ตอนที่ 9
อัลบั้ม: 'อาเล็ก-จ๊ะ' ล้วงปัญหาครอบครัว ละครน้ำดี 'วัยแสบสาแหรกขาด'
เรื่องที่ครูระดับหัวหน้าภาคลาออก 6 คนพร้อมกันเขย่าฐานะของกรอย่างแรง นพลักษณ์เรียกกรไปว่ากล่าวอย่างรุนแรงว่าหมดเวลาไปวิ่งเล่นกับ “ลูกน้อง” แล้ว ถึงเวลาต้องทำงานเสียที
กรจะชี้แจง ถูกนพลักษณ์ยกมือห้าม สั่งเด็ดขาดว่า
“พอ! เอาเวลาอธิบายไปหาความจริงเรื่องนี้มาดีกว่า กรน่าจะรู้ว่าควรทำอะไรก่อน อะไรหลัง ระหว่างเด็กนักเรียนไม่กี่คน กับโรงเรียนทั้งโรงเรียน อะไรสำคัญมากกว่ากัน!! ถ้าแค่นี้ยังไม่รู้ จะดูแลโรงเรียนต่อไปได้ยังไง!!”
กรจุก ก้มหน้านิ่งแม้จะคิดแย้งแต่ไม่อยาก ขัดแย้งตอนนี้
กรกลัดกลุ้ม กดดัน เขาไปยืนในห้องที่จัดแสดงรางวัลและประวัติของโรงเรียน ขณะกรดูรูปนพลักษณ์รับรางวัล “โรงเรียนดีเด่นประจำปี 2558” ที่ติดอยู่ที่ผนังห้อง ทรายเข้ามาบอกว่าตนรู้เรื่องจดหมายลาออกของครูแล้ว กรระบายความอัดอั้นว่าตนทำให้แม่ผิดหวังมาก
“คนที่ผิดหวังมากที่สุด คือตัวคุณเองไม่ใช่ผู้อำนวยการ เพราะคุณคือคนที่คาดหวังมากที่สุด”
กรบอกว่าแม่ให้เขาหาข้อมูลว่าทำไมครูถึงได้ลาออก แต่ไม่มีใครยอมบอกเหตุผลกระทั่งบางคน
ไม่ยอมรับสาย ทรายติงว่าเขาถามตรงๆ ไม่มีใครกล้าบอกหรอก แนะว่าต้องถามอ้อมๆ และนอกจากครูที่ลาออกแล้วเขาควรจะสนใจครูที่ยังอยู่ด้วยว่าเขาคิดอะไร ขาดอะไร ต้องการอะไรและดูแลให้ดีที่สุดเพื่อเขาจะได้ไม่ลาออก
แต่กรก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงความคิดของพวกเขาได้ ทรายอาสาจะจัดการให้ ใช้เวลาไม่นานเขาจะได้รู้จักครูของเขามากขึ้น กรพยักหน้าขอบคุณอย่างจริงใจ
“ยินดีค่ะ” ทรายมองไปรอบห้องเอ่ยให้กำลังใจว่า “จะว่าไป ห้องนี้ก็กว้างนะคะ ยังมีที่ว่างให้คุณเอารางวัลมาติดอีกเยอะเลย อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ”
“อื้อ...” กรยิ้มรับอย่างมีกำลังใจ
ooooooo
บรรดาพ่อของเด็กในโครงการต่างตื่นตัวร้อนใจเรื่องลูก มาปรึกษาและเข้าร่วมโครงการ ร่วมมือกับทรายและกรแก้ปัญหาของลูกอย่างจริงจัง
ชัยภูมิพ่อของตังเม คุยกับนวลสราญให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด นวลสราญบอกว่าไม่ต้องห่วง ที่ตังเมเป็นอยู่นี้ คงเป็นกรรมเก่าของตังเมเอง ทุกวันนี้ตนก็สวดมนต์เจริญสติช่วยลูกอยู่แล้ว
ชัยภูมิตะโกนอย่างหมดความอดทนว่าพอแล้วตนปวดหัว บอกนวลสราญว่าจะทำอะไรก็รีบๆทำ สั่งว่า
“เธอก็ไปย้ำเค้าอีกทีก็แล้วกัน บอกไปเลยจะเอาเงินเท่าไรก็บอกมา ทำยังไงก็ได้ให้มันเป็นเหมือนเด็กปกติ แพงเท่าไหร่ฉันก็ยอมจ่าย”
ชัยภูมิก็ยังคงคิดว่าเงินสามารถแก้ปัญหาของตังเมได้อยู่ดี!
ฝ่ายภูทองคุยกับดุจฤทัย เรื่องการโกหกของโชกุน ดุจฤทัยย้อนว่าอยากให้ลูกเลิกโกหกก็ให้เขาทำเป็นแบบอย่าง
“ได้ ต่อไปผมจะเลิกโกหก ส่วนคุณก็เลิกจู้จี้จุกจิก ขี้บ่น ชอบบังคับ เจ้าระเบียบ และกดดันคนอื่นด้วยความคาดหวังสักที” ดุจฤทัยปรี๊ดแตกทันที ภูทองชี้ว่าพอตนพูดความจริงเธอก็รับไม่ได้ รวบรัดบอกว่า “ฟังนะ
ต่อไปนี้หน้าที่ของผมคือพูดความจริง หน้าที่ของคุณคือหัดรับความจริงให้ได้ เพราะมันคือสิ่งที่คุณต้องฟัง!! ผมเลิกโกหก คุณเลิกจู้จี้แล้วมาดูสิว่าลูกจะดีขึ้นหรือเปล่า”
ดุจฤทัยอึ้งกับการเปลี่ยนแปลงของภูทอง และเริ่มยอมรับความจริง...
จักรินทร์พ่อของปิ๊กปิ๊กหันหน้าคุยกับตรีทิพย์เรื่องปิ๊กปิ๊กกำลังจะกลายเป็นหัวขโมย แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะตรีทิพย์โต้ว่าลูกก็เลียนแบบจากผู้หญิงที่มา
ขโมยพ่อเขาไป จักรินทร์พูดจริงจังว่าเธอต้องมีเวลาให้ลูกมากกว่านี้ อย่าปล่อยลูกอยู่กับขโมยโดยไม่รู้ตัว
“นี่คุณด่าฉันหรือ คุณว่าฉันไม่ดูลูก คุณก็มาดูเองสิ มัวแต่ไปขลุกอยู่กับอีหนู มาเล้ย...มาอยู่กับลูก มาหาสิว่าใครเป็นหัวขโมย ว่างหรือเปล่าล่ะ จะได้รู้กันไปว่าใครเป็นหัวขโมยกันแน่”
ดอกแคฟังอยู่ตลอดเวลา สะดุ้งเฮือก เครียดจัด ประสาวัวสันหลังหวะ!!
ooooooo
ยอดยุทธหลับอยู่ในห้องโรงพยาบาล เป็นสุขกับลูกหว้าทำอาหารที่พ่อและหวายชอบเอามาให้ พอยอดยุทธขยับตัวตื่นต่างก็รีบกลับกลัวโดนด่าโดนไล่ เพราะวันที่เป็นสุขพาลูกหว้าออกจากบ้านนั้น ยอดยุทธประกาศว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก
ยอดยุทธตื่นมาร้องขอน้ำกิน หวายรีบไปเอาน้ำมาป้อนให้พ่ออย่างอ่อนโยน มองพ่ออย่างไม่เข้าใจว่า...
“ทำไมพ่อถึงต้องเป็นแบบนี้ ทำไมพ่อไม่ปกติ ครอบครัวจะได้ปกติ...”
ฉัตร พ่อของมินนี่ เอารูปครอบครัวมาวางประดับในห้องนั่งเล่นเพื่อให้มินนี่รู้ว่าพ่อพร้อมอยู่เคียงข้างเขาเสมอ พีรดาเย้ยว่ามินนี่มีแม่คนเดียวก็พอแล้ว และที่ฉัตรบอกว่าไม่อยากให้มินนี่อยู่กับสื่อออนไลน์มากเกินไป พีรดาก็โต้ว่า
“ไอ้โลกออนไลน์ โลกไซเบอร์ มันไม่ได้มีอันตรายอะไร มันทำอะไรมินนี่ไม่ได้ อย่าเว่อร์!!”
แต่ความจริงหารู้ไม่ว่ามินนี่กำลังไลน์คุยกับเคนอยู่ด้วยอารมณ์ฟุ้งซ่านประสาวัยรุ่น
เคนใช้ความหนุ่มหล่อและปากหวาน รุกในยามที่มินนี่กำลังอยู่ในความสับสนผิดหวังเสียใจที่ถูกสังคมโซเชียลประณามเรื่องมีพ่อเป็นเกย์ ในยามนี้จึงมีแต่เคนเป็นที่พึ่งทางใจ เคนรุกเร้าอารมณ์วัยรุ่นของมินนี่ ขณะออกกำลังกายในฟิตเนส เคนถอดเสื้อออกนุ่งกางเกงกีฬาตัวเดียวถ่ายรูปเซ็กซี่ตัวเองไลน์ไปให้ ชวนมาออกกำลังด้วยกัน มินนี่ดูรูปแล้วทั้งเคลิ้มทั้งเขิน
เคนอ้อนให้มินนี่ส่งรูปตัวเองให้ดูบ้าง ทีแรกมินนี่บ่ายเบี่ยงแต่พอเคนตัดพ้ออ้อนว่าไม่ไว้ใจตน มินนี่กลัวเคนโกรธจึงเซลฟี่ตัวเองในชุดสายเดี่ยวเห็นเนินอกส่งไปให้ เคนไลน์มาอย่างกระสันว่า
“เซ็กซี่มากอ่ะ...อยากไปหาตอนนี้เลย...”
มินนี่อ่านแล้วล้มตัวนอนเอาผ้าห่มมากอดม้วนตัวไปมาเขินสุดๆ
ooooooo
ทรายกับปาล์มช่วยกันทำแบบสอบถามไปยังบรรดาครู สรุปแล้วเอาให้กรดู กรเอาไปรายงาน นพลักษณ์ว่า
“ครูส่วนใหญ่มีความคิดว่าการเป็นครูในโรงเรียนเอกชนขาดหลักประกัน มีความไม่มั่นคง การทำงานค่อนข้างหนักและการแข่งขันในระบบสูง หลายคนมีความคิดที่จะเปลี่ยนงานทันทีถ้ามีข้อเสนอที่ดีกว่า” กรชี้แจงเพิ่มเติมว่า “สำหรับเหตุผลที่ลึกกว่านั้น ผมพยายามติดต่อครูที่ลาออก แต่ยังไม่มีใครพร้อมที่จะคุย”
นพลักษณ์พยักหน้ารับรู้เพราะตนก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน กรมีข้อสังเกตว่าการที่ครูลาออกไปพร้อมๆกันแบบนี้ต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ ถ้ามีข้อมูลอะไรคืบหน้าจะรีบรายงานทันที
“ข้อมูลในรายงานน่าสนใจมาก แม่ดีใจที่ลูกเริ่มรู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในตอนนี้” นพลักษณ์พอใจ แต่พอกรบอกว่างานนี้ทรายกับปาล์มช่วยกันทำรายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะทรายเป็นคนแนะนำให้ตนทำ นพลักษณ์ก็ชะงักกึกไปทันที
กรขอบใจที่ทรายช่วยทำข้อมูลและคุณแม่ท่านชอบมาก ทรายเหน็บนิดๆว่าตนทำหน้าที่ของ “เพื่อนที่ดี” เท่านั้น เมื่อกรรู้ว่าพรุ่งนี้ทรายนัดภูทองกับดุจฤทัยตอนเช้า นัดปิ๊กปิ๊กตอนสายและบ่ายนัดนวลสราญ
กรบอกว่าเยอะนะ ถามว่าตนใช้งานเธอมากไปหรือเปล่า อาสาจะดูแลปิ๊กปิ๊กเอง ทรายโอเคด้วยความยินดี
ooooooo
ทรายไปคุยกับภูทองและโชกุนที่ผับร่ำสุราให้โชกุนเล่าเรื่องที่เกิดวันนั้นให้ฟังว่าคิดอย่างไรจึงทำอย่างนั้น
โชกุนชะงักไปนิดหนึ่ง พอตั้งหลักได้ก็เล่าเป็นตุ เป็นตะว่า
“วันนั้นโชเป็นห่วงพ่อ ไม่อยากให้พ่อเดือดร้อน เพราะพวกมันมากันตั้งหลายสิบคน มีทั้งปืน ทั้งมีด มาตามหาพ่อ ตอนนั้นโชกลัวมากๆ พวกนั้นบอกว่าจะฆ่าพ่อ จะเอาให้ตาย โช...โชไม่อยากให้มันเจอพ่อ ครูทรายไม่เห็น มันมากันเยอะมากๆเลยนะครับ มันน่ากลัวมากๆ มีทั้งคนที่มีปืน มีมีดอันใหญ่มากๆ บางคนมีระเบิดด้วยครับ มันน่ากลัวมากจริงๆครับ”
โชกุนกุเรื่องเล่าเป็นตุเป็นตะหน้าซื่อตาใส ทรายฟังนิ่งๆ แต่ภูทองเครียด เมื่อโชกุนไม่อยู่ ภูทองบอกกับทรายว่า
“สิ่งที่โชพูดมันไม่จริงเลยครับ ไม่มีปืน ไม่มีมีด ไม่มีระเบิดและนักเลงก็มากันแค่สองคน”
ทรายบอกให้ภูทองบันทึกเหตุการณ์ก่อนและหลังการโกหกของโชกุนอย่างละเอียด เพราะข้อมูลนี้จะทำให้เรารู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้โชกุนโกหก เพื่อการช่วยเหลือที่ถูกจุดต่อไป ภูทองพยักหน้า รับปากว่าจะตั้งใจบันทึกอย่างละเอียดที่สุด บอกทรายว่าถ้ามีอะไรที่ตนทำได้อีกให้บอก “ผมพร้อมทำทุกอย่าง...เพื่อลูก!!”
เมื่อกรไปที่บ้านปิ๊กปิ๊ก ดอกแคบอกว่าเพิ่งออกไปเรียนเปียโนเมื่อกี๊นี้เอง เรื่องขโมยของอะไรก็ไม่มี ตั้งแต่ปิดเทอมมานี่ปิ๊กปิ๊กเป็นเด็กน่ารักมาก พูดแล้วรีบขอตัวไป เมื่อกรไปเล่าให้จักรินทร์ฟังจึงรู้ว่าจักรินทร์ให้ตรีทิพย์จดบันทึก แต่ตรีทิพย์เอาไปให้ดอกแคจด
กรถามว่าดอกแคเป็นใครมาจากไหน จักรินทร์ก็ไม่รู้ ถามกรว่ามีอะไรหรือเปล่า
“ผมก็แค่อยากรู้ เพราะดอกแคคือคนที่อยู่กับปิ๊กปิ๊กมากที่สุด รู้จักที่มาที่ไป อุปนิสัยเอาไว้บ้างก็ดีนะครับ จะได้รู้ว่าเราฝากลูกไว้กับคนแบบไหน และเขามีคุณสมบัติดีพอที่จะดูแลลูกเราหรือเปล่า”
ooooooo
ทรายไปหานวลสราญที่บ้าน รู้ว่าตังเมไปอยู่ที่บ้านใหญ่ก็ชวนไปหาด้วยกัน นวลสราญปฏิเสธอ้างว่าต้องไปช่วยแม่ชีที่วัดดูแลเด็กๆ ปิดเทอมเด็กๆ มาปฏิบัติธรรมกันเยอะ
ทรายบอกว่าตังเมก็ต้องการการดูแลเหมือนกัน ไม่ไปวัดสักวันสองวันแล้วไปหาตังเมด้วยกัน นวลสราญอ้างว่าที่บ้านใหญ่มีพี่ๆน้องๆช่วยกันดูแลแล้วตนไม่ไปตังเมก็ไม่คิดมากหรอก
“สำหรับเด็ก ต่อให้มีคนล้านคนก็ไม่สำคัญเท่า ‘แม่’ คนเดียวนะคะ ตอนนี้คุณชัยภูมิ ‘เปิดไฟเขียว’ ให้ทรายดูแลตังเมอย่างเต็มที่ แล้วคุณนวลล่ะคะ เมื่อไหร่จะยอม ‘เปิดประตู’ ออกจากโลกส่วนตัวและรับรู้เรื่องตังเมในโลกความเป็นจริง...ตังเมรอคุณแม่อยู่นะคะ”
แต่นวลสราญยังคงสงบนิ่งอยู่ในกรอบที่สร้างขึ้นปกป้องตัวเอง...
ชีวิตจริงของตังเมอยู่ที่บ้านใหญ่คือนอกจากถูกลูกๆ และญาติของเจ๊บ๊วยดูถูกเยาะเย้ย เหยียดหยามว่าเป็นลูกเมียน้อย เป็นบ้าเหมือนแม่ ต่างๆนานาแล้ว วันนี้เจ๊บ๊วยมากำหนดตารางเวลาทุกชั่วโมงของตังเมตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน และให้ไปเล่นกีฬาจะตีกอล์ฟหรือเทนนิสให้เลือกเอาเพื่อจะส่งไปแข่งขันเอาเงินถอนทุนคืนจากที่ต้องจ้างโค้ชมาสอน ตังเมบอกว่าตนไม่ชอบทั้งสองอย่าง
“ไม่ได้ถามว่าชอบหรือไม่ชอบ ให้เลือกก็เลือกมา ถ้าไม่เลือกฉันจะเลือกให้เธอเอง”
เมื่อเจ๊บ๊วยออกไป ตังเมร้องอย่างอัดอั้นว่า “แม่...เมอยากกลับบ้าน” แล้วตังเมก็โทรศัพท์บอกให้นวลสราญมารับกลับบ้าน นวลสราญกลับบอกให้อดทนหน่อยกลับตอนนี้ เดี๋ยวพ่อจะโกรธเอา
“อะไรก็พ่อๆๆๆ แม่ห่วงแต่พ่อ กลัวพ่อโกรธ กลัวพ่อว่า แต่แม่ไม่เคยห่วงเม แม่ไม่เคยรักเม!!!”
ตังเมวางสายแล้วมองหาอาวุธที่จะทำร้ายตัวเองเมื่อไม่มีก็เอาหัวโขกกำแพงร้องไห้อย่างอัดอั้น
นวลสราญเครียด พยายามโทร.กลับไป แต่...ตังเมปิดเครื่องไปแล้ว...
ยอดยุทธพ่อของหวายที่ดุดันใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา บอกกรที่ไปคุยด้วยว่าการชกต่อยกันของหวายเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย เมื่อหวายคุยกับกร เขารำพึงว่า
“จะมีวันที่พ่อเข้าใจสิ่งที่ผมเป็นอยู่ไหมครับ? พ่อมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมไม่มีความสุข ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น” กรบอกว่าเราบังคับให้คนอื่นคิดเหมือนเราไม่ได้ บอกหวายว่าอยากให้บอกพ่อเรื่องที่เขาเข้าโครงการไม่อยากให้เขาโกหกพ่อเพราะความลับไม่มีในโลก
พอหวายขอตัวเข้าไปดูแลพ่อ กรก็ได้รับโทรศัพท์จากทรายบอกว่าฉัตรเจอตัวคนที่ทำเพจแอนตี้แล้ว เขาจึงรีบกลับไป
ในที่สุดไอซ์ซิ่งก็ถูกจับได้ว่าเป็นคนทำเพจแอนตี้มินนี่ ฉัตรกับทรายมาที่บ้านเพราะรู้ว่ามินนี่กับไอซ์ซิ่งกำลังดูแท็บเล็ตละครเวอร์จิ้นภาค 2 อยู่ด้วยกัน แม้จะถูกจับได้แต่ไอซ์ซิ่งไม่สะทกสะท้าน โทษว่าเพราะตนถูกมินนี่กดขี่ข่มเหงทำตัวเด่นอยู่คนเดียวไม่พอใจอะไรก็เหวี่ยง ก็วีนใส่ มินนี่กระชากไอซ์ซิ่งเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อก พวกผู้ใหญ่ตกใจรีบหาทางเข้าไป
มินนี่ผิดหวังเสียใจที่เพื่อนรักที่สุด สนิทที่สุด
ทำกับตนขนาดนี้ เธอกรี๊ดอย่างสติแตก พอดีพีรดาเอา กุญแจสำรองห้องน้ำมาเปิดเข้าไป ทรายรีบเข้าไปกอดมินนี่ปลอบให้ใจเย็นๆ ส่วนกรพาไอซ์ซิ่งแยกไปคุยกันต่างหาก
จากการสอบถามพูดคุยของกร เขาบอกไอซ์ซิ่งว่าเรื่องนี้ต้องแจ้งผู้ปกครองทราบ ไอซ์ซิ่งบอกว่าตนอยู่คนเดียวพ่ออยู่อเมริกา แม่อยู่ออสเตรเลีย ตนไม่แคร์ใคร แต่พอกรบอกว่าจะแจ้งตำรวจฐานทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไอซ์ซิ่งตกใจกลัวติดคุกจึงยอมลบเพจแอนตี้ ลบรูปและข้อความทิ้งทั้งหมด อ้อนวอนกรว่าอย่าแจ้งตำรวจเลย สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว
เคน “นกรู้” ไลน์มาคุยกับมินนี่ว่าเพจแอนตี้ปิดไปแล้วสบายใจขึ้นหรือยัง มินนี่ตอบว่ายังจิตตกเพราะไม่คิดว่าเพื่อนรักจะทำกันแบบนี้ เคนได้ทีปากหวานทำ คะแนนให้ตัวเองว่า “คนอื่นไม่รู้ แต่มินนี่ไว้ใจพี่ได้นะ” แล้วส่งสติกเกอร์รูปคนส่งดอกไม้ให้ มินนี่ซึ้งมากขอบคุณกลับไปและส่งสติกเกอร์ซึ้งใจให้
ที่แท้เคนอยู่กับเจล วัยรุ่นใจแตกเปรี้ยวจี๊ดที่อพาร์ตเมนต์ของเขา กำลังเล่นเกมเพลย์อย่างเมามัน เจลถามว่าคุยกับใคร เคนบอกว่าคุยกับพี่หวานจ๋อยเรื่องงานวันพรุ่งนี้ แล้วรีบเก็บโทรศัพท์หันไปอ้อนเจลขอเล่นด้วยคนแล้วนัวเนียกันนุงนัง
ฝ่ายมินนี่ไลน์คุยกับเคนแล้วก็ยิ้มมีความสุขกับข้อความหลอกลวงที่เคนส่งมา...
ooooooo
ปุ่นยังเป็นเพื่อนที่แสนดีของหวายตลอดมา นอกจากช่วยเรื่องการเรียนแล้วคุณพ่อที่เป็นหมอเจ้าของไข้ยอดยุทธยังดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย แต่ยอดยุทธกลับรำคาญกับการตรวจเช็กของหมอร่ำร้องจะกลับไปทำงาน
เพราะอาการดีขึ้น หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ เป็นสุขเป็นห่วงแต่ไม่กล้าเข้าไปเกี่ยวข้อง หวายบอกแม่ว่า ดูป๊ายังเหนื่อย ไม่ค่อยมีแรง แต่ดื้อเลยฝืน เป็นสุขบอกว่าตนอยากช่วยหวายแต่ถ้าป๊าเห็นหน้าแม่ก็จะยิ่งเครียด ฝากหวายดูแลด้วย
ลูกหว้าปรารภกับแม่ว่า “เมื่อไหร่ป๊าจะใจเย็นลงบ้าง ไม่อาละวาด ไม่โมโหใส่พี่หวาย สงสารพี่หวายจัง” เป็นสุขได้แต่ถอนใจ
เมื่อนพลักษณ์รู้ว่าการหาข้อมูลเรื่องครูที่โรงเรียนลาออกเป็นข้อเสนอแนะของทราย แม้จะพอใจผลงานแต่กลัวจะเสียลูกชาย จึงไปหาทรายที่บ้านขอบใจที่ช่วย เรื่องหาข้อมูลเกี่ยวกับครูในโรงเรียน แต่ตบท้ายว่า...
“แต่คราวหน้า...ไม่ต้อง “ยุ่ง” มันไม่ใช่หน้าที่เธอ”
ทรายจุก บรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นทันที!
ooooooo
นพลักษณ์ยังคงพูดนิ่งๆแต่ตึงเครียดว่าโรงเรียนจ้างเธอมาดูแลเด็กๆ เธอน่าจะรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ย้ำว่า
“ที่ผ่านมาฉันไม่อยากยุ่ง เพราะเห็นว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่วันนี้ที่ฉันต้องมาพูดเพราะเธอเริ่มจะล้ำเส้นมากเกินไป”
ทรายยกมือไหว้ขอโทษ ตนไม่คิดจะก้าวก่ายหรือล้ำเส้นแค่อยากช่วยเท่านั้น นพลักษณ์ยังจิกต่อไม่หยุดว่าคนที่เธอต้องช่วยคือเด็กในโครงการ เริ่มโครงการมา ตั้งนานแล้วไม่เห็นเด็กๆจะดีขึ้นเลย เร่งให้ทำงานให้เสร็จก่อนที่ตนจะหาคนอื่นมาทำแทนหรือไม่ก็ “ยุบ” โครงการนี้!!
นพลักษณ์ออกไปทันทีที่พูดจบ ทรายมองอึ้ง น้ำทิพย์กับสักทองรู้การมาและผลุนผลันออกไปของ นพลักษณ์ก็เข้ามาหาทราย แต่ทรายบอกว่าตนนัดคุยกับผู้ปกครองเด็ก ขึ้นไปเอากระเป๋าแล้วจะไปเลย
“ลูกคงยังไม่อยากพูด ปล่อยไปก่อน” สักทองบอกน้ำทิพย์ที่ยืนเหวอ
ระหว่างนั้นทรายได้รับข้อความจากกรบอกว่ากำลังไปบ้านปิ๊กปิ๊กมีอะไรจะส่งข่าว ทรายอ่านแต่ไม่ตอบ
กรไปถึงบ้านปิ๊กปิ๊ก รู้จากดอกแคว่าน้องไปเข้าค่ายดูนก กลับมาแล้วคุณผู้หญิงจะพาน้องไปต่างประเทศเลย เมื่อไม่ได้คุยกับปิ๊กปิ๊กกรขอคุยกับดอกแคแทน ถามว่าบ้านนี้ใครมีประวัติลักเล็กขโมยน้อยไหม ดอกแคบอกว่าเคยมีเด็กผู้หญิงทำความสะอาดบ้านแต่คุณผู้หญิงไล่ออกไปแล้ว เพื่อให้น่าเชื่อถือ ดอกแคเล่าเป็นตุเป็นตะว่า
“ดอกแคไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า อ้อ เด็กคนนี้ก็ทำความสะอาดห้องน้องปิ๊กปิ๊ก บางทีอาจเคยขโมยของให้น้องเห็นก็ได้”
แต่เมื่อกรโทร.ถามจักรินทร์เขาบอกว่าเท่าที่รู้ ไม่เคยมีใครโดนไล่ออกตนจำเด็กทุกคนในบ้านได้ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ตรีทิพย์ถามจักรินทร์ว่าคุยกับใครพอรู้ว่าคุยกับกรเธอบ่นว่าเบื่อครูสองคนนี้จริงๆ วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง กรจึงหันไปชวนปิ๊กปิ๊กคุยเรื่องดูนกกันดีกว่า ปิ๊กปิ๊กคุย อย่างมีความสุขที่วันนี้ทั้งพ่อและแม่มากับตนพร้อมหน้า
เมื่อมาถึงค่ายดูนก ปิ๊กปิ๊กอยากให้พ่อกับแม่ค้างด้วย ตรีทิพย์บอกว่าไม่ได้เตรียมชุดมา จักรินทร์บอกว่าวันกลับพ่อกับแม่ค่อยมารับก็แล้วกัน ปิ๊กปิ๊กพยักหน้าเศร้าๆ มองเด็กอื่นที่มีพ่อกับแม่อยู่กันอย่างมีความสุขแล้วก็ยิ่งรู้สึกเคว้งคว้าง...
ขณะนั้นเด็กชายที่นั่งใกล้ๆลุกไปและลืมกระติกน้ำไว้ ปิ๊กปิ๊กนึกอิจฉาอยู่ลึกๆ เอื้อมมือหยิบกระติกน้ำลุกเดินไปทิ้งในถังขยะแล้วกลับมานั่งที่เดิมหน้าตาเฉย
ขณะนั่งรถกลับ ตรีทิพย์กับจักรินทร์ทะเลาะกันเรื่องตรีทิพย์ทิ้งปิ๊กปิ๊กให้อยู่กับพี่เลี้ยงจนดอกแคจะกลายเป็นแม่ของปิ๊กปิ๊กอยู่แล้ว ตรีทิพย์หาว่าเขาหน้ามืดจะเอาดอกแคเป็นเมียอีกคน จักรินทร์โมโหสั่งคนขับรถให้หยุดตนจะขึ้นแท็กซี่กลับเอง ก่อนไปเขาขอโทษตรีทิพย์ที่ความเจ้าชู้ของตนทำให้เธอเป็นทุกข์ตลอดมาแต่ก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
“ชีวิตแต่งงานของเรามันพังแล้ว แต่ตอนนี้ชีวิตของลูก อยู่ในกำมือเราสองคน ผมไม่อยากทำมันพังอีก ผมพร้อมจะทิ้งอดีตที่ผิดพลาด และทำทุกอย่างเพื่อลูก แล้วคุณพร้อมหรือเปล่า”
ตรีทิพย์ชะงักกับคำพูดของจักรินทร์ที่กระแทกความรู้สึกของเธออย่างแรง
ooooooo
ทรายไปคุยกับพีรดาที่บ้าน พีรดาบอกว่าไม่มีเพื่อนเลวๆอย่างไอซ์ซิ่งมินนี่ไม่มีปัญหาแล้ว แม้ทรายจะเตือนให้ระวังปัญหาใหม่แต่พีรดาตัดบทอย่างรำคาญว่าตนมีงานต้องทำเอาเป็นว่าเรื่องมินนี่ไม่ต้องห่วงตนจัดการได้
แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่พีรดาคิด เพราะเมื่อมินนี่พร้อมนักแสดงเด็กสาววัยรุ่นอีกสองคนไปถ่ายโปสเตอร์ละครเวอร์จิ้น 3 ทุกคนอยู่ในชุดนักเรียน แต่สไตลิสต์ให้ปลดกระดุมเสื้อบนออกและพับกระโปรงให้สั้น เข้าไปรุมล้อมกอดก่ายเคนที่เป็นนายแบบ พีรดาทักท้วงว่าไม่เหมาะสมเพราะอยู่ในชุดนักเรียน สไตลิสต์โต้ว่ามืออาชีพต้องทำได้ตามสั่งเพราะนี่เป็นละครวัยรุ่น พีรดาโต้อีกว่า ละครวัยรุ่นทำไมต้องมีแต่เรื่องรักๆใคร่ๆ ทำปัญหาอื่นไม่เป็นรึไง?
มินนี่บอกแม่ว่าให้พอเถอะให้แม่รออยู่ที่นี่ไม่ต้องเข้าไปดูแล้ว พีรดาไม่ยอมเพราะแม่อยู่ยังโป๊ขนาดนี้ ถ้า ไม่อยู่จะโป๊ขนาดไหน แต่มินนี่วันนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วโต้แม่ที่ตนเคยขึ้นต่ออย่างไม่มีเงื่อนไขว่า
“เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา มินนี่มาทำงาน มินนี่เป็นมืออาชีพ เขาสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ มันเป็นอาชีพของมินนี่ อาชีพที่คุณแม่เป็นคนพามินนี่เข้ามาทำเอง! ตอนนี้มินนี่เป็นนางเอกของเรื่อง เป็นงานของมินนี่ คุณแม่อย่ามายุ่ง”
พีรดาตัวชาวาบ มองมินนี่ที่เดินสะบัดไป รู้สึก เหมือนกำลังเสียลูกสาวไปในนาทีนั้น...
ooooooo
ชัยภูมิพาทรายเข้าไปหาตังเมที่กำลังนั่งวาดรูปเหงาๆ แล้วตัวเองกลับออกไป ขณะทรายเริ่มจะคุยกับ ตังเมนั้น เฮีย หมวย เจ๊ และเจ๊บ๊วยก็พากันเข้ามาพูดกระแนะกระแหนว่าทรายต้องใช้วิธีไหนมารักษาตังเม จับมัดหรือเอาไฟฟ้าช็อต?
เจ๊บอกว่ากรีดตัวเองไม่เท่าไหร่ อย่าให้อาการหนักจนเอามีดไล่แทงชาวบ้านก็แล้วกัน เจ๊บ๊วยปล่อยให้ลูกๆว่าตังเมแล้วบอกทรายว่า “ฝากดูแลด้วยนะ ฉันไม่อยากให้ลูกๆได้รับอันตราย บำบัดลูกแล้วก็ไปรักษาแม่มันด้วยก็ดีนะ เซื่องเป็นผีตายซาก น่ารำคาญ!!”
พอเจ๊บ๊วยกับลูกๆยกโขยงกันออกไปแล้ว ตังเมบอกทรายว่า
“เมคงไม่ต้องตอบครูแล้วนะคะ ว่าอยู่ที่นี่เป็นไงบ้าง”
ทรายสงสารจับใจ จากนั้นไปหานวลสราญบอกให้รีบไปรับตังเมกลับมา ให้ตังเมอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างนั้นไม่ได้ นวลสราญยังคงพูดอย่างสงบนิ่งว่า
“ตังเมเป็นลูกเสี่ย เขาต้องทำหน้าที่ลูกที่ดีอยู่ในกฎระเบียบของตระกูล ครูไม่ต้องห่วง ตังเมไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”
“ที่คุณแม่พูดแบบนี้เพราะ ‘ไม่รู้จริงๆ’ หรือว่า ‘ไม่อยากรับรู้’ คะ” เตือนว่า “ถ้าคุณแม่ไม่แสดงให้เขารู้ว่ามีคนรักและพร้อมจะปกป้องเขา ตังเมก็ไม่หยุดทำร้ายตัวเอง!!...ถ้าคุณแม่รักตังเมก็ถึงเวลาที่ต้องแสดงความรักออกมาแล้วนะคะ”
ทรายพูดทิ้งท้ายไว้อย่างหนักแน่น จนนวลสราญสับสน ต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก
ooooooo
หลังจากนพลักษณ์ไปคุยกับทรายแล้ว ทรายก็ระวังตัวเปลี่ยนท่าทีกับกร เรียกเขาว่าท่านรอง ใช้ภาษาเป็นทางการ จนกรอึดอัด ออกจากบ้านวลสราญก็สั่งให้ทรายขึ้นรถจะไปส่งที่บ้าน ทรายจำต้องขึ้นรถมาด้วย
ระหว่างทางกรถามว่าเกิดอะไรขึ้น คาดคั้นให้บอก ทรายจึงเล่าเรื่องนพลักษณ์ให้ฟัง กรขอให้เธอกลับมาเหมือนเดิม ทรายถามว่าถ้ากลับมาไม่ได้ เขาจะหักเงินเดือนหรือไม่ ถ้าหักตนจะกลับไปแบบเดิม กรตอบทันทีว่าหัก! ทรายบอกว่าตนเป็นคนงกจะไม่ยอมให้หักเงินเดือนง่ายๆ กรยิ้มอย่างสบายใจที่ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม
ฝ่ายโชกุนยังโกหกอยู่เป็นนิจ และดุจฤทัยกับภูทองก็โทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นสาเหตุ แล้วต่างก็ให้โชกุนพูดว่าตนไม่ผิด บีบคั้นจนโชกุนร้องไห้โฮเอามืออุดหูมุดไปซุกอยู่ใต้โต๊ะ ทั้งสองตกใจเมื่อโชกุนไม่ยอมพูด ไม่ยอมกิน ภูทองจึงโทร.เรียกทรายและดุจฤทัยก็โทร.เรียกกรให้มาช่วยคุยกับโชกุน
ทรายคุยจนโชกุนยอมพูดว่า “โชผิดเอง พ่ออยากให้โชบอกว่าแม่ผิด แม่ก็บังคับให้โชพูดว่าพ่อผิด โชก็ไม่รู้ใครผิด โชผิดใช่ไหมครับที่โชไม่รู้ว่าใครผิด”
ทรายสงสารจับใจ ลูบหัวโชกุนปลอบว่าโชกุนไม่ผิด เมื่อยังไม่พร้อมก็ไม่ต้องพูดแต่ไม่ต้องร้องไห้ จากนั้นทรายคุยกับภูทองและดุจฤทัยว่าพ่อแม่ต้องแยกปัญหาของตัวเองออกจากหน้าที่ของการเป็นพ่อแม่ ต้องหันหน้าเข้าหากันและหาข้อตกลงที่เป็นกลางในการเลี้ยงลูกร่วมกัน ถามว่าสองคนพร้อมไหม ทั้งสองมองหน้ากัน บอกว่าพร้อม
กรชื่นชมการทำงานของทราย ทรายบอกว่าเพราะมีเขาที่เป็นตัวแทนของโรงเรียนอยู่ข้างๆ ทำให้พ่อแม่มีความเชื่อมั่นทำให้ทำงานง่ายขึ้น
ขณะนั้นเองทรายได้รับโทรศัพท์จากนวลสราญ ฟังแล้วทรายบอกว่าตนกำลังจะออก เดี๋ยวนัดไปเจอกันที่บ้านใหญ่เลย
ooooooo










