สมาชิก

นักฆ่าขนตางอน

ตอนที่ 14

ตำรวจ น้ำไปถึงที่เกิดเหตุ  เจอหมวดโอมกับชาลี จึงพาเข้าฝั่ง  ไม่นานนักรอนกับสมุนก็มาถึง  ตำรวจน้ำ แจ้งว่าคนของเขารออยู่ข้างในถามรอนว่าสารวัตรโทนี่ไม่มาหรือ

"เดี๋ยว สารวัตรจะตามมาสมทบครับ แล้วพวกเขาปลอดภัยรึเปล่า"

"ครับ แต่มีบางคนที่เรายังหาตัวไม่พบ" หัวหน้าตำรวจน้ำแจ้ง

คนที่ตำรวจน้ำ หาไม่พบคือ โนรี ดาหวัน และรณภพนั่นเอง

โนรีเกาะถังน้ำลอยคออยู่กลาง ทะเล พยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีที่เรือประมงลำหนึ่งมาเจอจึงช่วยขึ้นเรือ ไต้ก๋งเรือหันไปถามดาหวันที่อยู่บนเรือก่อนแล้วว่า นั่นเพื่อนเธอหรือเปล่า

พอ ลูกเรือช่วยโนรีขึ้นเรือมาได้ เพียงเห็นหน้าดาหวันโนรีก็ตรงเข้าไปด่า "นังดาหวัน นังสารเลว" ดาหวันสวนไปทันทีอย่างแค้นใจว่าเธอนั่นแหละสารเลว ทรยศต่อองค์กรรวมหัวกันฆ่าพ่อตน

สองสาวไม่พูดพร่ำทำเพลงกระโจนเข้า ต่อสู้กันเอาเป็น เอาตาย กระชากลากทึ้งกันจนเสื้อผ้าขาดวิ่น พวกลูกเรือมองกันตาเป็นมัน แต่ไต้ก๋งทนดูไม่ได้ลุกเข้าไปห้ามขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะจับโยนทะเลทั้งคู่

เมื่อ ดาหวันกับโนรีชะงักกลัวถูกจับโยนทะเล ไต้ก๋งบอกทั้งสองว่าตนไม่สนใจว่าพวกเธอจะเป็นใครหรือบาดหมางกันเรื่องอะไร แต่ตนจะวิทยุแจ้งตำรวจน้ำให้มารับตัวไป

"ไม่ต้องแจ้งใครทั้งนั้น พาเราไปส่งขึ้นฝั่งแล้วเราจะจ่ายค่าตอบแทนให้" พูดแล้วเห็นโนรีมองหน้า ดาหวันบอกว่า "ฉันไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ หรือว่าเธออยากมี"

โนรี นิ่งไปเพราะคิดได้ว่าตัวเองก็มีคดีอยู่ไม่น้อย ไต้ก๋งสนใจข้อเสนอของดาหวันถามว่าจะจ่ายให้ตนเท่าไร ดาหวันบอกว่า "หนึ่งแสน ทันทีที่ฉันขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย"

"ตกลง" ไต้ก๋งตอบรับแล้วสั่งลูกเรือ "พวกเอ็งดูแลผู้หญิงสองคนนี้ให้ดีนะโว้ย ถ้าเขาเป็นอะไรไป พวกเอ็งโดนหนักแน่"

สั่งลูกเรือแล้วไต้ก๋งเดินเข้า ข้างใน ส่วนลูกเรือสองคนตอบรับคำสั่งไต้ก๋งมันแอบมองหน้ากันอย่างเสียดาย

ooooooo

เมื่อ โทนี่มาถึง ตำรวจน้ำพาโทนี่กับรอนไปส่งที่ห้องประชุม แล้วจึงมาพาหมวดโอมกับชาลีตามเข้าไป รอนบอกทั้งสองทันทีที่นั่งลงว่า ตนอยากทราบเรื่องที่เกิดขึ้นบนเกาะทั้งหมด ชาลีจึงเล่าว่า

"พวกเรามี แผนที่จะเปิดโปงเบื้องหลังของเจ้าเวียงวรรณที่เกี่ยวพันกับขบวนการเอสเค 7 แต่คิดไม่ถึงว่าไอ้พวกแก๊งค้ายาจะตามไปล้างแค้น"

"ตอนนี้เจ้าเวียง วรรณกับสมาชิกเอสเค 7 ถูกฆ่าตายเกือบหมด" หมวดโอมเสริม

รอนถามว่า แล้วพวกนักฆ่าขนตางอนล่ะ ชาลีกับหมวดโอมเล่าว่าบางคนตาย แต่บางคนพวกเราก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ส่วนผู้กองรณภพหายไป

ที่แท้รณภพ หมดสติถูกน้ำทะเลซัดเข้าไปเกยหาด

แห่งหนึ่ง เขารู้สึกตัวขึ้นมาก็ได้ยินเสียงแว่วมาว่า

"เฮ้ย ค้นดูให้ทั่วว่าพวกมันยังเหลืออยู่หรือเปล่า"

รณภพจำได้ว่าเป็นเสียง มิสเตอร์เหว่ง เขาค่อยๆ กระถดหาที่ซ่อนตัว แอบเห็นพวกสมุนเดินพลิกหน้าศพดูทีละศพ หัวหน้านักรบรับจ้างร้องบอกมิสเตอร์เหว่งว่า เจอสองศพ มิสเตอร์ เหว่งเดินไปพลิกหน้าดู เป็นศพเจ้าเวียงวรรณและโรเบิร์ต สั่งหัวหน้า
นักรบรับจ้างว่า

"ถ่ายรูปไว้แล้วส่งไปให้เสี่ยพิพัฒน์ดู เป็นหลักฐานจะได้รู้ว่าเรากวาดล้างเอสเค 7 ได้แล้ว โดยเฉพาะไอ้ตัวหัวหน้า"

รณ ภพซุ่มเงียบกริบจนแทบจะกลั้นหายใจ จนมิสเตอร์เหว่งเดินผ่านไปจึงค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมา

ooooooo

หลัง จากนั้นพิชิตที่เล่นโน้ตบุ๊กอยู่ก็เจอรูปเจ้าเวียงวรรณและโรเบิร์ตที่มิสเต อร์เหว่งส่งมา เขาเอาไปให้เสี่ยพิพัฒน์ดู เล่าว่า

"มันบอกว่าเป็นของ ตอบแทนที่พี่ไว้วางใจมัน"

"มีไอ้เหว่งถ่ายร่วมด้วยเพื่อยืนยันหลัก ฐานว่าของจริง เอ็งทำได้ดีมากไอ้เหว่ง จบสิ้นกันทีเอสเค 7 โลกนี้ไม่มีนักฆ่าขนตางอนอีกแล้ว" เสี่ยระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

แต่ เสี่ยหารู้ไม่ว่า นักฆ่าขนตางอนไม่ได้หมดไปอย่างที่คิด เพราะโนรีกับดาหวันยังอยู่ในเรือชาวประมง แม้ไต้ก๋งจะตกลงรับหนึ่งแสนแลกกับการไม่นำตัวสองสาวไปส่งตำรวจน้ำ แต่ลูกเรือสองคนที่กลัดมันยังไม่หายหื่น มันวางแผนบางอย่างกันเงียบๆ

และ ที่ชายหาดบนเกาะเจ้าเวียงวรรณที่รณภพถูกน้ำทะเลซัดมาเกยอยู่นั้น เมื่อพวกมิสเตอร์เหว่งกับนักรบรับจ้างผ่านไปแล้วเขาค่อยๆขยับตัวมองไปรอบๆ สะดุดตากับรอยเท้าผู้หญิงที่ขึ้นจากหาดและเดินขึ้นเกาะไป แหงนมองขึ้นไปข้างบน เป็นหน้าผา
เดียวกับที่แพ็ตถูกอำพันถีบตกลงมา  ชายหนุ่มขนลุกซู่ ถามตัวเองว่า

"หรือว่าแพ็ตยังไม่ตาย"

คิด แล้วรีบตามรอยเท้าไปในป่า

ooooooo

ที่ป่าริมหาดนั่นเอง นักรบรับจ้างสองคนเดินลาดตระเวนอยู่บ่นกันเซ็งๆว่า จะรอดได้ยังไงในเมื่อเห็นๆ อยู่ว่านังนั่นตกหน้าผาลงมา  ถ้ารอดก็ปาฏิหาริย์แล้ว แม้ว่าอีกคนจะเห็นด้วยแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร  เพราะ "มันเป็นคำสั่งของคุณอำพัน ยังไงก็ต้อง
ทำ"

"นี่ถ้าเราหาศพนังนั่นไม่เจอ มีหวังได้อยู่บนเกาะนี้ต่อไปอีกเป็นเดือนแน่ๆ"

นักรบรับจ้างสองคนเดินบ่นกันผ่านไป แพ็ตจึงโผล่ออกมาพูดอย่างมุ่งมาดว่า

"แกไม่ต้องเสียเวลาตามหาฉันหรอกอำพัน ฉันนี่แหละจะไปตามล่าแกเอง!"

ooooooo

โนรีนั่งครุ่นคิดหาทางแก้ปัญหาอยู่ที่มุมหนึ่งในเรือประมง สังเกตเห็นลูกเรือสองคนนั้นมองมาอย่างหื่นห่าม เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงลุกเดินไปสมทบกับดาหวันที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งบนเรือ บอกดาหวันว่า

"คุณดาหวัน เรามีเรื่องต้องคุยกัน" พูดแล้วเห็นดาหวันมองเซ็งๆจะลุกหนี โนรีคว้าแขนเอาไว้ "เดี๋ยวก่อน นี่เรื่องสำคัญนะคุณดาหวัน ฉันว่าพวกลูกเรือมีท่าทางแปลกๆ เราอาจตกอยู่ในอันตรายก็ได้"

ดาหวันฉุกคิดได้หันไปมองทางลูกเรือสองคนเห็นมันซุบซิบและมองมาทางสองสาวเป็นระยะ ดาหวันเชื่อว่าท่าทางมันไม่น่าไว้ใจ ถามโนรีว่าจะเอายังไงดี โนรีจึงเสนอว่าเราสองคนต้องสงบศึกกันชั่วคราวแล้วช่วยกัน ดาหวันตกลงยื่นมือจับเป็นสัญญา
ใจกัน

ที่อีกมุมหนึ่งของเรือ ลูกเรือหื่นสองคนนั้นไปหาลูกเรืออีกคนถามว่าคนอื่นเอาด้วยใช่ไหม ลูกเรือคนนั้นพยักหน้าแต่ท้วงติงว่า มันจะคุ้มหรือ สนุกชั่วครั้งชั่วคราวแล้วต้องชวดเงินส่วนแบ่ง

ลูกเรือคนแรกยุว่าไต้ก๋งได้เงินแล้วอาจไม่แบ่งเราเลยก็ได้ เสนอแผนร้ายกาจว่าเราจับสองคนนั่นเรียกค่าไถ่เสียเลยคุ้มกว่ากันเยอะ หรือไม่ก็จับส่งขายซ่องที่ชายแดนรับรองราคาดีแน่ๆ คนที่มาสมทบทีหลังถามว่าแล้วไต้ก๋งล่ะจะทำอย่างไร

"รอให้ค่ำก่อน พอไต้ก๋งดื่มได้ที่ทีไรก็หลับทุกที เราก็ถือโอกาสนั้นซิวะ!"

ทั้งสามพยักหน้าให้กันอย่างเห็นด้วย

ooooooo

รณภพสะกดรอยตามมิสเตอร์เหว่งและอำพันมาที่บ้านพักเจ้าเวียงวรรณ อำพันเสนอมิสเตอร์เหว่งว่าตนจะอยู่ทางนี้เคลียร์เรื่องให้เรียบร้อยก่อน ตราบใด ที่ยังไม่เจอศพของแพ็ตก็แปลว่ายังไม่ตาย

เหว่งตามใจ ตบบ่าอำพันพูดให้ความหวังว่า แล้วค่อยเจอกันที่กรุงเทพฯรับรองว่าเธอต้องได้ข่าวดีแน่ๆ ว่าแล้วมิสเตอร์เหว่งแยกตัวไปเพื่อลงเรือเข้าฝั่งเดินทางกลับกรุงเทพฯ

รณภพแอบฟังอยู่ เขานึกดีใจว่าแพ็ตอาจจะยังไม่ตายอย่างที่ตนคาดก็ได้

ooooooo

บนเรือประมง พวกลูกเรือที่วางแผนร้ายกันไว้ พากันมาออคอยให้ไต้ก๋งเมาหลับไปก่อน เมื่อค่ำมืดจนคาดว่าไต้ก๋งน่าจะเมาแล้ว จึงส่งลูกเรือคนที่สามไปแอบดู ปรากฎว่าไต้ก๋งยังไม่หลับดี มันกลับมาบอกว่ารออีกเดี๋ยวเดียว รับรองต่อให้เจอสึนามิก็ไม่ตื่น
พวกมันเลยต้องอดกลั้นรอกันต่อไป

คืนนี้ โนรีกับดาหวันนอนกันอย่างระมัดระวังตัว แต่พอดาหวันสังเกตเห็นว่าโนรีอาจจะหลับแล้ว คิดจะฆ่าจึงคว้าหมอนปิดหน้าโนรีกดไว้แน่น

โนรีดิ้นสุดฤทธิ์ มือคว้าเจอขวดน้ำก็ยกฟาดหัวดาหวันจนหัวแตกเลือดไหลอาบ ขวดน้ำก็แตกเป็นปากฉลาม โนรีกวัดแกว่งขวดปากฉลามไปมาไม่ให้ดาหวันเขาใกล้

แต่เพราะดาหวันเป็นมวยกว่า เลยเตะขวดน้ำในมือโนรีหลุดมือพุ่งเข้าซัดโนรีจนล้มไปกับพื้นคว้าโซ่แถวนั้นฟาดใส่โนรีซ้ำ

โนรีหลบโซ่ที่ดาหวันฟาดใส่ หันไปคว้ากระป๋องน้ำทุ่มใส่ดาหวันแล้วฉวยโอกาสหนีไป ดาหวันตามไปไม่ลดละ วิ่งไล่กันไปเจอพวกลูกเรือสุมหัวรอไต้ก๋งหลับอยู่ พวกมันถามว่าเล่นไล่จับกันหรือ

"ผู้หญิงคนนี้จะทำร้ายฉัน ช่วยฉันด้วย" โนรีร้องขอความช่วยเหลือ

"อย่านะ ขืนใครแส่เข้ามาละก็ ฉันฟาดไม่เลี้ยง" ดาหวันแกว่งโซ่ขู่

พวกลูกเรือรุมกันเข้าเล่นงานดาหวัน คนหนึ่งหันไปคว้าแหมาทอดคลุมตัวดาหวันไว้จนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ ส่วนที่เหลือก็ปราดเข้าไปตบดาหวันที่ฤทธิ์มาก คนหนึ่ง ถูกดาหวันกัดมันโมโหเลยตบจนหน้าหัน

โนรีเห็นดาหวันถูกรุมทำร้ายก็สงสาร ตะโกนให้พวกมันพอแล้ว หยุดได้แล้ว แค่จับมัดก็พอ มันคนหนึ่งหันมองบอกว่าได้ มันจะจับดาหวันมัดและจะมัดเธอด้วย

พวกมันกรูกันเข้ามาจะจับทั้งสองมัด ดาหวันขู่ว่าจะแจ้งตำรวจ มันไม่กลัว โนรีเลยถามว่าหัวหน้าพวกมันรับปากแล้วว่าจะช่วยพวกตนไม่ใช่หรือ

"กะอีแค่เงินแสนเดียว ฉันว่าตัวเธอมีค่ามากกว่านั้น" ลูกเรือคนที่หนึ่งหัวเราะร่า อีกคนเสริมว่าถ้าพวกเธอรวยจริงต้องได้ค่าตัวเป็นล้าน

ดาหวันทั้งดิ้นทั้งตะโกนด่าพวกมันให้ปล่อย ทันใดนั้นเสียงปืนกึกก้องขึ้น พวกมันชะงัก

"เฮ้ย พวกเอ็งทำอะไรกันวะ" เสียงไต้ก๋งตวาดถามแล้วเดินเข้ามากวาดตามองลูกเรือทั้งสามคนด่ากราด "ไอ้ชาติชั่ว เผลอเป็นไม่ได้ ใครวะใช้ให้พวกเอ็งทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ใครเป็นคนต้นคิด!"

พวกลูกเรือเงียบกริบกันทุกคน ไต้ก๋งพูดอย่างรู้นิสัยลูกเรือสองคนแรกดีว่าต้องเป็นหัวโจกอีกตามเคย พวกมันพยายามจะแก้ตัวแต่ถูกไต้ก๋งใช้ด้ามปืนตบจนคว่ำไป ตวาดปราม

"หุบปาก พวกเอ็งไม่มีสิทธิ์แก้ตัวอะไรทั้งนั้น บนเรือนี่ข้าเป็นหัวหน้า ข้าลั่นปากไปแล้ว ข้าต้องทำ" พูดแล้วมองพวกลูกเรือ ไต้ก๋งส่องปืนไปทางมันถาม "หรือว่าเอ็งจะมีปัญหา"

พวกลูกเรือรุมกันเข้าหาไต้ก๋ง คนหนึ่งชักมีดพกจะจ้วงแทง ถูกไต้ก๋งยิงล้มลง อีกสองคนรุมกันเข้ามาจับไต้ก๋งได้ ไต้ก๋งยังด่าไม่หยุด

"เอ็ง...ได้พวกเนรคุณ เลี้ยงไม่เชื่อง ห้ามแตะต้องผู้หญิงสองคนนั่นเด็ดขาด"

ลูกเรือคนที่ 1 หัวเราะลั่นแล้วมันก็จับไต้ก๋งที่ถูกมัดโยนลงทะเลไปอย่างเหี้ยมเกรียม

ปืนของไต้ก๋งตกอยู่ที่พื้น โนรีเข้าไปคว้ายิงใส่ขาลูกเรือ 2 ที่ย่างสามขุมเข้าหาจนมันล้มกลิ้งแล้วสั่งคนที่เหลือให้ ปล่อยตัวดาหวันเดี๋ยวนี้ มันกลัวปืนเลยทำตาม

พอดาหวันเป็นอิสระเธอก็รีบวิ่งไปหลบข้างหลังโนรี พวกลูกเรือชักแหยงเลยหยุดนิ่ง โนรีบอกดาหวันว่าเธอปลอดภัยแล้ว ดาหวันถามอย่างทึ่งว่า

"นี่เธอช่วยฉันทั้งๆที่ฉันพยายามจะฆ่าเธอ"

"ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดี ฉันรู้ว่าเธอต้องการแก้แค้นให้พ่อ โลกนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่อยากเป็นฆาตกร" โนรีพูดอย่างเข้าใจดาหวัน

พริบตานั้นลูกเรือ 2 ทำท่าจะเข้ามาแย่งปืน ถูกโนรียิงกระดอนตายกลางอากาศ

ooooooo

มิสเตอร์เหว่งมาถึงกรุงเทพฯก็ไปหาเสี่ยพิพัฒน์ ที่บ้านทันที พิชิตเป็นคนออกมารับแสดงความยินดีที่มิสเตอร์เหว่งรอดมาได้ บอกว่าพี่ชายตนรออยู่ข้างใน เหว่งชูมือให้สมุนของพิชิตตรวจค้นอาวุธก่อนเข้าไป

เมื่อเข้าไปพบเสี่ยที่ห้องรับแขก เสี่ยชมว่างานนี้เหว่งทำได้ดีมากนึกแล้วว่าตนใช้คนไม่ผิด

"ยังไงก็ต้องขอบคุณเสี่ยที่อุตส่าห์ไว้ใจศัตรูเก่าอย่างผม" มิสเตอร์เหว่งพูดไม่ทันขาดคำก็เห็นพิชิตเดินนำสมุนที่ถือกระเป๋าเงินมาสองใบเปิดวางตรงหน้า เสี่ยพิพัฒน์พูดอย่างผยองว่า

"ฉันรักษาสัจจะเสมอ นี่เป็นค่าเหนื่อยสำหรับแกและลูกน้อง"

มิสเตอร์เหว่งโบกมือให้สมุนของพิชิตปิดกระเป๋าได้แล้ว พิชิตถามว่าไม่นับดูหน่อยหรือ

"ไม่จำเป็น เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำหรับผม" เสี่ยถามว่าแล้วอะไรคือเรื่องใหญ่ของเขา เหว่งบอกว่า "ที่ผ่านมาเราไม่มีโอกาสญาติดีกันเลยก็เพราะเรื่องผลประโยชน์ แล้วก็ไอ้เรื่องเอสเค 7 แต่เวลานี้พวกเอสเค 7 ก็ถูกกวาดล้างสิ้นซากไปแล้ว"

"แล้วไง" เสี่ยถามยียวน

"เสี่ยมีทางเลือกสองทาง ทางแรกปล่อยผมไปพร้อมกับเงินในกระเป๋านี่ เราต่างคนต่างอยู่ ทางที่สอง เรามาร่วมมือกันบูรณะแก๊งแมงป่องดำ ผมขอถือหุ้นแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วเสี่ยจะใช้ผมไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหน ผมพร้อมทุกเมื่อ"

เสี่ยพิพัฒน์มองหน้าเหว่งอย่างครุ่นคิด แต่พิชิตถือปืนเล็งใส่เหว่งแล้ว! พูดแทรกขึ้นว่า

"แต่ฉันมีทางเลือกที่สามให้แกว่ะไอ้เหว่ง นั่นก็คือเอากระสุนยัดปากแก จะได้เลิกพล่าม"

บรรยากาศทำท่าจะตึงเครียด เสี่ยพิพัฒน์เรียกปรามน้องชาย พิชิตถามว่าคนอย่างนี้ไว้ใจได้หรือ แน่แค่ไหนเชียวถึงมาขอเป็นหุ้นส่วนกับเรา เหว่งไม่สนใจแต่หันไปพูดกับเสี่ยว่า

"คิดดูให้ดีนะเสี่ย ถ้าเสี่ยให้โอกาสผม ผมสัญญาว่าจะภักดีกับเสี่ยไปชั่วชีวิต แต่ถ้าเสี่ยเห็นด้วยกับน้องชาย เราก็ตายกันหมดนี่"

ทิ้งระเบิดด้วยคำขู่ แล้วมิสเตอร์เหว่งก็ล้วงสร้อยออกมาจากคอ อธิบายอย่างเลือดเย็นว่า หลอดแก้วนี่บรรจุอาวุธชีวภาพแบบเดียวกับที่เขาใช้ในสงครามไว้ ถ้ามันตกกระทบพื้นแตกเมื่อไร รับรองตายกันยกบ้าน

พิชิตไม่เชื่อหาว่า เหว่งโกหก เหว่งท้าว่าถ้าไม่เชื่อก็ลองดู  ยิงได้เลย  ทำเอาพิชิตชะงักหันไปส่งสัญญาณให้ลูกสมุนลดปืนลง ส่วนเสี่ยพิพัฒน์ก็เล่นบทใหม่อย่างแนบเนียน ปรามน้องชายว่าเลิกเล่นได้แล้วเดี๋ยวจะเสียงาน พิชิตก็ยังเถรตรงพยายามแย้ง ถูก
เสี่ยพิพัฒน์ถลึงตาใส่เลยจำต้องเงียบไป

เสี่ยหันมาพูดกับมิสเตอร์ เหว่งว่า

"ข้อเสนอของแก..."

"คุณเหว่งครับ" มิสเตอร์เหว่งชี้ที่หน้าอกตัวเอง เสี่ยพิพัฒน์จึงเปลี่ยนคำพูดเป็นว่า

"ข้อ เสนอของคุณ ผมจะลองคิดดูก่อน รับรองคุณจะได้คำตอบเร็วๆนี้"

มิสเตอร์ เหว่งจึงหยิบกระเป๋าใส่เงินไปอย่างระมัดระวัง พิชิตจ้องจิกตามไปอย่างไม่พอใจ

ooooooo

กลับถึงห้องพักแล้ว มิสเตอร์เหว่งโทรศัพท์หาอำพันที่เกาะส่วนตัวเจ้าเวียงวรรณทันที แจ้งข่าวดีว่าให้เธอกลับมาดีกว่าตนมีข่าวดีบอก อย่าไปสนใจแพ็ตเลยเพราะป่านนี้เป็นอาหารไอ้หลามไปแล้ว

"ข่าวอะไร" อำพันถามอย่างสนใจ

"เงินค่าจ้างงวดแรกออกแล้วคนสวย แถมเสี่ยพิพัฒน์ยังสนใจจะร่วมงานกับเราอีกต่างหาก" เหว่งคุยโว พออำพันถามว่าแน่ใจหรือ เขาตอบอย่างมั่นใจเกินร้อยว่า "ชัวร์ มิสเตอร์เหว่ง คนนี้เดาเกมไม่เคยพลาดอยู่แล้ว"

พูดเสร็จต่างคนต่างยิ้มแล้ววางสาย

ooooooo

แต่ แล้วอำพันก็ไม่ได้กลับกรุงเทพฯไปรับเงินรางวัลก้อนมหึมา เพราะขณะที่เธออ่านหนังสืออยู่ในห้องนั้น   แพ็ตก็ย่องมาที่หน้าบ้าน   เจอนักรบรับจ้าง สองคนเดินเวรยามอยู่ เธอเข้าเล่นงานทั้งสองอย่างรวดเร็วชำนาญ ลากมันเข้าพงเสร็จแล้วถอดเสื้อผ้า
มันมาใส่ คว้าปืนมันมาถือ เดินเข้าไปในบ้านอย่างผ่าเผย

ขณะกำลังจะเดินขึ้นบันไดนั่นเอง หัวหน้านักรบรับจ้างที่ชื่อพจน์มาเห็นเข้า ตะโกนถามอย่างไม่พอใจว่าใครใช้ให้ขึ้นไปบนบ้าน สั่งไว้แล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าไปรบกวนคุณอำพัน

แพ็ตชะงักก้มหน้าหัน กลับมาท่าทางกลัวหงอ พจน์ถามว่าประจำตำแหน่งไหนทำไมถึงมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้

แพ็ ตอึกอักนึกคำตอบไม่ทัน โชคดีที่นักรบยามคนหนึ่งวิ่งมารายงานว่าพวกเราที่เฝ้าอยู่ด้านนอกหายไป พจน์สั่งให้ วิทยุเรียก มันบอกว่าเรียกแล้วแต่ไม่ยอมตอบ

"อะไรของมัน วะ รีบไปดูเร็ว" พจน์สั่งแล้วนึกได้หันมาบอกแพ็ตในคราบนักรบรับจ้างว่า "ส่วนเอ็งคอยเฝ้าอยู่ตรงนี้ อย่าให้ใครขึ้นไปข้างบนเด็ดขาด"

แพ็ต ตะเบ๊ะรับแข็งแรง พอพจน์คล้อยหลัง เธอก็กระโดดแผล็วๆขึ้นข้างบนทันที

ooooooo

ไม่ ถึงอึดใจ แพ็ตก็เข้าไปถึงห้องอ่านหนังสือบ้านเจ้าที่อำพันไปนั่งอ่านหนังสืออยู่ แพ็ตยกปืนบรรจงเล็งใส่อำพันที่นั่งหันหลังให้ แต่อำพันเหลือบเห็นเงาแพ็ตในเงาสะท้อนที่แก้วเหล้าบนโต๊ะ

แพ็ต เหนี่ยวไกทันทีแต่อำพันก็พลิกตัวหลบได้เฉียดฉิว ต่างพุ่งเข้าหาที่กำบังยิงสู้กัน อำพันคำราม

"รนมาหาที่ตายถึงที่นี่ นังแพ็ต ก็ดี ฉันจะได้ไม่เสียเวลาไปตามหาแก"

"ฉันไม่ได้รนหาที่ตาย หรอกอำพัน แต่ฉันจะมาเอาลูกตา อีกข้างของแก!"

"นังบัดซบ!" อำพันตวาดด่าลุกยิงกราดใส่แพ็ตอย่างบ้าดีเดือด เสียงปืนดังไปถึงข้างล่าง นักรบรับจ้างสองคนวิ่งขึ้นมา อำพันตะโกนสั่ง "ฆ่ามันให้ได้"

แพ็ตยิง ใส่พวกนักรบรับจ้างที่ขึ้นมาล้มไป อีกคนยิงตอบโต้เกือบถูกอำพันจนอำพันต้องตะโกนบอก พอมันชะงัก แพ็ตก็ฉวยโอกาสหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว อำพันกับพจน์รีบวิ่งตามไป

แพ็ต วิ่งหลบหาที่กำบัง อำพันตามมาตะโกนบอกให้ออกมาเสียดีๆ เธอไม่มีวันหนีไปจากเกาะนี้ได้หรอก

แพ็ตหันหลังพิงฝาแบบสู้ตาย อำพันกับนักรบรับจ้างกรูกันมา หน่วยกล้าตายถูกยิงร่วงไปหลายคน แต่แพ็ตก็กระสุนหมดพอดี เธอหลบหาที่กำบัง อำพันตะโกนอย่างรู้ทันว่า

"นัง แพ็ต แกเสร็จฉันแน่!"

อำพันเล็งปืนใส่แพ็ตอย่างเลือดเย็น ทันใดนั้นถังน้ำมันใบเขื่องก็กลิ้งมาขวางทาง พจน์ตะโกนให้อำพันระวัง แต่พออำพันหลบถังน้ำมัน กระสุนนัดหนึ่งก็ระเบิดใส่ถังน้ำมันถังระเบิดไฟลุกท่วม แรงระเบิดทำให้อำพันกับพวกกระเด็นกระดอนไปคนละทิศ
ละทาง

จังหวะนั้น เอง รณภพโผล่มาคว้าแขนแพ็ตพาวิ่งหนีเข้าป่าไป เมื่ออำพันเงยหน้าดูอีกครั้งก็ไม่เห็นแพ็ตแล้ว

รณภพพาแพ็ตวิ่งไปหลบ ในป่า พวกอำพันกับนักรบรับจ้างตามไปไม่เจอ เขารอจนพวกนั้นวิ่งผ่านไปแล้ว จึงได้มองหน้ากันด้วยความดีใจ

"แพ็ต ผมดีใจจริงๆที่คุณยังไม่ตาย"

"ฉัน ก็ดีใจมากที่ได้เจอคุณอีกครั้ง รณภพ"

ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความ รู้สึกลึกๆที่คิดถึงกันและกันตลอดมา

อำพันพานักรบรับจ้างตามหาแพ็ต ไม่เจอ นักรบรับจ้างเสนอว่าฝนตกหนักแบบนี้เราคงหาไม่เจอแน่   กลับไปก่อนดีกว่าไหม

"ไม่! ต้องหาต่อไปจนกว่าจะเจอพวกมัน ห้ามใครถอนกำลังเด็ดขาดถ้าฉันไม่สั่ง"

พจน์ หัวหน้านักรบรับจ้างพยักหน้ารับเอือมๆ เพราะทุกคนเหนื่อยกันเต็มทีแล้ว มีแต่อำพันคนเดียวเท่านั้นที่ยังมุ่งมั่นด้วยความแค้น

ooooooo

ฝน ตกหนักมาก ฟ้าผ่าเป็นระยะ รณภพพาแพ็ตหนีไปจนถึงถ้ำบนเกาะ เขาพาเธอเข้าไปหลบฝนในถ้ำ บอกแพ็ตว่า

"คืนนี้เราหลบอยู่ที่นี่ก่อน แล้วกัน ฝนตกหนักอย่างนี้ พวกมันคงจะหยุดตามหาเราแล้วก็ได้"

แพ็ต พยักหน้าตัวสั่นนิดๆ รณภพถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าแค่รู้สึกหนาวนิดๆเท่านั้นเอง ชายหนุ่มจึงถอดเสื้อของตัวเองให้ห่ม บอกเธอว่าจะไปหาฟืนมาก่อไฟให้เธอผิง

"ฝนตกแบบนี้คุณจะไปหาฟืนที่ไหน แล้วอีกอย่าง ถ้าคุณก่อไฟ พวกของอำพันอาจจะเห็นเข้าก็ได้" รณภพมองเธออย่างเป็นห่วง แพ็ตบอกเขาเบาๆว่า "กอดฉันไว้ก็พอค่ะ แค่คุณกอดฉัน...ฉันก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"

รณภพบรรจงกอดแพ็ตไว้อย่าง ห่วงใย แพ็ตหลับตาลงแม้ร่างกายจะยังไม่หายหนาว แต่หัวใจอบอุ่นเหลือเกิน...

บนเรือประมง โนรีถือปืนสะลึมสะลือ ส่วนดาหวันนั่งหลับในอยู่ด้านหลัง พวกลูกเรือตกมันจ้องมองสองสาวอย่างคอยที คนที่ 1 บอกพรรคพวกว่า ยังไงก็ผู้หญิง จะอดนอนได้ทั้งวันทั้งคืนก็ให้มันรู้ไป

จังหวะหนึ่ง โนรีง่วงจนปืนตก หนึ่งในลูกเรือย่องเข้ามาจะตะปบ โนรีรู้สึกตัวยกปืนเล็งสั่งให้มันถอยไป มันเห็นจวนตัวก็โผเข้าตะครุบปืนของโนรีไว้ เธอหวีดร้องสุดเสียงทำให้ดาหวันตกใจตื่น เห็นโนรีตกใจเหนี่ยวไกปืนลั่นไป 3 นัด หมดลูกโม่พอดี พอ
ลูกเรือคนนั้นคว่ำ โนรีบอกให้ดาหวันรีบหลบไปก่อน ส่วน
ตัว เองขู่ลูกเรือที่เหลือไม่ให้เข้ามา

ดาหวันตัดสินใจกระโดดน้ำหนี พวกลูกเรือพยายามจะจับตัวเธอไว้แต่ไม่ทัน เหลือโนรีคนเดียวเลยถูกพวกมันรุมล้อมเข้ามา โนรีฉวยโอกาสที่ชุลมุนนั้นกระแทกท้องลูกเรือที่ล็อกตัวเธอไว้จนมันตัวงอ เธอผลักมันออกแล้ววิ่งหนีไป แต่ก็ไม่พ้น ถูกพวกมัน
ปล้ำจับไว้ได้

ทันใด นั้นมีเสียงโทรโข่งดังขึ้นว่า

"คนบนเรือฟังทางนี้...นี่เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ดับเครื่องยนต์  เราจะทำการตรวจค้นเรือของท่าน ย้ำ! ดับเครื่องยนต์"

โนรี ชะเง้อมองไปทางเรือต้นเสียง เห็นชาลีถือโทรโข่งพูดอยู่ เธอดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ตะโกนสุดเสียง

"ชาลี ฉันอยู่ทางนี้ ชาลี!!"

"โนรี..." ชาลีดีใจไม่น้อยกว่ากัน

ooooooo

เมื่อ ปล่อยมิสเตอร์เหว่งไปแล้ว พิชิตถามพี่ชายอย่างไม่พอใจว่าทำไมต้องช่วยเหว่งด้วย มันเคยเป็นศัตรูกับเราแท้ๆ เตือนพี่ชายว่า

"พี่ใช้งานมันฉันไม่ว่า แต่เล่นพามาอยู่ร่วมแก๊งแบบนี้ มันเหมือนหอกข้างแคร่นะพี่"

"ไอ้เหว่ งเป็นคนมีความสามารถ ถ้าได้มาช่วยงาน รับรองว่าธุรกิจของเราต้องก้าวหน้า"

"แต่ สักวันมันจะทำลายพวกเรา"

"ไม่มีทาง! ถ้ามันทำอย่างนั้น ฉันนี่แหละจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง"

พิชิตเสนอว่า เราฆ่ามันเลยตอนนี้ดีกว่า ขืนปล่อยไว้ไม่รู้ว่ามันจะแว้งกัดเราเมื่อไหร่ เมื่อเห็นพี่ชายนั่งจิบไวน์อย่างใช้ความคิด พิชิตโน้มหน้าเข้าไปบอกว่าถ้าพี่ไม่อยากมีปัญหาตนจะจัดการให้เอง เดี๋ยวนี้เลย

"ฉันขอบอกแกไว้ก่อนนะ เรื่องของไอ้เหว่งฉันจัดการเองได้ แกไม่ต้องมายุ่ง" เสี่ยมองน้องชายอย่างไม่พอใจ พิชิตเอง ก็จ้องหน้าพี่ชายอย่างไม่พอใจเช่นกัน

ต่อ มามิสเตอร์เหว่งก็ถูกมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามไล่ล่าและยิงปืนใส่ พอยิงพลาดก็ขี่รถหนี แต่มิสเตอร์เหว่งไม่ยอมขับตามไปปาดหน้าจนมันตกถนน เหว่งลงไปเอาปืนจ่อมันทันทีตะคอกถาม

"บอกมาเดี๋ยวนี้ ใครส่งแกมาฆ่าฉัน!"

ooooooo

เวลาผ่านไป พิชิตกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี เขาชะงักเมื่อเห็นรถของมิสเตอร์เหว่งจอดอยู่ในบ้านพึมพำกับตัวเอง "ไอ้เหว่ง นี่มันยังไม่ตายอีกเหรอวะ"

เมื่อเดินเข้าไปในห้องรับแขกก็เจอมิสเต อร์เหว่งนั่งอยู่กับพิพัฒน์ ที่หัวไหล่ของเหว่งที่บาดเจ็บได้รับการทำแผลเรียบร้อยแล้ว

"นั่งก่อน ซิ...แกมีอะไรจะสารภาพกับฉันรึเปล่า" เสี่ยถามน้องชายอย่างใจเย็น

"ฉัน ไม่เข้าใจ พี่พูดถึงอะไร" พิชิตทำไขสือ

เสี่ยพิพัฒน์ถามว่า พิชิตเป็นคนส่งมือปืนไปลอบสังหารเหว่งเมื่อตอนบ่ายใช่ไหม พิชิตปากแข็งว่าเหว่งมีศัตรูมากมายใครก็อยากฆ่าทั้งนั้น ถามว่า "พี่รู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน"

เสี่ยบอกว่าตนเชื่อเพราะพิชิตเป็นน้อง ชาย พิชิตถอนใจอย่างโล่งอก แต่วินาทีเดียวเสี่ยก็ตะคอกว่า "แต่แกทำให้ฉันผิดหวัง"

จากนั้นเสี่ยให้ไปเอาตัวมือปืนมา พอมือปืนเข้ามาเห็นพิชิตถึงกับหน้าถอดสีอ้อนวอนให้ช่วยด้วยตนไม่อยากตาย เสี่ยพูดกับมือปืนว่า "ถ้าน้องชายฉันไม่ได้ทำ ก็แสดงว่าแกโกหก"

"เปล่า ครับเสี่ย ผมพูดความจริงครับ" มือปืนละล่ำละลักหันไปอ้อนวอนพิชิต "เฮียบอกเสี่ยไปซิครับว่า เฮียสั่งผมให้ไปเก็บคุณเหว่ง"

พิชิตไม่ กล้าสบตาเสี่ย มือปืนเห็นท่าทางพิชิตจะไม่รับผิดชอบก็หน้าซีดเผือด เสี่ยสั่งสมุนให้จัดการมือปืนเสีย มือปืนโพล่งออกมาอย่างกลัวตายสุดขีดว่า

"เฮีย บอกเสี่ยไปเถอะครับ ที่ผมทำทุกอย่างก็เพราะเป็นคำสั่งของเฮีย เสี่ยอย่าฆ่าผม เสี่ย"

มือปืนร้องไม่ทันขาดคำก็ถูกสมุนของเสี่ยทุบจน สลบแล้วลากตัวไปทางหลังบ้าน พิชิตนิ่งอึ้งไม่กล้าสบตาพี่ชาย เสี่ยลุกจากเก้าอี้มานั่งที่เท้าแขนที่พิชิตนั่ง บีบไหล่น้องชายเบาๆ พูดเรียบๆ

"ทีนี้แกคงเข้าใจแล้วนะว่า ทำไมฉันถึงไม่ให้แกทำงานใหญ่ เพราะขนาดเรื่องแค่นี้แกยังเคลียร์ตัวเองไม่ได้ แล้วแกจะไปรับผิดชอบเรื่องสำคัญกว่านี้ได้ยังไง"

พิชิตมองพี่ชายอึ้ง ค่อยๆลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นเสี่ยต่อยเข้าที่หน้าน้องชายจนล้มลงไปนอนวัดพื้นปากแตก เสี่ยปรามเสียงเข้มว่า

"ถ้าเป็นคนอื่น ฉันฆ่าไปนานแล้ว จำไว้ ถ้าวันหลังแกยังกล้าขัดคำสั่งฉันอีกละก็ ฉันนี่แหละจะเอาเลือดหัวแกออก ไปได้แล้ว"

พิชิตมองหน้าพี่ชายอย่างผิดหวัง มองไปทางเหว่งก็ยิ่งเจ็บใจเมื่อเห็นฝ่ายนั้นทำหน้าล้ออย่างสะใจ

ooooooo

รับ ตัวโนรีจากเรือประมงแล้ว ชาลีพาเธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจังหวัด ถามหมอว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหม

"นอกจากรอยฟกช้ำแล้ว หมอคิดว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงครับ แต่ระหว่างรอผลเอกซเรย์หมอว่าคุณพาคนไข้ไปหาอะไรทานก่อนดีกว่าเพราะท่าทาง เธอจะหิวมาก"

หมวดโอมถามงงๆ ว่าหมอรู้ได้อย่างไร หมอมองหน้าโนรีตอบหมวดยิ้มๆ ว่าตอนตรวจได้ยินเสียงท้องร้อง ชาลีเลยแซวขำๆ ว่าแสดงว่าหิวมาก แล้วพากันไปหาอาหารรองท้องกัน

ที่ร้านอาหารเลียบ ชายฝั่ง พอสั่งอาหารมาโนรีก็กินอย่างหิวโหย หมวดกับชาลีมองกันตาไม่กะพริบจนเธอรู้ตัวต่อว่าเขินๆ ว่ามองผู้หญิงตอนกำลังกินมันไม่สุภาพรู้ไหม แล้วก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารต่อ

หมวด โอมกับชาลีหัวเราะขำๆ กับความแก่นกะโหลกของเธอ คอยจนเธอกินเสร็จหมวดถาม

"แล้ว ตกลงเธอไม่เจอคนอื่นแน่นะโนรี"

"โอ๊ยก็ฉันบอกไปแล้วไงว่าเจอแค่ยัยดา หวัน แล้วยัยนั่นก็โดดลงทะเลหนีไปได้ ทิ้งฉันให้เผชิญพวกบ้าพวกนั้น"

หมวด โอมถามชาลีคิดว่าดาหวันปลอดภัยไหม ชาลีวิเคราะห์ว่า จุดที่เราพบเรืออยู่ใกล้ชายฝั่ง ระยะทางแค่นั้นตนคิดว่านักกีฬาอย่างดาหวันคงไม่มีปัญหา บอกหมวดว่า ตนห่วงก็แต่ลูกพี่ของเขาไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงบ้าง ทำให้หมวดนึกถึงผู้กองรณภพ
ขึ้นมา โนรีก็เป็นห่วงแพ็ตด้วย

ooooooo

ระหว่าง หลบอยู่ในถ้ำนั้น แพ็ตอบอุ่นอยู่ในอ้อมกอดของรณภพ เขาบอกเธอว่า รู้ไหมว่าตอนที่เธอหายไปนั้นตนคิดถึงจนแทบจะคลั่ง

"ขอบคุณมากค่ะผู้ กองที่เป็นห่วงผู้หญิงเลวๆอย่างแพ็ต แต่ตอนนี้เรารีบหาทางไปจากเกาะนี้ก่อนเถอะค่ะ" รณภพถามว่าเธอไม่คิดจะแก้แค้นแล้วหรือ แพ็ตตอบเพลียๆว่า "สภาพของเราตอนนี้คงสู้อำพันไม่ไหวหรอกค่ะ แล้วที่สำคัญแพ็ตไม่ยอมพาคุณ
ไปเสี่ยงกับแพ็ตอีกเด็ดขาด"

"ถ้างั้นผม จะออกไปหาน้ำหาเสบียงมารองท้องก่อนดีกว่า" รณภพลุกไปจากถ้ำ

ขณะที่รณ ภพไปหาเสบียงที่ลำธารนั่นเอง เขาได้ยินเสียงคนเดินจึงรีบหลบ เห็นอำพันนำกำลังนักรบรับจ้างค้นหาแพ็ตอยู่ เธอเชื่อว่าแพ็ตยังต้องซ่อนตัวอยู่ในป่านี้แน่ๆ

แล้วอำพันก็พบพิรุธ เมื่อเห็นใบไม้สดๆ ที่รณภพทำหล่นไว้ พอกวาดตามองหาก็เห็นรณภพออกวิ่งจากที่ซ่อน เธอสั่งนักรบรับจ้างให้ตามไป รณภพถูกไล่ล่าราวกับนายพรานล่าสัตว์ป่า เขาถูกระดมยิงอย่างหนัก แต่ก็เอาตัวรอดได้

วิ่งกลับไปถึงถ้ำ เขาบอกแพ็ตให้รีบไปจากที่นี่เร็วๆ ไม่ทันบอกอะไรก็มีเสียงปืนไล่ตามมา แพ็ตมองไปเห็นอำพันนำกำลังบุกมาถึงปากถ้ำแล้ว

"ตามแพ็ตมาทางนี้" แพ็ตคว้ามือรณภพจูงวิ่งลึกเข้าไปในถ้ำ

รณภพเงอะงะเพราะมองไม่เห็น แต่แพ็ตเคยฝึกที่นี่ มาก่อนแล้ว เธอปรับสายตาได้อย่างรวดเร็วและจำภูมิประเทศได้จึงเป็นฝ่ายลากรณภพตามไป อย่างทุลักทุเล ให้ความมั่นใจกับรณภพว่า

"ต่อให้หลับตาฉันก็พาคุณออก ไปได้ เพราะฉันเคยถูกส่งมาฝึกที่นี่"

ครู่เดียวอำพันกับนักรบรับจ้าง ก็ตามมาถึงปากถ้ำ พวกมันมีอุปกรณ์ครบครันจึงตามเข้าถ้ำไปได้อย่างรวดเร็ว อำพันชี้ไปข้างหน้าตะโกนบอกพวกมันอย่างสะใจ

"มันอยู่นั่น!"

ขาดคำ อำพัน นักรบรับจ้างก็สาดกระสุนใส่แพ็ตและรณภพราวกับห่าฝน

ooooooo

พา โนรีไปกินอาหารเสร็จออกจากร้าน หมวดโอม ชาลี และโนรี ก็เจอกันเข้ากับรอนที่เดินสวนเข้ามาบอกว่า

"ผู้หมวด อีกครึ่งชั่วโมงเราจะเดินทางไปที่เกาะของเจ้าเวียงวรรณ คุณจะไปด้วยรึเปล่า"

หมวดถามว่าปุบปับแบบนี้เลยหรือ รอนจึงบอกว่าเพิ่งได้รับคำสั่งและกำลังเสริมก็เพิ่งมาถึง ชาลีท้วงติงว่าที่นั่นอันตรายมาก รอนรับรองว่าไม่มีปัญหาตำรวจอย่างตนไม่กลัวตายอยู่แล้ว หมวดฟังแล้วหมั่นไส้ รับปากทันทีว่า

"ถ้างั้นผมไปด้วย" หันมาบอกชาลีว่า "ฝากดูแลทางนี้ ด้วยนะครับคุณชาลี"

หมวดโอมแยกไปกับรอน ชาลีกับโนรีมองตามหมวดไปด้วยความเป็นห่วง

หลังจากออกเดินทางโดยเรือประมงจนใกล้เกาะแล้ว โทนี่บอกทุกคนที่อยู่ในชุดประดาน้ำว่า

"กองสอดแนมของเรารายงานมาว่า ตอนนี้ยังมีพวกนักรบรับจ้างประจำการอยู่บนเกาะเพื่อคอยตามล่าสมาชิกของเอสเค 7 ที่รอดตาย ดังนั้น ผมจึงอยากให้พวกคุณจัดการพวกมันให้หมด ใครมีคำถามอะไรไหม"

"ทำไมเราต้องซุ่มโจมตีด้วยครับ ทั้งๆที่เราจะบุกเข้าไป ปะทะกับพวกมันซึ่งๆหน้าก็ได้" หมวดโอมยกมือถาม โทนี่มองหน้าหมวดตอบอย่างเยือกเย็นว่า

"กำลังของเรามีค่า ผมไม่อยากให้มีการสูญเสียถ้าไม่จำเป็น" เมื่อรอนยกมือถามว่าต้องการให้จับเป็นหรือเปล่า โทนี่ย้ำว่า "เป้าหมายของเราคืออาชญากรไม่ว่าจะเป็นเอสเค 7 หรือใครก็ตาม"

เมื่อทุกคนพยักหน้าเข้าใจในหน้าที่แล้ว  ต่างทยอยกันกระโดดลงจากเรือ ดำน้ำบ่ายหน้าไปที่เกาะของเจ้าเวียงวรรณทันที

ooooooo

พวกนักรบรับจ้างที่เดินเวรยามอยู่บนเกาะ ถามกันว่าเรือลำนั้นมาจอดทำอะไรตั้งนานแล้ว อีกคนตอบอย่างไม่สนใจว่าคงเป็นเรือหาปลา จอดอยู่ตั้งไกล คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก

ระหว่างที่พวกมันคุยกันและกำลังจะผละไปจากตรงนั้น นั่นเอง รอนในชุดนักประดาน้ำก็โผล่จากทะเล หนึ่งในสองคน เห็นเข้าร้องบอกเพื่อน

"เฮ้ย นั่นใคร"

รอนใช้ปืนฉมวกยิงพวกมันคนหนึ่งแล้วซัดมีดเข้าใส่อีกคน พอกำจัดเวรยามได้แล้ว ทุกคนที่ดำน้ำมาก็พากันโผล่ขึ้นจากน้ำ โทนี่ถอดสน็อกเกิลร้องสั่งเบาๆ

"รีบบุกขึ้นไปก่อนที่พวกมันจะตั้งตัวทัน"

เมื่อรับแจกจ่ายอาวุธและเตรียมพร้อมแล้ว ทุกคนบ่ายหน้าไปที่บ้านพักเงียบกริบ ระหว่างทางเจอพวกเวรยาม ก็เก็บเงียบได้หมด มีคนหนึ่งยังหายใจรวยริน โทนี่สั่งให้รอนเข้าไปเช็กดู รอนเข้าไปถามโดยมีหมวดโอมถือปืนคอยคุมเชิงให้ว่า

"พวกแกหายไปไหนหมด ทำไมเหลือแค่นี้"

นักรบรับจ้างปากแข็งไม่ยอมบอก แต่พอถูกรอนจับหักนิ้วมันร้องลั่นรีบบอกว่า

"หัวหน้ากับคุณอำพันเข้าไปตามล่าพวกเอสเค 7 ในป่า"

"เอสเค 7 คนไหน" รอนถาม

"ผู้หญิงคนที่ชื่อแพ็ตกับผู้ชายอีกคนที่เป็นตำรวจ"

พอรู้ว่าแพ็ตกับรณภพกำลังถูกตามล่า โทนี่บอกหมวดโอมว่าให้เขารีบพาคนไปช่วยรณภพ ทางนี้ตนจะจัดการเองหมวดรับคำ นำกำลังตำรวจ 5-6 คนแยกไปทันที

ooooooo

แพ็ตกับรณภพหนีไปยิงสะกัดไป จนเหลือกระสุนแม็กสุดท้ายแต่ฝ่ายอำพันยังสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง รณภพเสนอว่ามันถือไพ่เหนือกว่าเราทั้งกำลังคนและอาวุธขืนหนีแบบนี้ต่อไปต้องเสร็จมันแน่ แพ็ตเสนอว่าเราต้องออกไปจากเกาะนี้ให้ได้ รณภพถามว่า
เธอมีวิธีหรือ

แพ็ตจึงบอกความลับว่าเธอซ่อนเรือไว้ลำหนึ่งเตรียมไว้ให้พวกเขาใช้แต่ตอนนี้เราคงต้องใช้มันแล้ว ทั้งสองตัดสินใจว่าจะหนีไปที่ท้ายเกาะ ถึงที่นั่นเมื่อไรหมายความว่าเรารอด

แพ็ตนัดว่านับหนึ่งถึงสามแล้วให้เขายิงเปิดทางได้เลย พอนับและรณภพยิงเปิดทาง ทั้งสองก็พากันวิ่งต่อไปจนถึงปากถ้ำอีกฟากหนึ่ง

แต่พอโผล่ไปกลายเป็นหน้าผา รณภพเสนอว่ามีทางเดียวคือเราต้องโดดลงไป

"น้ำตกนี่ตื้น แถมยังมีโขดหินเต็มไปหมด โอกาสรอดมีน้อยมาก" แพ็ตหนักใจ

รณภพบอกว่าเราต้องเสี่ยง แพ็ตมองหน้าเขา กุมมือไว้ดึงเข้าไปกอดกันอย่างใจหาย

"เราจะต้องรอดคุณแพ็ต หรือถ้าจะตายเราก็ต้องตายด้วยกัน" รณภพกอดแพ็ตไว้แน่น

เป็นจังหวะที่อำพันโผล่มาเห็นพอดีตะโกนบอกพวกนักรบรับจ้าง "ฆ่ามัน!"

"โดด!!" รณภพร้องบอกแพ็ต แล้วสองร่างที่กอดกันแน่นก็กระโดดลอยลิ่วลงจากหน้าผา อำพันตามไปยิงใส่ รณภพถูกยิงเข้าที่ขาได้รับบาดเจ็บ

เมื่อกระโดดลงไปตกในแอ่งน้ำลอยไปตามธารน้ำตก แพ็ตพยายามตั้งสติมองหารณภพ เห็นเขาเพิ่งโผล่ขึ้นมา เธอรีบเข้าประคองเขาพาว่ายเข้าฝั่ง จึงได้เห็นว่าเขาถูกยิงบาดเจ็บที่ขา

แพ็ตตกใจเป็นห่วง แต่รณภพบอกว่าอย่าไปสนใจมัน ตอนนี้ต้องรีบหนีไปก่อน แล้วทั้งสองก็พยุงหันหนีไปในป่า

อำพันมายืนมองจากหน้าผา หัวหน้านักรบรับจ้างถามประชดว่าอย่าบอกนะว่าจะให้พวกเราโดดตามลงไป อำพันจ้องหน้าฝ่ายนั้นดุๆแล้วถอดใจยอมถอย

ooooooo

แพ็ตพารณภพหนีไปจนรู้สึกปลอดภัยขึ้นแล้วเธอจึงเอาเศษผ้าผูกขาห้ามเลือดให้เขา บอกเขาว่าอย่าลืมคลายผ้าออกเป็นระยะไม่อย่างนั้นขาเขาเดี้ยงแน่ๆ

แต่พอไปได้ครู่เดียวทั้งสองก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนใกล้ เข้ามา แพ็ตบอกว่าพวกมันมากันแล้ว รีบพารณภพหลบหาที่กำบังหลังต้นไม้

พวกอำพันมาถึงเห็นรอยเลือดสดๆรู้ว่าพวกแพ็ตต้องอยู่แถวนี้หาทางบีบให้โผล่มาให้ได้ อำพันสั่งทุกคนเตรียมยิงปูพรม สิ้นเสียงอำพันเสียงปืนก็กัมปนาทกึกก้องไปทั้งป่า จากนั้นอำพันสั่งให้ใช้ระเบิด

รณภพกดแพ็ตให้หมอบลงก่อนที่ระเบิดจะทำงาน

ที่ป่าทึบอีกด้านหนึ่ง พวกตำรวจขึ้นฝั่งมาแล้ว ได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดกึกก้องไปหมด หมวดโอมบอกว่าคงไม่ไกลจากที่นี่เท่าไร พลางชี้ไปทางทิศที่เกิดเสียงแล้วพากันมุ่งหน้าไปทางนั้น

หลังเสียงระเบิด แพ็ตประคองรณภพหนีการตามล่าของพวกอำพันอย่างทุลักทุเล เพราะรณภพบาดเจ็บ เธอตัดสินใจพาเขาไปหยุดพักที่หลังโขดหิน ถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง รณภพบอกว่าตนไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง บอกแพ็ตให้รีบหนีไป
ก่อน

"ไม่ ถ้าจะหนีเราต้องไปด้วยกัน ถ้าจะตายเราก็ต้องตายด้วยกัน" แพ็ตเด็ดเดี่ยว

รณภพมองแพ็ตอย่างซาบซึ้งใจ ทั้งคู่กอดอย่างให้กำลัง

ใจกัน พริบตานั้น อำพันตวาดขึ้นว่า

"นังแพ็ต ชีวิตรักอันซาบซึ้งของแกจบลงวันนี้แน่ แกสองคนจะได้เป็นผีเฝ้าป่านี้สมใจ!"

อยู่ในระยะประชิดที่ยากจะจัดการอย่างไรได้ แพ็ตบอกอำพันว่ารณภพไม่เกี่ยวปล่อยเขาไปเสีย อำพันเยาะเย้ยว่าเวลานี้ เธอไม่มีสิทธิ์อะไรจะมาต่อรองกันอีกแล้ว พลางก็กระจายกำลังเข้าล้อมแพ็ตกับรณภพไว้

ในภาวะคับขันเช่นนี้ ทั้งแพ็ตและรณภพคาดว่าไม่มีทางรอดอีกแล้ว เขากอดแพ็ตไว้ถามว่า

"ก่อนตายคุณมีอะไรจะสารภาพกับผมรึเปล่า"

"ทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวฉัน ยังมีเรื่องไหนที่คุณไม่รู้อีกหรือคะคุณตำรวจ"

"แพ็ต...คุณรักผมไหม"

แพ็ตย้ำขำๆ ในสถานการณ์ที่คับขันนี้เขายังมีแก่ใจมาถามเรื่องนี้อีก เธอมองเขาแล้วจูบที่หน้าผากเขาอย่างอ่อนโยน ถามว่า ยังสงสัยอีกหรือเปล่า รณภพส่ายหน้าตอบอย่างปลื้มปีติว่า

"แพ็ต...ผมรักคุณ..."

พวกนักรบรับจ้างกระจายวงล้อมไว้แล้ว พวกมันประทับปืนเล็งใส่เตรียมเหนี่ยวไก

แต่ไม่ทันที่นิ้วจะกระดิก พวกมันก็ถูกยิงถล่มเสียก่อน แพ็ตร้องบอกรณภพด้วยความดีใจสุดขีดว่า

"มีคนมาช่วยเรา"

ทั้งสองมองไปเห็นกำลังตำรวจมาถึงพอดี เช่นเดียวกัน พวกนักรบรับจ้างก็เห็นเช่นกัน

"ไม่ต้องหนี ปักหลักสู้กับพวกมัน" อำพันตะโกนลั่น

ฉากการยิงกระหน่ำกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านปะทุขึ้นกลางป่า หัวหน้านักรบรับจ้างเห็นสมุนถูกยิงตายเป็นเบือก็บ้าดีเดือด ลุกขึ้นยิงกราด ถูกหมวดโอมยิงเข้าแสกหน้าหงายผลึ่งทันที

"ไอ้พวกบ้า" อำพันตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง ยิงกราดใส่พวกตำรวจเปิดทางแล้วหนีไป

หมวดโอมเห็นดังนั้น โผล่ขึ้นมาโบกมือให้ตำรวจเคลียร์ พื้นที่ ให้บางส่วนเข้าโอมล้อมรณภพกับแพ็ตไว้อย่างปกป้อง

จากนั้นหมวดโอมสั่งตำรวจให้ไปตามจับคนร้ายให้ได้ ทางนี้ตนจัดการเอง แล้วเข้าไปหารณภพกับแพ็ตถามหยอกว่า "บู๊จนหายอยากหรือยังผู้กอง"

"สุดยอดเลยหมวด เข็ดไปอีกนาน" รณภพตอบจริงๆ

หมวดยิ้มแล้วมองมาทางแพ็ต ทำเอาแพ็ตใจหายเพราะตัวเองยังถูกตีตราเป็นคนร้ายอยู่ รณภพก็อดหวั่นใจไม่ได้ มองหมวดโอมอย่างดูท่าที หมวดบอกรณภพทีเล่นทีจริงว่า

"เดี๋ยวผมจะไปตามล่าคนร้าย ผู้กองช่วยเฝ้าคุณแพ็ตให้ดีนะ อย่างให้หนีไปได้อีกล่ะ"

พอหมวดโอมเดินไปแล้ว รณภพหันมองหน้าแพ็ต พยักหน้าเชิงบอกให้รู้ว่าหมวดตั้งใจช่วยเธอ

"ขอบคุณค่ะหมวด" แพ็ตพูดเบาๆด้วยความซาบซึ้งใจ หมวดโอมหันมองเธอแวบหนึ่งแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้เดินไป

แพ็ตกับรณภพหันมองหน้า และยิ้มให้กัน เป็นยิ้มที่ผ่อนคลายหลังจากเสี่ยงตายมาด้วยกัน

ooooooo

นักฆ่าขนตางอน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด