไม่เหมาะสมอีกหรือไม่