ตอนที่ 3
อัลบั้ม: แนะนำละครเรื่อง "รอยฝันตะวันเดือด"
พอมีโอกาสมายูมิดึงริวมาต่อว่า เมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายกับตน ที่นี่เป็นโรงพยาบาลไม่ใช่สวนสนุก ริวย้อนถาม ตนอยากให้ทุกคนมีความสุข ผิดตรงไหน ขอให้ที่รักผ่อนคลาย มายูมิแว้ด
“ห้ามเรียกฉันว่าที่รัก” มายูมิทุบตีริว เขาทำเสียงอ้อน
“อูย...นี่ขนาดยังไม่แต่งนะ ดุซะ”
“แต่งแล้วจะทำไม...”
ริวทำหน้าทะเล้น ชี้ให้มองปากบอกว่ายอมทุกอย่าง มายูมิชี้ที่ปากตัวเองบ้าง เน้นชัดว่า ตนไม่มีวันแต่งงานกับเขา พลันเสียงไทชิประกาศบนเวที เชิญมายูมิและริวขึ้นเล่นดนตรีขับกล่อมให้กับทุกคน มายูมินิ่งเฉย เสียงปรบมือดังขึ้น ริวคะยั้นคะยอ
“อาหารอร่อย ต้องมีดนตรีขับกล่อมให้อารมณ์สุนทรี ไปร่วมสร้างบรรยากาศดีๆกันนะจ๊ะที่รัก” เห็นมายูมิเมิน ริวจำต้องขึ้นเล่นเครื่องดนตรีโคโตะเอง
ไทชิ คัตสึและเซกิลุ้นว่าจะออกมาเป็นเพลงหรือไม่ ริวเริ่มดีด ทุกคนฮือฮาเพราะมันไม่เป็นเพลง ไม่มีจังหวะ ริวทำท่าหลับตาพริ้มไปกับเสียงพิณ คัตซึกับเซกิมองหน้ากันเครียด นานะบุ้ยใบ้ให้มายูมิขึ้นไปเล่นแทน คนไข้และญาติเริ่มกระสับกระส่ายลุกหนี มายูมิทนไม่ไหวจำต้องขึ้นไปเล่นแทน เสียงพิณทำให้ทุกคนชะงัก
นั่งมองอย่างชื่นชม ริวสบตาหวานเยิ้ม จนจบเพลงมายูมิลุกขึ้นโค้ง ท่ามกลางเสียงปรบมือ ริวลุกขึ้นโค้งตัวด้วยเนียนๆ เสียงพยาบาลชมกันว่าทั้งคู่เหมาะสมกันมาก เมื่อไหร่จะได้ฤกษ์แต่งงาน ริวได้ยินรีบตอบว่า อีกไม่นาน มายูมิแทรก
“จะไม่มีงานแต่งงานของฉันกับริว โอะนิซึกะ เกิดขึ้นค่ะ” มายูมิหันมองหน้าริว ประกาศชัดเจน “เราเป็น อิสระต่อกัน นับจากวันที่คุณหายไปเป็นเวลาเจ็ดปี”
“ผมกลับมาแล้ว และผมจะทำทุกอย่างให้คุณยอมแต่งงานกับผม” ริวประกาศกร้าวไม่ยอมแพ้ ทุกคนส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจกันทั่ว
“สู้เพื่อรักครับโซเรียว...พวกเราเอาใจช่วยโอะนิซึกะโซเรียว...”
มายูมิโกรธเดินเข้าประจันหน้าริว “คุณไม่มีทางชนะใจฉันได้”
“ความรักไม่มีแพ้ไม่มีชนะ แล้วในที่สุด...คุณจะเปิดใจยอมรับผม” ริวยืนกราน มายูมิมองด้วยความสับสนในใจ...
เย็นวันนั้น มายูมิกลับบ้านด้วยจิตใจว้าวุ่น ทามาโกะบอกลูกสาวให้ไปล้างหน้าล้างตา แล้วมาทานข้าว มิยูกิแทรกขึ้น “วันนี้ว่าที่พี่เขยให้คนเอากับข้าวของโปรดพี่มายูมิมาให้ที่บ้าน น่าทานทั้งนั้นเลย”
“ช่างดูแล ช่างเอาอกเอาใจ อนาคตพี่เขยดีเด่นแน่นอน” เมกุมิชื่นชม
ทากาฮาชิบอกว่าวันก่อนริวเกริ่นเรื่องกำหนดวันหมั้น...มายูมิตัดบท “หนูยังไม่ค่อยหิว ขอตัวไปพักก่อนนะคะ” ทุกคนมองตามหลังมายูมิไปอย่างงงๆ
เข้ามาในห้อง มายูมิยืนมองเครื่องดนตรีโคโตะด้วยสีหน้าว้าวุ่นใจ ตัดสินใจเอาผ้ามาห่อเก็บเครื่องไปดื้อๆ ราวกับไม่อยากเห็นมันอีก เธอสลัดภาพในความคิด “ริว โอะนิซึกะ...ฉันโกรธคุณมากเท่าไหร่ ภาพความทรงจำที่เกี่ยวกับคุณก็ยิ่งชัดเจนขึ้น...ทำไม...”
ต่างจากริวที่อารมณ์เบิกบาน โคจิแซวว่าวันนี้ทำคะแนนรักแล่นฉิว ริวถอนใจที่มายูมิยังไม่ใจอ่อน
โคจิเตือน “เรื่องของหัวใจต้องใช้เวลา กล้าที่จะเริ่มก็ใกล้ความสำเร็จแล้ว หวังว่าโซเรียวคงไม่ท้อซะก่อน”
“ผมไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ”
“มีคนเดียวที่ทำให้โซเรียวยอมตั้งแต่เห็นหน้า” โคจิแกล้งเปรย
ริวยิ้มในหน้ารู้ว่าหมายถึงมายูมิ...เฉเปลี่ยนเรื่อง ถามถึงเรื่องปืนของกลางที่ฮารุนำมาให้จะทำอย่างไร โคจิ ตอบว่า เมื่อไม่มีหลักฐานก็เอาผิดไม่ได้ ริวยังหนักใจที่คนบงการยังลอยนวล
“เรื่องนี้มีเงื่อนงำเกี่ยวโยงหลายอย่าง มีคนในสำนักงานตำรวจรู้เห็นด้วย คงต้องรอปรึกษาท่านรองฮิโระอีกทีว่าจะเอายังไง” โคจิแนะนำ ริวพยักหน้ารับรู้
ooooooo
เมื่อมาซารุรู้ว่าปืนที่เป็นหลักฐานเล่นงานโอะนิซึกะหายไปก็โกรธมาก สั่งยูจิให้พักราชการเจ้าหน้าที่ที่อยู่เวรเมื่อวานทุกคน จนกว่าจะหาตัวคนผิดมาลงโทษได้ เคนหลบตาเกรงโดนหางเลขไปด้วย
ในไนต์คลับของทาคาโอะ มิซาว่า มีแขกเข้ามาเที่ยวมากมายต่างจ้องมองจุนโกะ นักร้องสาวเสียงดีด้วยความตื่นตาตื่นใจ ทาคาโอะพอใจมากสั่งนาบุให้ตามจุนโกะไปต้อนรับแขกคนพิเศษของตน ทาคาโอะมายังห้องรับรองวีไอพี ซึ่งมาซารุนั่งดื่มรออยู่ก่อน...พอทาคาโอะรู้เรื่องปืนหายไปก็ไม่พอใจ ที่ปืนของกลางอยู่กับตำรวจแล้วยังหายไปได้
“ถ้าไม่ใช่หนอนบ่อนไส้ ก็คงมีคนคอยช่วยพวกโอะนิซึกะ” มาซารุชี้แจง
ทาคาโอะสงสัยฮารุ มิอุระ เพราะสายรายงานว่าฮารุกับสมุนบุกไปบ้านโอะนิซึกะ แต่ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เคนแทรกความคิดเห็นว่า มิอุระอาจร่วมมือกับโอะนิซึกะกำจัดมิซาว่า
“ผมยอมเสียลูกน้องและปิดปากพยานรู้เห็นทุกคน เพื่อช่วยเล่นงานริว โอะนิซึกะ แต่ท่านก็ปล่อยให้หลักฐานชิ้นสำคัญหลุดมือไป ทั้งที่เราเกือบจะเล่นงานริวได้อยู่แล้ว”
มาซารุโดนต่อว่าไม่พอใจ กระแทกแก้วลงบนโต๊ะ “แกไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงกับฉัน อย่าลืมว่าใครสนับสนุนให้แกฟื้นธุรกิจมิซาว่ากลับขึ้นมา ถ้าไม่มีฉัน ลูกนอกสมรสของริกิ มิซาว่าอย่างแก ไม่มีทางยืนอยู่จุดนี้ได้”
ทาคาโอะแอบกำมีดพกจนมือสั่น แค้นใจที่มาซารุชอบกดดัน ทวงบุญคุณ พอดีนาบุพาจุนโกะเข้ามาเธอส่งยิ้มหวานให้มาซารุ เขาไม่รอช้าคว้าตัวเธอมากอดข้างๆ เปลี่ยนอารมณ์จากเกรี้ยวกราดเป็นหื่นกระหายความเย้ายวนของสาวเจ้า ทาคาโอะลอบมองยิ้มเยาะอย่างเหยียดๆ
เมื่อพ้นหน้าที่ จุนโกะหลบมาหลังร้าน ใช้มือเช็ดถูร่างกายอย่างขยะแขยงที่ถูกมาซารุลวนลาม เพื่อนสาวด้วยกันปลอบ ผู้หญิงไนต์คลับอย่างเราจะเรียกร้องอะไรได้ นอกจากยอมทน
ooooooo
เช้าวันใหม่ มายูมิแต่งตัวไปทำงาน ลงมาจาก ห้องต้องชะงักเมื่อเห็นริวนั่งจิบชาอยู่กับพ่อ ทากาฮาชิบอกลูกสาวว่า โซเรียวมาปรึกษาเรื่องฤกษ์แต่งงาน มายูมิแทบช็อก ริวเสริม “ผมอยากให้ข้ามขั้นตอนการหมั้นไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา เพราะยังไงเราก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี”
“พ่อเห็นด้วย หมั้นหมายทางคำพูดกันมานานแล้ว จัดงานแต่งงานซะ พ่อก็หมดห่วง”
มายูมิตั้งสติขอคุยกับริวส่วนตัว ริวชำเลืองมองทากาฮาชิ เขาพยักหน้า ริวจึงลุกออกไป...ริวตามมายูมิเข้าไปในสวน เธอไม่รอช้าใส่ทันที “ฉันขอบคุณที่คุณกรุณากลับมาทำตามสัญญาของผู้ใหญ่ แต่ฉันยืนยันคำเดิม...จะไม่มีงานแต่งงานของเราเกิดขึ้น”
“หมายความว่าคุณจะไม่ยอมทำตามสัญญาของพ่อคุณ”
“ฉันจะอธิบายกับคุณพ่อเองว่าตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เราห่างเหินกันเกินกว่าที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน”
“วิเคราะห์ด้วยตาก็ถูกลวงได้ด้วยตา แค่คุณไม่เห็นผมเจ็ดปี ก็คิดเอาเองว่าผมมีคนอื่น หรือผมไม่สนใจ” น้ำเสียงริวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองน้อยใจ
มายูมิมองอย่างไม่เข้าใจความหมายของเขา ริวนึกถึงอดีตที่ผ่านมาตลอดเจ็ดปี “ตั้งแต่ไม่มีทาเคชิ ผมต้องรับหน้าที่ดูแลธุรกิจทุกอย่างของโอะนิซึกะเพียงคนเดียว ...ตลอดเวลาที่คุณเรียนแพทย์ ผมอยากให้คุณมีสมาธิกับการเรียน ไม่อยากให้คุณเป็นอันตรายจากศัตรูของโอะนิซึกะจึงต้องอยู่ห่างคุณเอาไว้ แต่ผมคอยเฝ้าดูคุณทุกที่ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรที่ไหน ผมแอบตามไปทุกแห่ง”
ภาพมายูมิเข้าเรียนคณะแพทย์ ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ภาพเธอเรียนยูโดและฝึกซ้อมเคนโด้อย่างเอาจริงเอาจัง จนกระทั่งวันที่เธอจบการศึกษารับปริญญา มีครอบครัวไปแสดงความยินดี
“ในวันที่คุณเรียนจบแพทย์ได้อย่างที่มุ่งมั่นตั้งใจ ผมก็เป็นอีกคนที่รู้สึกภูมิใจในตัวคุณมาก...เจ็ดปีที่ผมแค่ไม่เคยมาให้คุณเห็นหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าผมหายไป เพราะผมเฝ้ามองคุณอยู่ตลอดเวลา”
มายูมิอึ้งเมื่อรู้ความจริง แต่คำพูดตัดรอนเจ็ดปีก่อนของเขายังฝังใจ จึงเกิดทิฐิ “คุณมีเหตุผลของตัวเอง ฉันก็มีเหตุผลที่จะไม่เปลี่ยนความตั้งใจ”
“คุณยังโกรธผมใช่ไหม”
“เมื่อก่อนเรายังเด็ก ฉันจึงยอมให้ผู้ใหญ่จัดการเรื่องหมั้นหมาย แต่ตอนนี้เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ฉันคิดเองได้ว่าเราสองคนไม่เหมาะสมกัน”
“เก่ง ฉลาด มีความคิดเป็นของตัวเอง...นี่แหละ นายหญิงของโอะนิซึกะ”
“เลิกล้อเล่นกับฉันสักที”
“ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะยอมแต่งงาน” ริวกล่าวอย่างจริงจัง
มายูมิชั่งใจก่อนตัดสินใจ “ผู้หญิงทุกคนอยากแต่งงานเพราะความรัก ทำให้ฉันรักคุณสิ ฉันจะแต่งงานกับคนที่ฉันรักเท่านั้น...ทำให้ฉันเห็นสิว่าคุณรักฉัน”
ริวอึ้งเพราะรู้ตัวดีว่าไม่เคยพูดคำนี้กับเธอ เก็บไว้ในใจมาตลอด “ความรัก...ทำให้ชีวิตมีจุดอ่อน และมีอันตรายต่อคนที่เรารัก คุณก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรักของทาเคชิกับเซโกะ”
“เจ็บปวดจากสิ่งที่เราเลือกเอง ดีกว่าเสียใจในสิ่งที่เราไม่มีโอกาสเลือก”
ริวอ่อนใจกับความดื้อของมายูมิ จึงรับปากจะทำให้เธอยอมแต่งงานด้วย หญิงสาวท้า จะรอดูว่าเขาทำอย่างไร ริวขู่ “ระวังหัวใจคุณไว้ให้ดีเพราะมันอาจหนีมาอยู่กับผมโดยที่คุณไม่รู้ตัว”
ทั้งสองประสานตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร... ทามาโกะเปรยกับสามี ถ้าลูกไม่อยากแต่งจะบังคับลูกไหม เขายืนยันต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิจิโร่ ทามาโกะรู้สึกหนักใจแทนลูกสาว
ในขณะที่มายูมิทำงานหนักที่โรงพยาบาล เธอถือชาร์ตสั่งงานพยาบาลให้ดูแลคนไข้แต่ละเคส เผอิญยูจิถือกล่องขนมเข้ามาหาจึงชนกับเธอเข้า ชาร์ตในมือเธอหล่น เขาคว้ามันทำให้กล่องขนมหล่นกระจาย มายูมิรู้สึกผิดที่ทำขนมของเขาหก...ยูจิปลอบว่าพรุ่งนี้จะเอามาให้ใหม่
“ฉันเป็นห่วงความรู้สึกของคนให้ต่างหากค่ะ”
“ผมดีใจที่รู้ว่าคุณหมอมายูมิเป็นห่วง แต่ถ้าคุณหมอยังรู้สึกผิดก็ยิ้มให้ผมเป็นการไถ่โทษแล้วกัน” มายูมิอมยิ้ม สายตายูกิเป็นประกาย “รอยยิ้มของคุณหมอมายูมิมีค่ามาก ผมอยากเห็นรอยยิ้มนี้ทุกวัน...ผมพูดอะไรให้ไม่สบายใจหรือเปล่าครับ” ยูจิแปลกใจเมื่อเห็นเธอสลดลง
“ผู้กองยูจิเป็นผู้ชายคนแรก ที่พยายามเข้ามาเป็นมิตรกับฉัน”
ยูจิอ้างว่าคนอื่นไม่กล้าเพราะรู้ว่าเธอเป็นว่าที่คู่หมั้นโอะนิซึกะโซเรียว แต่ตนมีความจริงใจและปรารถนาดี หวังว่าเธอจะให้โอกาสตนพิสูจน์มิตรภาพ...มายูมิจึงขอให้เขาเรียกชื่อตนเฉยๆ เพราะเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องเรียกเป็นทางการ ยูจิยิ้มดีใจที่ก้าวเข้ามาอีกขั้น
ในวันนั้นมีการถ่ายแฟชั่นของอาคิโกะ นักข่าวรุมสัมภาษณ์เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับริว เธอยืนยันว่ายังเหมือนเดิม แต่นักข่าวฮือฮากันว่า ริว โอะนิซึกะประกาศที่โรงพยาบาลว่าจะทำทุกอย่างให้หมอมายูมิว่าที่คู่หมั้น ยอมแต่งงานด้วย อาคิโกะช็อก รีบขอตัวเลี่ยงไป
กลับเข้าห้องแต่งตัว อาคิโกะระบายอารมณ์เหวี่ยงข้าวของในห้อง ยืนมองตัวเองในกระจกสักพัก ก่อนจะเข่นเขี้ยว “มายูมิ ทากาฮาชิ...แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
คืนนั้นมายูมิว้าวุ่นใจจนต้องหยิบกล่องไม้ที่เก็บจดหมายมากมายไว้ เป็นจดหมายตอบจากแพรวดาว มายูมิตัดสินใจเขียนจดหมายไปปรับทุกข์กับเธออีก “ฉันไม่เข้าใจว่าริวต้องการอะไรกันแน่ นึกอยากจะไปเขาก็ผลักไส แล้วจู่ๆก็กลับมาเรียกร้องความเป็นเจ้าของ โดยไม่นึกถึงหัวใจฉันเลย ฉันสับสน ไม่แน่ใจความรู้สึกที่ฉันมีต่อริว...ฉันควรทำยังไงดี”...
ไม่ต่างจากริว ที่เขากำลังเขียนจดหมายระบายความอัดอั้นถึงทาเคชิเช่นกัน “...ผู้หญิงเข้าใจยาก อารมณ์แปรปรวนตลอดเวลา นายเข้าใจฉันใช่ไหมทาเคชิ ฉันรู้ว่าผู้กองยูจิตั้งใจสานสัมพันธ์กับมายูมิ...ตำรวจคนนี้คาดเดายาก ดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนยังไงกันแน่ มายูมิอาจเคลิ้มไปกับความเป็นสุภาพบุรุษของผู้กองยูจิ...ฉันควรทำยังไงดี...”
ทั้งมายูมิและริวกลัดกลุ้มเรื่องเดียวกัน ต่างคนต่างเครียด
ooooooo
วันต่อมา ยามาโมโต้เรียกมาซารุเข้าพบ เขาคือเบื้องบนที่คอยสั่งการนายตำรวจใหญ่ ยามาโมโต้ไม่พอใจที่มาซารุเอาผิดโอะนิซึกะไม่ได้เรื่องที่ยัดเยียดข้อหาฆ่าโอะซะมุ...มาซารุหน้าเสีย ยามาโมโต้ให้เปลี่ยนเป้าหมายไปเล่นงานพวกมิอุระ มาซารุรับคำจะสั่งมิซาว่าเร่งจัดการ
“ยืมมืออสรพิษไปเล่นงานศัตรู...เสร็จงานแล้วตีมิซาว่าให้ตายด้วย อย่าให้มันกลับมาแว้งกัดเราทีหลัง” ยามาโมโต้ชอบใจ
“แน่นอนครับ คนอย่างทาคาโอะ มิซาว่า ไว้ใจไม่ได้ ผมหลอกใช้มันกำจัดโอะนิซึกะกับมิอุระ แล้วค่อยเก็บมันเมื่อหมดประโยชน์”
ยามาโมโต้หัวเราะร่า เพราะเมื่อโอะนิซึกะถูกโค่น มิอุระกับมิซาว่าถูกทำลายสิ้นซาก ตนจะขึ้นเป็นใหญ่ในเมืองนี้ มาซารุยิ้มแววตาวาดฝันตัวเขาก็จะเป็นใหญ่ด้วย...
วันนี้เป็นวันหยุด ทามาโกะมาปลุกมายูมิให้แต่งตัวออกไปเที่ยวกับริว เขารออยู่ข้างล่าง เมกุมิเตือนพี่สาว ถ้าพี่ไม่รีบแต่งตัว ว่าที่คู่หมั้นจะขึ้นมาแต่งให้เอง มายูมิไม่พอใจแต่ทามาโกะย้ำว่าเป็นคำสั่งพ่อ ทำให้มายูมิจำต้องยอม....ริวกลับไม่ได้พาเธอไปเที่ยวไหน มาบ้านโอะนิซึกะ
“พาฉันมาบ้านคุณทำไม”
“รำลึกความหลังครั้งเก่าของเราสองคน เผื่อคุณคิดถึง” ริวหัวเราะคิกคัก เรียกอายะโกะให้มาพามายูมิไปเปลี่ยนชุด มายูมิยิ่งแปลกใจเขาจะเล่นอะไร ริวกล่าว “ว่าที่นายหญิงของโอะนิซึกะจะต้องแข็งแกร่ง ช่วยเหลือตัวเองได้ ฝีมือต่อสู้ของคุณคราวก่อนถือว่าใช้ได้ แต่ยังต้องฝึกเพิ่ม ผมเลยพาคุณมาเดตด้วยการซ้อมเคนโด้ จะได้ไม่ซ้ำกับหนุ่มคนไหนของคุณ”
“เป็นวิธีเดตที่แปลกพิสดารดี แต่ฉันไม่ประทับใจเลยสักนิด” มายูมิสะบัดหน้าเดินไปกับอายะโกะและฟุมิโกะ
คัตสึอดไม่ได้ ตีแขนริวเบาๆติงสอนไม่จำ เตือนไม่ฟังให้พูดจานุ่มนวล ละมุนละม่อมกับผู้หญิง อย่ายั่วโมโหเธอ ทั้งไทชิและเซกิช่วยกันเตือน ริวทำหน้าดุใส่ ทั้งสามถอยห่างขำๆ
พอมายูมิเปลี่ยนชุดเคนโด้มาถึง ริวก็ตวัดดาบไม้ประลองฝีมือกับเธอ มายูมิยังสู้ริวไม่ได้...ไทชิบ่นกับคัตสึ นี่หรือนุ่มนวลของเจ้านาย...โคจิจึงร้องบอกมายูมิให้ใช้ความอ่อนโยนต่อสู้กับความแข็งกร้าว มายูมิยังไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็พอรับดาบของริวได้บ้าง จู่ๆริวก็โยนดาบให้ไทชิ แล้วเข้าไปซ้อนหลังมายูมิ โอบเอวเธอมือหนึ่งกุมมือเธอจับดาบมือหนึ่ง เธอโวยจะทำอะไร
“สอนการต่อสู้ฉบับรวบรัด...ประสานใจให้เป็นหนึ่งเดียว แล้วมันจะเป็นอาวุธที่ทรงพลัง...สมาธิอยู่ที่ปลายดาบ ตัดสินใจให้รอบคอบและรวดเร็ว” ริวจับมือมายูมิตีโต้กับไทชิ เขาโอบตัวเธอหลบหลีกก้าวย่างฟาดดาบใส่ท้องไทชิอย่างหนักหน่วง ใบหน้าริวแนบชิดกับหน้ามายูมิ เธอใจเต้นรัวจนแทบไม่มีสมาธิ ริวย้ำให้มีสมาธิ พอฟาดใส่ไทชิได้ มายูมิเผลอดีใจหันหน้าไปบอกริวว่าทำได้แล้ว แก้มเธอจึงถูกริวหอมอย่างจัง เธอเขินมากขยับตัวออกห่าง ริวอมยิ้ม โคจิแก้สถานการณ์ให้ด้วยการชม
“พื้นฐานดี แต่ขาดเทคนิค ถ้าหมั่นฝึกฝนไม่นานก็อาจเอาชนะโซเรียวได้...คุณมายูมิเก่งมากครับ”
มายูมิก้มหัวขอบคุณเหมือนศิษย์เคารพครู ริวบอกให้เธอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ตนจะพาไปข้างนอก มายูมิไม่โต้แย้งเพราะยังอายอยากรีบออกไปจากตรงนี้ ริวยิ้มอย่างมีกำลังใจ
ooooooo
ในสวนสาธารณะที่มีบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มต้น มายูมิเดินจ้ำกึ่งวิ่งเข้ามา ริววิ่งตามร้องเรียก “ที่รักจ๋า...รอด้วยสิจ๊ะ”
มายูมิไม่พอใจ ถ้าไม่หยุดเรียกแบบนี้ตนจะกลับ ริวขวางหน้าต่อรอง “งั้นเปลี่ยนเป็นดาร์ลิ้ง ฮันนี๊ เบบี๋ ยาหยีหรือศรีภรรยาดีจ๊ะ” มายูมิรวบดอกไม้ที่ร่วงบนพื้นปาใส่ ริวร้องอะไรกันที่รัก
“ถ้ายังไม่หยุดกวน ฉันจะเอาดอกซากุระกลบปากคุณให้มิดเลย” มายูมิขู่
ริวยังล้อขอเปลี่ยนจากซากุระเป็นปากเธอแทน มายูมิโกรธปาดอกไม้ใส่เต็มหน้า ริวโวยเล็กๆ ถ้ารู้ว่าจะเครียดกับชีวิตขนาดนี้ ไม่น่าช่วยให้เธอได้เรียนหมอ มายูมิโต้ตนขอร้องพ่อเองได้
“อ๊ะ ไม่ซาบซึ้งบุญคุณแล้วยังทำปากเก่ง”
“ไม่ได้เก่งแค่ปาก อยากลองอย่างอื่นดูบ้างไหม” มายูมิกำหมัดตีมืออีกข้างท้า
ริวไม่ต่อล้อต่อเถียง คว้าข้อมือ “รีบไปดูดอกซากุระกันเถอะ เดี๋ยวมันงอนร่วงหมดต้น”
มายูมิตกใจร้องให้ปล่อย...คัตซึกับเซกิแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้ยิ้มปลื้ม ไทชิเข้ามาเตือนให้กระจายกันดูแลความปลอดภัย
ริวดึงมายูมิมาถึงบริเวณหนึ่ง เธอสะบัดมือออก เห็นริวเงยหน้ามองจึงมองตาม แล้วต้องตะลึงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งงดงามเต็มไปหมด ริวจูงมือมายูมิเดินลอดใต้กิ่งซากุระที่น้อมลงมาคล้ายอุโมงค์ ดูตื่นตา ทั้งคู่อยู่ด้วยกันท่ามกลางดอกซากุระขาวชมพู ช่างโรแมนติกมาก
“งดงาม...เหมือนอยู่ในความฝัน” มายูมิเคลิ้ม
“ทุกอย่างคือความจริง เราสองคนถูกกองทัพดอกซากุระโอบล้อมไว้ด้วยกัน...ซากุระจะร่วงพร้อมกันหมด เป็นสัญลักษณ์ของนักรบ หมายความว่าพร้อมจะสู้ตายด้วยกัน” ริวสาธยาย
“แม้ดอกซากุระจะมีชีวิตช่วงสั้นๆ แต่ช่วงเวลาแสนสั้นนั้น ดอกซากุระจะสวยสดใสและงดงามเสมอ” ระหว่างชื่นชม ดอกซากุระดอกหนึ่งร่วงลงมาบนมือมายูมิ เธอยกขึ้นดม
ริวยื่นหน้าเข้ามาสูดกลิ่นในมือเธอด้วย หญิงสาวตกใจมองค้อน ต่อว่าทำไมต้องมาดมจากมือตน ริวโต้ ไม่ดมจากมือที่รัก แล้วจะดมจากมือนางฟ้าที่ไหน มายูมิจะต่อว่าแต่ริวแบมือจ้องหน้าขอดอกไม้นั้น เธอใจอ่อนวางดอกซากุระให้ ริวเอาขึ้นมาชื่นชมแล้วร่ายบทกลอน
“ซากุระแย้มสะพรั่ง ดุจดังตะวันฉายฉาน หัวใจนักรบผลิบาน จำนรรค์กลิ่นกรุ่นดรุณี...ไม่มีดอกไม้ใด หอมเท่าดอกไม้ที่ถูกคุณสัมผัสเลย...มายูมิ”
รอยยิ้มและแววตาของริวที่ส่งมาทำให้มายูมิหวั่นไหว สับสนในใจอย่างมาก...
เย็นวันนั้นอาคิโกะมารอไทชิที่บ้านพัก ทำทีเอาใจบีบนวดให้ แล้วเลียบเคียงถามถึงงานของเขายุ่งแค่ไหน ทำให้เธอได้รู้ว่า พรุ่งนี้ริวมีงานทั้งวัน...จากนั้นอาคิโกะก็พรางตัวไม่ให้ใครจำได้มาที่โรงพยาบาล สอบถามพยาบาลว่าพรุ่งนี้มายูมิเข้าเวรกี่โมง
ด้านมายูมิรู้สึกอารมณ์ดี จึงรื้อเอาโคโตะออกมา บรรเลงเป็นเพลงไพเราะ สร้างความประหลาดใจให้คน
ในบ้าน เพราะเธอไม่เล่นมันมานานเจ็ดปี...มายูมิดีดโคโตะสลับกับมองสร้อยจี้ดอกเดซี่ของริวที่วางอยู่ข้างๆไม่ต่างจากริวที่นั่งชื่นชมดอกซากุระที่ได้จากมือมายูมิยิ้มปลื้ม
ooooooo
ทาคาโอะยังครุ่นคิดเจ็บแค้นที่มาซารุลำเลิกบุญคุณ คิดจะเอาคืนให้สาสม พอดีกับมีคำสั่งด่วนให้จัดการฮารุ มิอุระ...นาบุสมุนมือขวาเตือน หลังจากโอะนิซึกะโดนเล่นงาน มิอุระก็ระวังตัวมากขึ้น แต่ทาคาโอะไม่หวั่น เพราะจะส่งคนที่พวกนั้นนึกไม่ถึงเข้าไปเป็นเหยื่อล่อ
นาบุตามจุนโกะไปพบทาคาโอะ พอเธอรู้ว่าต้องทำงานเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ปฏิเสธ กลับโดนทาคาโอะซ้อม “เธอต้องทำทุกอย่างตามที่มิซาว่าต้องการ ถึงแม้ว่าจะต้องไปลงนรก”
ทาคาโอะให้นาบุเอายาเสพติดฉีดเข้าร่างกายจุนโกะ เธอดิ้นรนร้องไห้ ตาเหลือกลาน...
เช้าวันใหม่ขณะที่มายูมิตรวจคนไข้ทั่วไป มีหญิงสาวสวยท่าทางดี สวมแว่นตาดำใช้ผ้าคลุมผม ก้าวเข้ายืนตรงหน้า มายูมิมองด้วยความแปลกใจ
“ขอโทษที่เข้ามาแทรกคิวนะคะ” หญิงสาวเผยตัวให้รู้ว่าเธอคืออาคิโกะ “คุณหมอรู้จักฉันด้วยเหรอคะ
จริงสิ...ใครไม่รู้จักดาราดังอย่างฉันคงเชยแย่” อาคิโกะทำเป็นไม่รู้จักมายูมิ
พอมายูมิถามอาการป่วย อาคิโกะก็บอกว่า มาขอยาแทนคนรัก แฟนตนเป็นไมเกรนบ่อย ไม่มีเวลามาเองเพราะธุรกิจรัดตัว เน้น “ยาที่กินต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ริวให้ฉันมาขอยาแทนค่ะ”
มายูมิตะลึงไม่คิดว่าอาคิโกะจะพูดเต็มปากว่าริวเป็นแฟน อาคิโกะสำทับ “ริว โอะนิซึกะไงคะ คุณหมอมายูมิน่าจะรู้จักตระกูลซามูไรเก่าแก่ที่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากมายในเมือง”
มายูมิรับว่ารู้จัก อาคิโกะตอกย้ำว่าริวบ้างานจนลืมกินยา ตนต้องคอยเตือนคอยป้อนยาให้ทุกวัน และเล่าถึงความสุขของตนกับริวว่ารู้จักกันมาแต่เด็กเพราะพ่อเป็นผู้บริหารบริษัทของโอะนิซึกะ ความผูกพันทำให้มาสนิทสนมเป็นแฟนกันเจ็ดปี อาคิโกะจะเน้นให้มายูมิรู้ว่า ริวรักและหลงตนมาก ชอบซื้อของให้ เราจะหาเวลาอยู่ด้วยกันทุกวัน อาคิโกะอวดสร้อยข้อมือ
“ริวเป็นคนน่ารัก ชอบเซอร์ไพรส์ เรื่องเครื่องเพชรเนี่ยไม่ต้องพูดถึงเลย เขาจดจำรายละเอียดที่เกี่ยวกับตัวฉันได้ทุกอย่าง แอบซื้อสร้อยเพชรให้ในวันเกิด ฉันปลื้มเขาจริงๆค่ะ...ริวเคยขอฉันแต่งงานหลายครั้ง แต่คนทำงานบันเทิงมีชื่อเสียงอย่างฉัน ยังเปิดเผยเรื่องส่วนตัวมากไม่ได้ ฉันก็เสียใจที่ทำให้ริวผิดหวัง” อาคิโกะโม้ไปเรื่อย แต่ก็ทำให้มายูมิหวั่นไหวเสียใจ
มายูมินึกถึงที่ริวบอกว่าตามเฝ้าดูตนมาตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา รู้สึกเจ็บแปลบในใจ อาคิโกะทำทีนึกได้ที่เล่าเรื่องส่วนตัวมากเกินไป อ้างรู้สึกถูกชะตาด้วย แล้วขอให้เธอสั่งยาให้ตามประวัติของริว เพราะตนจะต้องไปดินเนอร์กับริวคืนนี้ เขาชอบอ้อนให้ตนป้อนยา...มายูมิกล้ำกลืนความช้ำใจเซ็นใบสั่งยาให้ไป อาคิโกะยิ้มพรายสะใจกลับออกไป นานะเดินสวนเข้ามาเห็นจำได้ รีบถามอาคิโกะมาทำไม มายูมิตอบว่ามาขอยาให้ริว
“หา! อะไรนะ มาขอยากับเธอ ว่าที่คู่หมั้นริวเนี่ยนะ”
“เขาคงไม่รู้มั้ง ว่าฉันกับริวสุดที่รักของเขารู้จักกัน”
ขณะเดียวกัน ริวนั่งประชุมงาน แต่จิตใจลอยไปหามายูมิ โคจิต้องคอยเตือนให้ทนอีกนิด พอมายูมิเลิกงาน เดินออกมาหน้าโรงพยาบาล กลับพบอาคิโกะยืนรออยู่อีก เธอขอร้องให้ช่วยเลือกซื้อผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อริว มายูมิจำต้องช่วยเลือกและบอกสรรพคุณของผลไม้แต่ละชนิด อาคิโกะแอบยิ้มสะใจ พอซื้อของเสร็จอาคิโกะก็แกล้งเปรยให้ช้ำใจอีก
“คุณหมอน่ารักและใจดีที่สุดเลยค่ะ ฉันต้องรีบไปแล้ว ปล่อยให้ริวรอนาน เดี๋ยวจะโมโหหิว...เวลาริวหิวจัด ชอบแกล้งฉันด้วยการวิ่งไล่หอมไล่กอด ฉันต้องวิ่งหนีจนเหนื่อย ทะเล้นมากๆริวเนี่ย” อาคิโกะก้มหัวลาอีกครั้งแล้วเดินจากไป
มายูมิยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เดินน้ำตาคลอเบ้า พยายามสลัดคำบอกเล่าทั้งหมดของอาคิโกะออกไปจากสมอง เตือนตัวเองว่าจะไม่เสียน้ำตาให้ผู้ชายหลอกลวงอย่างริว โอะนิซึกะ
ooooooo
วันต่อมา ริวกำลังปรึกษากับโคจิ คาซูมะและมาซาโตะอยู่หน้าคลังสินค้าโอะนิซึกะว่า
“อาคาซูมะช่วยติดตามสินค้าลอตสุดท้ายด้วย ถ้ามีปัญหาขนส่งล่าช้า หรือคุณภาพสินค้าไม่ดี เราจะได้ให้อามาซาโตะดำเนินการตามกฎหมาย”
ไม่ทันไรรถมาซารุแล่นมาจอด ริวแปลกใจที่มาซารุกับเคนมาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า มาซารุยืนประจันหน้ากับริว ทำนองหยั่งเชิงว่าทำไมริวถึงไม่ทุกข์ร้อนเรื่องคดีจ้างวานฆ่าโอะซะมุและมีคนเห็นมิอุระบุกบ้านโอะนิซึกะ แต่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น มันน่าแปลก ริวโต้
“สุภาพชนคุยกันด้วยเหตุผล โอะนิซึกะไม่ใช่พวกอิทธิพลเถื่อน ใครมาดีเราก็ต้อนรับ”
“หวังว่าการต้อนรับจะไม่นำไปสู่การร่วมมือทำเรื่องผิดกฎหมาย”
โคจิแทรกว่าอย่าด่วนสรุป ทำไมไม่คิดว่าเราทำ เรื่องดี มาซารุสวนว่าเรื่องดีที่มิอุระเอาอะไรมาเป็นเครื่องบรรณาการ ริวย้อนถามเขาคิดว่าเป็นอะไร มาซารุไม่ตอบแต่ขู่ว่า ถ้าโอะนิซึกะร่วมมือกับมิอุระทำเรื่องผิดกฎหมาย ตนไม่ปล่อยไว้แน่ ริวจ้องอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อมาซารุกลับไป ริวเชื่อว่ามาซารุคงรู้แล้วว่า ปืนของกลางหายไป จึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ทำอะไรพวกเราไม่ได้ โคจิให้เตรียมพร้อม เมืองนี้คงไม่สงบอีกนาน...ด้านมาซารุเข่นเขี้ยวจะกำจัดโอะนิซึกะให้ได้
ในคืนเดียวกันจุนโกะถูกส่งมาไนต์คลับมิอุระ ต้องการพบฮารุ มิอุระ บรรดาลูกน้องเห็นความเซ็กซี่ของเธอรู้ว่าถูกใจฮารุแต่ต้องไปรายงานก่อน แต่จุนโกะไม่รอช้าตามติดเข้าไป พอฮารุเห็นเธอก็ชอบใจ ชุนกับสมุนถอยออก จุนโกะยิ้มอย่างมีจริตว่าเขาช่างมีเมตตา ฮารุดึงเธอมากอด
“แล้วเธอจะตอบแทนความเมตตาของฉันยังไง ถ้าเดาไม่ผิด เธอน่าจะมีข้อเสนอการทำธุรกิจบางอย่าง ระหว่างเรา”
จุนโกะเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดฮารุ วางกระเป๋าบนโต๊ะ ทำทีขอเข้าห้องน้ำ ก่อนจะคุยธุรกิจ ฮารุยิ้มผายมือให้เธอไปยังห้องน้ำ จุนโกะเข้ามาในห้องน้ำล็อกประตูหาทางหนีออกไป
ขณะนั้นยูจินำตำรวจนอกเครื่องแบบมาขอค้นเพราะได้รับแจ้งว่าที่นี่มียาเสพติด ชุนหน้าตื่นมารายงานฮารุ เขามองไปยังกระเป๋าจุนโกะอย่างรู้แกว “ยาเสพติดนังผู้หญิงคนนั้นเป็นนกต่อ ไปจับตัวมันมา แล้วเอากระเป๋านั่นไปทำลาย”
ชุนคว้ากระเป๋ามา ไม่ทันจะออกไป ยูจิบุกเข้ามา ลูกน้องมิอุระวิ่งมารายงานว่าผู้หญิงหนีไปแล้ว ชุนจะเอากระเป๋าหนีแต่ถูกตำรวจแย่ง จึงเกิดการต่อสู้กันดุเดือด ยูจิไล่ตามของกลางเกิดการยิงใส่กัน ยูจิโดนฟาดด้วยท่อนไม้กลางหลัง ตำรวจกรูเข้าจับมิอุระพร้อมของกลาง...
รุ่งเช้าริวรู้ข่าวฮารุถูกจับและยูจิบาดเจ็บก็เป็นห่วง “ลูกชายท่านมาซารุเจ็บตัวแบบนี้ มิอุระถูกเล่นงานไม่มีทางดิ้นหลุดแน่...ไปตามอามาซาโตะกับอาคาซูมะ ฉันต้องการให้ไปกับฉัน”
โคจิมองริวอย่างเข้าใจว่าเขาจะทำอะไร คัตสึกับเซกิรีบไปทำตามคำสั่ง...ริวกับกลุ่มสามทหารเสือมาสำนักงานตำรวจเพื่อช่วยเหลือฮารุ แต่พอมาถึงกลับไม่ได้รับการให้ประกันตัว
“ขอบคุณ แค่โอะนิซึกะโซเรียวมีน้ำใจมาเยี่ยม เราก็ซาบซึ้งใจแล้ว” ฮารุกล่าวตื้นตัน
“ผมอยากได้ยินความจริงจากปากท่านฮารุ” ริวถาม...คาซูมะถามแทรกมิอุระค้ายาหรือไม่
“มิอุระจะมีอำนาจและความยิ่งใหญ่ไปเพื่ออะไร ถ้าสังคมเมืองนี้เสื่อมทรามเพราะสิ่งผิดกฎหมาย ผมเลือกอยู่ข้างเดียวกับโอะนิซึกะ สายเลือดซามูไรผู้ปกป้ององค์จักรพรรดิ มิอุระก็ต้องเดินตามความถูกต้อง” ฮารุกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ริวพึงพอใจในคำตอบของฮารุ มาซาโตะจึงบอกว่าจะหาทางช่วยเขาทุกวิถีทาง ริวเสริมว่าโอะนิซึกะให้ความสำคัญกับคำว่ามิตรภาพเสมอ ฮารุซาบซึ้ง...เมื่อริวเดินออกมาจากเยี่ยมฮารุ มาซารุกับเคนเข้ามาขวางหน้า มาซารุแขวะ ไม่คิดว่าโอะนิซึกะจะสนิทสนมกับมิอุระเร็วขนาดนี้ ริวโต้ ไม่มีกฎหมายห้ามใครเป็นมิตรกัน
“ช่วยคนผิด...ไม่ได้ทำให้ตัวเองเป็นฮีโร่ขึ้นมาหรอก โอะนิซึกะโซเรียว”
“ท่านไม่ควรรีบกล่าวหาใคร จนกว่าศาลจะพิพากษาว่าคนนั้นผิดจริง” โคจิสวน
มาซารุโกรธเข้าประจันหน้าริว บอกว่ามีหลักฐานยาเสพติดอยู่กับมิอุระ จะไม่ผิดได้อย่างไร มาซาโตะซึ่งทำหน้าที่กฎหมายให้โอะนิซึกะตอบโต้แทนว่า ฮารุให้การไปแล้วว่ากระเป๋าเป็นของผู้หญิงที่หายตัวไป มาซารุยังหาว่าเป็นคำแก้ตัว โคจิติงให้ทางการหาตัวผู้หญิงเมื่อคืนมาเป็นพยานสำคัญจะดีกว่า ริวจ้องมาซารุอย่างไม่เกรงกลัว ดักคอว่า
“โอะนิซึกะเชื่อมั่นในการทำงานของท่าน ท่านต้องใช้อำนาจในทางที่ถูกต้องแน่นอน”
“ขอบคุณที่เชื่อมั่น โอะนิซึกะก็ควรระวังตัวไว้ให้ดี ถ้าผมมีหลักฐานว่าพวกคุณเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย ชะตากรรมของโอะนิซึกะจะไม่ต่างกับมิอุระ” มาซารุขู่ก่อนเดินกลับไป
ริวหน้าเครียดคิดว่าผู้หญิงลึกลับคนนั้นไม่ใช่ความบังเอิญแน่ ต้องมีคนจัดฉาก มาซาโตะแนะนำต้องหาผู้หญิงคนนั้นให้เจอ คดีฮารุถึงจะมีสิทธิ์รอด ทุกคนหนักใจเธออยู่ที่ไหน...
ขณะเดียวกันมายูมิมาดูอาการยูจิ เขาฟื้นขึ้นมาเห็นเธอก็เย้าว่าตนตายแล้วแน่ถึงเจอนางฟ้า มายูมิดักคอแค่ฟกช้ำจะตายได้อย่างไร รับยาแล้วกลับบ้านได้ ยูจิยื้อขออยู่นานๆจะได้เห็นหน้าเธอ มายูมิว่าเอาเปรียบคนไข้ที่ต้องการเตียง ชายหนุ่มจึงต่อรองยอมคืนเตียงแต่ขอให้เธอทานข้าวด้วยสักมื้อ หญิงสาวอึกอักอ้างถ้าว่างเมื่อไหร่จะไป ยูจิแกล้งนอนร้องครวญคราง
พอดีมายูมิมีประชุมแพทย์เลยเข้ามาช้า นานะแซวมัวแวะไปเยี่ยมแฟน มายูมิสวนเป็นแค่เพื่อนที่ห่วงใยเพราะเขาเป็นคนดี นานะจึงถามถึงริวก็ดีสารพัด มายูมิเสียงเขียวให้เลิกพูดถึงผู้ชายคนนี้ นานะมองเพื่อนอย่างหน่ายใจกับความใจแข็งของเธอ
ooooooo










