สมาชิก

วัยแสบสาแหรกขาด

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: 'อาเล็ก-จ๊ะ' ล้วงปัญหาครอบครัว ละครน้ำดี 'วัยแสบสาแหรกขาด'


คืนนี้นวลสราญเข้าไปนั่งที่ปลายเตียงห้องนอนตังเม บอกว่าพรุ่งนี้ให้ตื่นแต่เช้า คุณพ่อจะมารับไปงานเลี้ยง ตังเมนั่งกอดอกเฉย

“ไม่ดื้อกับคุณพ่อนะลูก พ่อให้ทำอะไรก็ต้องทำ แม่เตรียมชุดไว้แล้ว เมใส่แล้วจะต้องน่ารักมากๆเลย”

นวลสราญพยายามหว่านล้อม แต่ตังเมไม่อิน หันมองหน้าแม่ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า

“แม่ ทำไมแม่ต้องยอมพ่อทุกเรื่อง”

นวลสราญบอกว่าไม่อยากทะเลาะกับพ่อต่อหน้าลูก ยอมได้ก็ยอมไป เรื่องไปงานเลี้ยงไม่ใช่เรื่องใหญ่หว่านล้อมว่า

“รู้จักคนในสังคมของคุณพ่อไว้ โตขึ้นก็ต้องเข้าไปทำงานกับเขา มันเป็นธุรกิจกงสี แค่เมแต่งตัวสวยๆ แล้วไปออกงาน ลูกคนอื่นๆเขาก็ทำกัน” ตังเมติงว่าคนอื่นเขาเป็นลูกเมียหลวง “จะลูกเมียไหนก็ลูกพ่อทั้งนั้น เมอยากได้อะไรพ่อให้ทุกอย่าง เมอย่าน้อยใจไปเลย นอนนะ แล้วก็ตื่นมาเป็นเด็กดี ไม่สร้างปัญหาให้พ่อเขานะ” นวลสราญยิ้มอ่อนโยนแล้วจะออกไป

“ถ้าให้แม่เลือกระหว่าง ‘พ่อ’ กับ ‘เม’แม่จะเลือกใคร?” ตังเมถามนิ่งๆ นวลสราญสะอึก บอกโดยไม่หันมองว่า

“นอนเถอะลูก อย่าคิดมากเลยนะ”

พอนวลสราญออกไปและปิดประตู ตังเมน้ำตาไหลเป็นทางบนใบหน้าที่เรียบเฉยและเหม่อลอย รู้สึกวังเวงเหลือเกิน

รุ่งเช้า นวลสราญไปบอกตังเมว่าพ่อมารับแล้ว ปรากฏว่าตังเมหายไป ชัยภูมิตวาดถามว่าหายไปไหน นวลสราญไม่รู้ ก็ด่าว่าทำไมไม่รู้ วันๆอยู่แต่บ้านดูลูกคนเดียวก็ทำไม่ได้ ตามใจเสียจนเสียคน ชัยภูมิคาดว่าตังเมคงอยู่แถวนี้แหละ คงแค่อยากปั่นหัวตนเล่นเท่านั้น พอนวลสราญร้องไห้ก็ตะคอกว่า

“เอาเวลาบีบน้ำตาไปตามหาลูกสิ เจอแล้วก็กักตัวมันไว้อย่าให้มันหนีอีก ปิดเทอมนี้ฉันจะเอามันไปอยู่บ้านใหญ่ ให้บ๊วยอบรมแทนเธอ! แล้วไม่ต้องบอกมันนะ อย่าให้มันรู้ตัว เด็กคนนี้ต้องเอาไปดัดนิสัยเสียให้เข็ด!!!”

นวลสราญไม่รู้จะไปหาตังเมที่ไหน พลันก็นึกถึง ทราย โทรศัพท์ถาม ทรายบอกว่าตังเมก็ไม่ได้อยู่กับตน แต่ทรายก็จะช่วยตามหาให้ ถ้าได้เรื่องก็จะโทร.บอกทันที ขณะกำลังเครียดนั้นทรายก็ได้รับโทรศัพท์จากกร เธอรับสายอย่างตื่นเต้น

“ค่ะท่านรอง...หะ!!!ตังเมอยู่ที่ไหนนะคะ!”

ooooooo

ตังเมไปที่ห้องศิลปะของโรงเรียน ไปนั่งก้มหน้าวาดรูปในสมุดอย่าโดดเดี่ยว เหงาๆ กรในชุดลำลอง เดินเข้าไปเบาๆ เดินเลี่ยงไปนั่งอีกมุมหนึ่งเงียบๆ ตังเม เหลือบมองนิดหนึ่งแล้ววาดรูปต่อ

กรนั่งอึดใจเดียวก็พูดเหมือนคุยกับเพื่อน...เล่าถึงตอนตนถูกส่งไปเรียนเมืองนอกตอนนั้นอายุเท่าตังเม ไปไกลมาก อยู่คนเดียวไม่มีเพื่อน ตอนนั้นตนก็มีหลุม หลบภัยแบบนี้แหละ แต่เป็นห้องดนตรีไม่ใช่ห้องศิลปะ

กรยังคงพูดไปเรื่อยๆ ตังเมก็วาดรูปไปเหมือนไม่สนใจฟัง ขณะนั้นทรายวิ่งมาถึงหน้าห้อง เธอชะงักเมื่อได้ยินเสียงกรดังออกมา...

“ครูคิดถึงพ่อแม่ แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็เลยเล่นเปียโน... เหมือนตังเม...”

“เหมือนตรงไหน เมไม่ได้เล่นเปียโนซะหน่อย”

ทรายชะงักดีใจที่ตังเมยอมพูดด้วย นึกชม “ท่านรองนี่ไม่ธรรมดา...”

เมื่อตังเมเปิดใจยอมพูดด้วย กรหัวเราะ เปรียบเทียบตนมาเล่นเปียโนก็เหมือนกับที่ตังเมมาวาดรูป แต่ตอนนั้นตนไม่มีใคร แล้วถามหมายให้ตังเมคุยด้วยว่า “แล้วตังเมมาอยู่ที่นี่คนเดียวทำไม คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมว่าอยู่ที่นี่”

ตังเมไม่พูด กรพูดเองเออเองว่าไม่บอกก็ไม่เป็นไร ชวนว่าคราวหน้าจะมาอีกให้บอก ครูจะเปิดไฟเปิดแอร์ไว้ให้ จะเตรียมสี เตรียมกระดาษไว้ให้ด้วย ตังเมรู้สึกดี ความรู้สึกปิดกั้นหมางเมินลดลง ทรายฟังกรพูดแล้วอมยิ้ม...“น่ารักนะ”

กรลุกขึ้นพูดสบายๆ “วันนี้อยากจะกลับเมื่อไหร่ก็บอกครูแล้วกัน จะได้ให้ครูทรายไปส่ง ครูทรายเข้ามาได้แล้ว” ทรายงงว่าเขารู้ได้ยังไง ส่วนตังเมพอได้ยินชื่อครูทรายก็เงยหน้ามอง ทรายจึงโผล่เข้าไปยิ้มทัก

“สวัสดี มาอยู่ที่นี่เอง คุณแม่เพิ่งโทร.หาครูเมื่อกี๊นี้เอง เป็นไงวาดได้กี่รูปแล้ว อยากจะกลับบ้านหรือยัง”

“กลับก็ได้” ตังเมมองทรายด้วยสายตาเป็นมิตรพยักหน้าให้ ทรายมองหน้ากรยิ้มให้กัน แล้วบอกตังเมว่าเดี๋ยวครูไปส่ง ตังเมม้วนกระดาษวาดรูปหลวมๆ เดินไปยื่นให้กรบอกว่าของครูค่ะ แล้วเดินไปกับทราย

กรคลี่ม้วนกระดาษออกดู เป็นรูปเด็กเล่นเปียโนมืดๆเหงาๆ แต่สวยงาม กรพึมพำทึ่ง

“ไม่พูด แต่เก็บรายละเอียด...ไม่ธรรมดา”

กรอิ่มเอิบใจอย่างประหลาด เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสถึงความรู้สึกของความเป็นครู ไม่ใช่ผู้บริหาร...

เมื่อมาถึงบ้านตังเม ทรายบอกว่าวันหน้าจะไปไหนมาไหนบอกคุณแม่ก่อนเพราะคุณแม่เป็นห่วงรู้ไหม

“คุณแม่ไม่สนใจเมหรอก ชีวิตแม่มีแต่พ่อ!”

นวลสราญวิ่งออกมารับตังเมถามว่าไปไหนมา เป็นอะไรหรือเปล่า บอกว่า “รู้หรือเปล่าว่าคุณพ่อโกรธมาก!!” ตังเมมองหน้าทรายทันที ถามด้วยสายตาว่า เห็นไหม

แม่มีแต่พ่อจริงๆ ไหว้ลาแล้วเดินผ่านแม่เข้าบ้านไปเลย นวลสราญเรียกตังเม แต่ทรายขอเวลาคุยด้วยถามว่า

เมื่อเช้าเกิดอะไรขึ้น ทำไมตังเมถึงหนีออกจากบ้าน

“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เมทำไปตามประสาเด็ก เป็นทุกข์เพราะอารมณ์ปรุงแต่ง วันหนึ่งถ้าเมโตพอธรรมะ คุณพระคุณเจ้า จะขัดเกลาจิตใจแกเองค่ะ ครูไม่ต้องห่วงนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่พาเมมาส่ง”

นวลสราญยิ้มแย้มหลอกตัวเองว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเองแล้วเดินเข้าบ้านไป ทรายยืนอึ้ง ถามตัวเองมึนๆว่า

“ตกลงมัน ‘ไม่มีปัญหา’ หรือคุณแม่ ‘หนีปัญหา’ กันแน่”

พอดีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทรายกดรับ บอกปลายสาย “ส่งตังเมที่บ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ”

ooooooo

กรถามว่ารู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น ทรายบอกว่าไม่ทราบเพราะตังเม “ไม่ยอมบอก” ส่วนนวลสราญ “ไม่ยอมรับ” เสนอว่าช่วงปิดเทอมคงต้องดูแลตังเมให้ใกล้ชิดหน่อย กรถามว่าตนเป็นผู้ช่วยต้องทำอะไรบ้าง ไม่ยอมนะถ้าไม่มีอะไรให้ทำ

ทรายบอกว่าตนใช้งานเขาแน่แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพอปิดเทอมเด็กในโครงการทำอะไรกันบ้าง เลยยังแบ่งงานไม่ได้

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเด็กๆเขาทำอะไรกันบ้างตอนปิดเทอม??” กรถาม แล้วต่างนิ่งไป

ความจริงของชีวิตในช่วงปิดเทอมของเด็กแต่ละคนคือ...

พีรดารับงานให้มินนี่เพียบ! ทั้งยังแต่งตัวทั้ง

เสื้อผ้าหน้าผมให้เกินวัย ฉัตรเอาตารางนัดกับครูทรายมา ให้เจอเข้าก็ทักท้วงว่าชุดโป๊ไป ก็ถูกโต้ว่ามินนี่ไปงานเปิดตัวสินค้าไม่ได้ไปวัด ไล่ให้หลบไปเลยตนทำทุกอย่าง เพื่อลูก

“เพื่อลูกหรือเพื่อตัวเอง ผมยอมคุณมามากแล้ว ผมจะไม่ปล่อยให้ดาวตกอย่างคุณใช้ลูกเป็นเครื่องมือดึงตัวเองกลับเข้ามาในวงการแบบผิดๆ!!”

ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรง มินนี่พยายามกลั้นน้ำตาก้มหน้าเล่นมือถืออย่างไม่อยากเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน พีรดาโมโหเรียกมินนี่ให้ไปแต่งตัวในรถ ฉัตรรีบเอาตารางนัดของครูทรายตามไปให้ แต่พีรดาขึ้นรถตู้ไปแล้ว...

ที่บ้านโชกุน ดุจฤทัยเร่งให้โชกุนไปอยู่กับภูทองแต่เช้าเพราะตนต้องรีบไปต่างจังหวัด แต่พอไปถึงบ้านภูทองที่อยู่แบบสบายๆ ดุจฤทัยกวาดตามองอย่างขัดใจที่ ทุกอย่างไม่เป๊ะแบบของตน ภูทองบอกว่านี่บ้านตน อยู่นอกพื้นที่การควบคุมของเธอ ดุจฤทัยไม่ยอมเรียกให้มาคุยกันให้รู้เรื่องว่าต้องจัดให้โชกุนอยู่อย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง

“โอเคๆ รู้แล้วน่า คุณนายละเอียด ไม่เหนื่อยบ้างรึไง ได้ข่าวว่ารีบไปประชุมดาวน์ไลน์ต่างจังหวัดไม่ใช่หรือรีบไปสินักขายดาวรุ่ง”

“อย่ามาแขวะนะ จะดาวไหนก็ดีกว่านักดนตรีไส้แห้งไร้สังกัดอย่างคุณก็แล้วกัน เชอะ!”

ดุจฤทัยสะบัดบ๊อบใส่เดินออกไป ภูทองมองตามเซ็งๆ

ส่วนที่บ้านทรายทิพย์ ปิ๊กปิ๊กถูกพ่อและแม่ทิ้งให้อยู่กับดอกแคพี่เลี้ยงนิสัยไม่ดีทั้งขี้ขโมยและโกหก ดอกแคทั้งเสี้ยมและสอนให้ปิ๊กปิ๊กเป็นอย่างตัวเอง ทรายขอให้ดอกแคช่วยจับตาดูพฤติกรรมของปิ๊กปิ๊กเพื่อหาสาเหตุขี้ขโมย กลับถูกดอกแคที่เป็นจอมขโมยเสี้ยมปิ๊กปิ๊กให้ระวังครูทราย เพราะครูทรายถามตนเรื่องปิ๊กปิ๊กขโมยของ สัญญาว่าตนจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร

ดอกแคเสี้ยมจนปิ๊กปิ๊กระแวงทรายและสัญญากันว่าเราต่างจะไม่บอกเรื่องของอีกฝ่ายให้ใคร ดอกแคย้ำกับปิ๊กปิ๊กว่า

“จำไว้นะคะ ปิดเทอมนี้ต้องอยู่ให้ห่างครูทรายไว้”

“ได้ค่ะ ปิ๊กปิ๊กจะไม่พูดไม่คุยไม่อยู่ใกล้ครูทรายตลอดปิดเทอมนี้เลยคะ!”

“น่ารักที่สุดเลย เอางี้เพื่อความปลอดภัย พี่ดอกแคมีวิธีทำให้ครูทรายไม่ได้เข้าใกล้น้องปิ๊กปิ๊กเลยค่ะ”

แผนของดอกแคคือยุให้ตรีทิพย์ส่งปิ๊กปิ๊กไปอยู่กับจักรินทร์ อ้างว่าเอาปิ๊กปิ๊กไปเป็นไม้กันกิ๊กของจักรินทร์

นี่คือชีวิตที่เป็นจริงของเด็กในโครงการที่ทั้งทรายและกรยังรู้ไม่เท่าทันพฤติกรรมของผู้ปกครองที่ชักจูงและใช้เด็กเป็นเหยื่อ เป็นตัวประกันให้เป็นไปตามความต้องการของตนและเอาชนะอีกฝ่าย

ooooooo

ทรายเริ่มจากการสอนหวายให้มีสติ เริ่มจากการเล่นบาสที่หวายชอบ ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับการรับอารมณ์รุนแรงของยอดยุทธ หวายบอกว่าตนไม่อยากเหมือนพ่อ

“หวายต้องเข้าใจคุณพ่อก่อนนะคะ คุณพ่อก็อาจจะไม่อยากเป็นแบบนี้ แต่ความรุนแรงคือสิ่งเดียวที่คุณพ่อได้รับ เรียนรู้ และเอามาใช้ในการแก้ปัญหาชีวิต ไม่เหมือนหวายที่ยังมีโอกาสได้รับและเรียนรู้ด้านที่อ่อนโยนจากแม่ เพราะความอ่อนโยนที่มีในตัวหวายทำให้หวายไม่อยากเป็นแบบพ่อ หวายหลีกเลี่ยงได้ค่ะ”

ทรายสอนหวายจากการเล่นบาส เธอโยนบาสใส่หวายอย่างแรงหวายรับไม่ทันกระแทกเข้าที่ท้องอย่างจัง ทำเช่นนี้หลายครั้ง ถามหวายว่าเจ็บไหม หวายเจ็บ ทรายโยนให้อีกและร้องเตือนให้หลบ หวายหลบทันจึงไม่เจ็บ

“ที่ไม่เจ็บ ก็เพราะหวายหลบทัน อะไรก็ตามที่พุ่งเข้ามาหาเราด้วยความแรง ถ้าเรายืนรอเพื่อปะทะมันเราก็เจ็บ แต่ถ้าเรารู้ทันและเลี่ยงมันได้ เราก็ไม่เจ็บ อารมณ์โกรธก็เหมือนกัน มันพุ่งเข้ามาปะทะเราทั้งเร็วทั้งแรง แต่ถ้าเรามีสติรู้ทัน หลบเลี่ยงแล้วออกให้ห่างสิ่งเร้าความโกรธได้ เราก็ชนะ แต่เราจะรู้ทันตัวเองได้ ก็ต่อเมื่อเรามีสติ เราจะฝึกการมีสติได้ด้วยการฝึกสมาธิ”

หวายสนใจการฝึกสมาธิ ทรายจึงพาไปวัด ฝึกกับพระที่วัด หวายค่อยๆเรียนรู้และสงบเยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกลับไปฝึกที่บ้าน ยอดยุทธถามว่าทำอะไร อย่าบอกนะว่าทำเหมือนแม่ไปวันๆ เอาแต่เข้าวัด หวายรับอารมณ์ของพ่อได้อย่างสงบ ยอดยุทธที่ร้อนมาจึงเย็นกลับไป

กรถามว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือ ทรายบอกว่าตามทฤษฎีเป็นแบบนี้ที่เหลืออยู่กับความใส่ใจของแต่ละคน เราต้องดูกันต่อไปว่าจะสำเร็จหรือไม่

ooooooo

พีรดาดีใจมากที่มินนี่ได้แคสต์ละครฮอตแห่งปี มินนี่มือหนึ่งถือบทละคร อีกมือเล่นไอโฟน

พีรดาเร่งให้รีบอัพด่วนให้โลกรู้ แต่มินนี่ยังไม่รู้เลยว่าตนได้เล่นบทไหน พีรดาบอกว่าบทเปเป้นางเอก มินนี่ตกใจว่าบทนางเอกต้องกอดกับผู้ชายด้วย บอกว่าตนไม่เอาไม่เคยกอดกับผู้ชายคนไหนเลย

“ใจเย็นค่ะ เดี๋ยวแม่บอกให้ทีมงานใช้มุมกล้องก็แล้วกัน ไม่ต้องกอดจริง” ช่างแต่งหน้าบอกว่าพระเอกคือพี่เคน เคนจิ มินนี่ก็ตื่นเต้นตาโต จากกลัวกลายเป็นดีใจสุดๆ

มินนี่กับเคนแคสกันในชุดนักเรียน ทั้งสองกอดกันดื่มด่ำมาก ผู้กำกับพอใจสั่งคัตเคนปล่อยมือแล้ว แต่มินนี่ยังหลับตาพริ้มหน้าฟินสุดๆ ผู้กำกับบอกให้คัตอีกก็ยังไม่ปล่อยมือจนผู้กำกับตะโกน “คัตตตตต!!! คัตนานแล้ว”

มินนี่จึงสะดุ้งปล่อยเคน เคนจ้องหน้ามินนี่ในระยะประชิด มินนี่เขินจนต้องหลบตา

หลังจากเคนเปลี่ยนชุดออกมา มินนี่มองเคลิ้ม เคนเดินเข้ามาหายิ้มอบอุ่นบอกว่า “เรา...เป็นเฟรนด์กันแล้วนะ” มินนี่เขินแต่ชวนเซลฟี่กัน เคนโอบเอวมินนี่เข้าแนบชิดทันที มินนี่เขินแต่ไม่ขืน แล้วกดรัวอย่างเมามันสี่แอ็กรวด

ขณะที่คุณออยผู้จัดนั่งพักในห้องวีไอพีของสตูดิโอกับพีรดานั้น พีรดาคุยว่าเวอร์จิ้นภาค 1 นี่กระแสแรงสุดยอด วัยรุ่นดูกันทั้งประเทศ คุณออยคุยว่าเราคิดใหม่ทำใหม่น้ำเน่าตบตีแย่งสามีไม่มี คุณออยคุยฟุ้งถึงการแสดงว่า

“ยุคนี้สมัยนี้มันต้องเห็นกันจะจะ มันจึงจะเป็นกระแส ภาคแรกแค่ชายชาย หญิงหญิง ภาคใหม่นี่เรามีหญิงเปลี่ยนเป็นชายแล้วกลับมารักกับชายแต่งหญิง สังคมมันซับซ้อน ต้องตีแผ่ให้เห็นจริง ไม่กั๊ก!!”

ระหว่างฟังคุณออยคุย แรกๆพีรดาก็ทำหน้างงๆ พอฟังไป...ฟังไป ก็อึ้ง แต่ก็อวยเอาใจ คุณออยคุยติดลมว่า

“กอดจริงจูบจริงไม่มีสแตนด์อิน ฉากจูบจริงชาย-ชายนี่ แจ้งเกิดเคนเลยนะ ดังข้ามคืนเลย!!”

“เอ่อ...เคนที่ว่าเนี่ย ใช่เคนเดียวกับที่มีคลิปหลุดฉากชวนสาวฟีเจอริ่ง “เยสเราหน่อยนะ” ใช่ไหมคะ ภาพไม่เห็นหน้าแต่เขาว่ากันว่าเสียงเหมือนม้าก มาก”

“ฮึๆ อย่าคิดมากค่ะ” คุณออยยักไหล่ขำๆ “เรื่องของเด็กๆ ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ เราห้ามไม่ได้ หน้าที่เราคือ...หากินจากความดังของเขาพอค่ะ”
คุณออยหัวเราะร่วน พีรดาหัวเราะตามเฝื่อนๆอย่างไม่แน่ใจ

แคสเสร็จ เคนชมมินนี่กับคุณออยว่าน้องใหม่หุ่นเซี้ยะมาก คุณออยแนะนำให้รู้จักกับพีรดาว่าเป็นคุณแม่มินนี่ เคนสวัสดีและเรียกคุณแม่ ชมมินนี่ว่าน่ารักมากถ้าได้ร่วมงานกันตนจะดูแลน้องเต็มที่เลย พีรดาบอกว่าไม่เป็นไร “พี่” ดูแลเองได้ คุณออยดูออก เดินมาโอบไล่เคนบอกว่าวันนี้เหนื่อยมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องแคสอีกหลายคน เดี๋ยวตนไปส่ง

พอคุณออยพาเคนเดินไป พีรดามองตามเบ้หน้าใส่พึมพำอย่างหมั่นไส้

“หูตาแพรวพราวตั้งแต่เด็ก ไว้ใจไม่ได้!”

ขณะนั้นเองมีเสียงเตือนจากมือถือพีรดาเธอพึมพำว่า “อัพเร็วมากลูก” แล้วเปิดดูภาพหน้าจอที่มินนี่เพิ่งอัพ IG เป็นรูปสี่แอ็กที่มินนี่แนบชิดกับเคนพร้อมข้อความใต้ภาพ “คู่จิ้นคู่ใหม่...รู้ยัง!!” ในภาพดูเหมือนจะจุ๊บกัน พีรดาช็อก!

ooooooo

ทรายเอาสมุดสำหรับบันทึกพฤติกรรมของโชกุนไปให้ภูทองบันทึกอย่างละเอียดว่าโชกุนโกหกเรื่องอะไร วันที่ เวลาไหน ตามตารางทุกครั้งด้วย ภูทองถามว่าต้องทำถึงขนาดนั้นเลยหรือ เด็กก็โกหกไปตามประสาเล็กๆน้อยๆไม่ใช่เรื่องใหญ่

ทรายติงว่าทำบ่อยๆก็จะติดเป็นนิสัย แล้วลากลับ พอดีโทรศัพท์ภูทองดัง เขาดูหน้าจอหยุดคิดก่อนรับสาย เป็นสายทวงหนี้จากเฮียเจ้าหนี้ ภูทองโกหกเป็นน้ำไหลไฟดับว่าตนไม่ลืม แต่ขณะนี้กำลังขับรถกลับจากเชียงใหม่

ทรายจะเรียกแท็กซี่ ในกระเป๋ามีแต่แบงก์พันจึงย้อนกลับเข้าไปจะแลกเงิน ได้ยินภูทองคุยโทรศัพท์กับเฮียเจ้าหนี้ว่า

“เฮียครับ ตอนนี้ผมขับรถอยู่ คุยไม่ถนัดเลยครับ... ใจเย็นๆครับเฮีย คือผมเพิ่งถึงลำปางเองเนี่ยยังอยู่บนเขาอยู่เลย คงไปโอนเงินให้ไม่ทันวันนี้จริงๆครับ...ใช่ครับ... โอ๊ะๆ สัญญาณไม่ดีแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะครับเฮีย สัญญาณจะหายแล้วเนี่ย...โอ๊ะ...” ภูทองร้องแล้วกดตัดสายเลย

ทรายอึ้งกับพฤติกรรมของภูทอง คิดหนัก ตัดสินใจหันหลังออกไปก่อนที่ภูทองจะเห็น ทรายออกจากร้านไปภูทองไม่เห็น แต่ดุจฤทัยขับรถมาพอดีเธอกะพริบไฟรถเรียก แต่ทรายตัดสินใจเดินไปเลย มีอะไรค่อยคุยกันทีหลัง

ดุจฤทัยเข้าไปในร้าน ทะเลาะกับภูทองเพราะตนให้โชกุนออกจากโครงการแล้วแต่เขาแอบเซ็นให้โชกุนเข้าโครงการอีกทำให้ทรายมาติดตามโชกุนถึงที่นี่เท่ากับหักหน้าตน โชกุนได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรงก็มุดไปซ่อนอยู่ใต้โต๊ะเอามือปิดหูหลับตาน้ำตาไหลเป็นทาง ดุจฤทัยกับภูทองยังทะเลาะกันเอาเป็นเอาตาย โดยไม่รู้ว่าโชกุนซุกตัวร้องไห้อยู่ใต้โต๊ะ

ฝ่ายนพลักษณ์กังวลเรื่องกรกับทราย โทร.ปรึกษาสมภพ วันนี้สมภพถามกรเรื่องโครงการผูกสาแหรกว่าเป็นอย่างไรบ้าง กรเล่าอย่างสบายใจว่าอยู่ระหว่างปรับพฤติกรรม ปิดเทอมนี่จะยากหน่อย แต่เราพยายามแบ่งงานกันทำ

สมภพถามว่าเขากับทรายเป็นอย่างไรบ้าง

“ดีครับ เราทำงานเข้าขากันได้ดี ผมเรียนรู้อะไรจากเขาเยอะมาก ระหว่างที่เขาปรับพฤติกรรมเด็กๆ เหมือนผมได้ปรับพฤติกรรมไปด้วย สนุกดีครับ”
พอกรรู้ว่านพลักษณ์กังวลเรื่องเขากับทราย กรยืนยันว่าตนกับทรายผ่านปัญหามาด้วยกัน ถ้าจะมีอะไรมากกว่าความเป็นเจ้านายกับลูกน้องก็คือความเป็นเพื่อน สมภพพูดอย่างโล่งใจว่ากรมั่นใจอย่างนั้นตนก็จะได้บอกแม่เขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีอะไรมากกว่าเพื่อน

ตังเมถูกจับตัวใส่รถตู้ไปที่บ้านใหญ่ นวลสราญบอกว่าปิดเทอมนี้ให้มาอยู่กับพ่อที่บ้านแม่ใหญ่ ตังเมไม่ยอมอยู่ ไม่ยอมลงจากรถ เจ๊บ้วยจึงให้คนลากตัวลงมา ตังเมร้องไห้อ้อนวอนให้แม่ช่วยด้วย นวลสราญกลับบอกว่าให้เชื่อฟังพ่อ อย่าดื้อกับพ่อ มองตังเมที่ถูกลากลงจากรถเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะขยับเข้าช่วย ได้แต่หันหน้าหนีไม่กล้ามอง

ในห้องที่จัดให้ตังเมอยู่ ชัยภูมิบอกว่าอยากได้อะไรให้บอกแม่ใหญ่ และอย่าคิดทำอะไรเพราะในห้องนี้ไม่มีของมีคม ไม่ต้องพยายาม เมื่อชัยภูมิออกไป ตังเมเริ่มเอามือทึ้งผมตัวเอง และทุบทำร้ายตัวเองระบายความอัดอั้น

ooooooo

วันนี้กรไปบ้านทรายทำทีเอานาฬิกาไปให้สักทองซ่อม สักทองจึงเชิญทานข้าวด้วยกัน น้ำทิพย์บอกว่าวันนี้มีแต่อาหารที่เหลือจากเมื่อวาน กรบอกว่าตนทานได้ จากนั้นก็กระวีกระวาดช่วยยกอาหารมาที่โต๊ะ

ระหว่างทานข้าว ทรายกับกรคุยกันไม่หยุดตั้งแต่เรื่องงาน เรื่องความสำคัญของการทานอาหารด้วยกันของคนในครอบครัว กระทั่งเรื่องละคร จนน้ำทิพย์กับสักทองแอบคุยกันว่า สองคนนี้คุยกันได้ทุกเรื่องจริงๆ

เมื่อทรายกลับมาทำโครงการผูกสาแหรกต่อ อำนาจทนไม่ได้เข้าพบนพลักษณ์เสนอว่าหลายปีที่ทำงานร่วมกันมา ผอ.คงทราบว่าตนทำได้มากกว่าทางด้านวิชาการ งานด้านบริหารตนก็มีความสามารถ อาจจะมากกว่าผู้บริหารบางคนด้วยซ้ำ พูดถึงโรงเรียนว่าเราได้ร่วมกันสร้างมาด้วยกัน ตนไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือของ “เด็ก” ที่ทำงานไม่เป็น อำนาจเสนอก่อนลุกไปว่า

“ผมคิดว่าถึงเวลาที่ ผอ.จะต้องพิจารณาให้ผมเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหาร จะตำแหน่งเดียวกับท่านรองหรือสูงกว่านั้นก็ได้ ผมให้เวลา ผอ.ตัดสินใจ แต่ผมจะให้เวลา ผอ.คิดไม่นาน ผมจะมาขอคำตอบ”

นพลักษณ์มองตามอำนาจไปอย่างหนักใจ รู้ว่ากำลังถูกอำนาจบีบ!

ooooooo

ในวันฟังผลสอบที่โรงเรียน ลุงพลบอกหวายว่าพ่อเขารู้เรื่องลุงเซ็นรับทราบเรื่องพักการเรียนและช่วยกันปิด แต่พ่อรู้และอาละวาดหนักเพราะเพื่อนมาฟ้องพ่อ พอลุงพลบอกรูปร่างลักษณะของเพื่อนที่มาฟ้องพ่อ หวายก็รู้ทันทีว่าคือแดน

เมื่อไปฟังผลสอบเจอแดนที่โรงเรียน หวายแค้นจะเข้าไปชก ทราย ครูน้อยร้องห้ามแต่กรตะโกนว่า “ลูกบาส!” ทำให้หวายยั้งคิดจำที่ทรายเคยสอนขณะเล่นบาสว่าให้มีสติเสมอ หวายชะงัก แทนที่จะชกแดน หวายกลับบอกว่า

“ขอบใจมากที่มึงไปบอกพ่อ กูจะได้ไม่ต้องปิดบัง...ขอบใจ!!”

กรและทรายต่างดีใจถือว่านี่เป็นชิ้นงานที่ยอดเยี่ยมแต่ก็เป็นแค่เริ่มต้นข้างหน้ายังมีภารกิจอีกมากที่จะต้องทำต่อไป

แม้ว่าในช่วงปิดเทอมเด็กในโครงการจะไม่ได้ใกล้ชิดทรายและกร แต่เด็กที่อยู่ในโครงการ ต่างก็ได้รับรู้จากความเป็นจริงที่รู้เห็น...

ตังเมไปอยู่บ้านใหญ่ แม้ว่าแม่ใหญ่และลูกๆ จะหมางเมินกับตังเมแต่ชัยภูมิก็ห่วงใยเมื่อตังเมไม่ลงไปทานอาหารที่โต๊ะก็ขึ้นไปตาม ตังเมบอกว่าตนไม่หิว ก็พูดทิ้งไว้ก่อนออกไปว่าอย่าคิดทำอะไรบ้าๆอีกล่ะ แม้การพูดจะกระด้างแต่ก็ห่วงใย

ส่วนโชกุน อยู่กับภูทองที่ผับร่ำสุรา ภูทองถูกนักเลงทวงหนี้ทวงแล้วไม่ได้เงินก็รุมทำร้าย โชกุนที่แอบดูอยู่ พอมันไปโชกุนวิ่งไปหาพ่อถามว่า “พ่อเจ็บไหมครับ” แม้ภูทองจะเจ็บแต่บอกลูกว่าพ่อไม่เจ็บ เตือนว่าวันหลังอย่าตามพ่อมามันอันตราย

ตรีทิพย์ที่ให้ปิ๊กปิ๊กไปอยู่กับจักรินทร์ก็กำชับให้สอดส่อง ถ้าเห็นพ่อซื้อของอะไรให้ใครให้รีบบอกแม่ ปิ๊กปิ๊กรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ต้องทำตัวเป็นสายลับ และเมื่อเจอความจริงที่พ่อพาปลาทองผู้หญิงอีกคนเข้ามา ปิ๊กปิ๊กรู้สึกเหมือนถูกขโมยพ่อไป ความรู้สึกนี้ทำให้ปิ๊กปิ๊กหยิบตุ๊กตาไม้ที่ตั้งโชว์ใส่กระเป๋า ขณะเดินผ่านอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ทำอย่างไม่รู้ตัว แต่ว่าตรงนั้นมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้อย่างชัดเจน!

ooooooo
เพื่อกันกรออกจากทราย นพลักษณ์ให้กรไปงานแนะนำตัวและประมูลภาพของจีลูกเพื่อนที่สมัยเด็กมาเล่นที่บ้านบ่อย หนูจีเป็นเด็กน่ารักคบกันไปเผื่ออนาคตอาจเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นอย่างอื่น กรคิดหนักและแล้วก็ปิ๊งความคิดบางอย่าง

กรชวนทรายไปงานโดยไม่บอกว่างานอะไร ทรายจึงแต่งตัวในชุดลำลองแต่เรียบร้อย พอกรมารับในชุดสูทหล่อเท่ ทรายจะเปลี่ยนชุดใหม่เขาบอกให้ไปอย่างนี้ดีแล้ว

ในงาน กรให้ทรายช่วยดูท่าทางของแขกที่มาในงาน ทรายอ่านภาษากายของแต่ละคนแล้วสรุปให้เขาฟังแต่บอกว่านี่เป็นแค่สถิติที่เขารวบรวมไว้ไม่ได้ถูกเป๊ะ ทุกครั้งต้องดูสถานการณ์ประกอบด้วย

ในงาน นักข่าวขอถ่ายรูปคู่กรกับหนูจี แขกที่มาในงานต่างชมว่าทั้งคู่สมกันมากถ้าได้แต่งงานกันต้องเป็นงานช้างแน่ๆ ทรายได้ยินแล้วก้มมองตัวเอง รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างตนกับกรขึ้นมาทันที...

พีรดาพามินนี่ไปงานอีเวนต์เปิดตัวสาหร่ายให้เด็กๆมาชิมฟรี ขณะเตรียมตัวขึ้นเวทีที่ข้างบันได มินนี่ ได้รับไลน์จากเคน ความคิดก็ฟุ้งซ่านจดจ่ออยู่กับการแชตกับเคน พีรดาเตือนให้หยุดแชตทำงานก่อน แต่มินนี่ หยุดไม่ได้ยังคงแชตกับเคนอย่างอินสุดๆจนพีรดา

แย่งโทรศัพท์ไป และถึงคิวมินนี่ออกไปพอดี มินนี่จึงออกไปตอบคำถามพิธีกรอย่างจืดชืด ขณะนั้นทรายพยายามแหวกผู้คนเข้าไปข้างเวที พีรดาเห็นเข้ากระซิบอะไรกับทีมงาน ทรายเลยถูกเชิญให้ออกไปด้านนอกเพราะตรงนี้เป็นพื้นที่สำหรับดารานักแสดงห้ามคนอื่นเข้า

พิธีกรสัมภาษณ์และขอให้มินนี่เซลฟี่กับแฟนคลับ เธอชูแขนขึ้นทำท่าร่าเริงเผยให้เห็นใต้วงแขน ไอซ์ซิ่งซึ่งจับตาดูอยู่เอารูปนี้ไปเติมสาหร่ายไว้ใต้วงแขนแล้วอัพขึ้นเฟซพิมพ์ข้อความว่า “สาหร่ายมินนี่ แซ่บเว่อร์นะคะ” แล้วนั่งดูผลงานตัวเองอย่างสะใจ มีคอมเมนต์กดไลค์ทั้งด่าและขำเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ขณะนั่นเองไอซ์ซิ่งเห็นรถหรูแล่นเข้ามาจอดรู้สึกคุ้นตา ค้นดูพบว่าเป็นรถของฉัตรพ่อของมินนี่ที่เธอเคยแอบถ่ายไว้ ไอซ์ซิ่งเขม้นมอง เห็นฉัตรโอบเอวคิมเดินข้ามถนนมาอย่างหวานๆ ไอซ์ซิ่งเอะใจพึมพำ

“ใครว่ามีแต่ผีเห็นผี ชะนีน้อยอย่างเราก็เห็นเหมือนกัน อิอิ”

เห็นฉัตรกับคิมเดินเข้าไปในอาคาร ไอซ์ซิ่งรีบเก็บของตามไปทันที...

ooooooo

วัยแสบสาแหรกขาด

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด