ตอนที่ 12
และแล้ว ธิติรัตน์ก็แอบเข้ามาในบ้านเมิน เดินลัดเลาะจะไปทางบ้านมะลิ แต่ต้องชะงักรีบหลบเมื่อเห็นสองแม่ลูก จันทรากับเพ็ญประกายเดินคุยกันออกมา
“เพ็ญกลัวจริงๆค่ะ คุณแม่...กลัวว่าคุณชายจะไม่ยอมแต่งงานกับเพ็ญ”
“ไม่ต้องกังวล หนูคือมาหยารัศมี”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ หนูคือมาหยารัศมี อย่าคิดมาก ถ้าหนูไม่สบายใจก็กินยาแล้วก็นอนซะ ตื่นขึ้นมาหนูจะได้ดีขึ้น...แม่ไปธุระเดี๋ยวจะรีบกลับมา”
ธิติรัตน์โล่งใจ แต่แล้วต้องหน้าเสียเมื่อเพ็ญประกายยังนั่งทอดอารมณ์อยู่อีก เขาหงุดหงิดพลันคิดได้กดมือถือหาเธอ เสียงโทรศัพท์ดังจากในบ้าน เธอกลับเปรยว่า
“ใครโทร.มาเนี่ย ช่าง...ไม่ใช่คุณชายหรอก” เสียงโทรศัพท์ดังอยู่นาน จนเพ็ญประกายทนไม่ไหว เดินเข้าบ้านไป
ธิติรัตน์ถอนใจ ย่องไปบ้านเมิน ความที่รีบทำให้ชนกับใครบางคนล้มลง พอเห็นชัดว่าเป็นเดือนแรมก็ดีใจ รีบเข้าประคองถาม “เจ็บมากมั้ย...”
“ไม่ค่ะ...โอ๊ย...” เดือนแรมล้มลง
ธิติรัตน์คว้าร่างเธอไว้ “ขาเธอยังเจ็บอยู่นี่”
“เปล่าค่ะ หายแล้ว”
“แต่คงยังไม่หายดี เธอเดินเองไม่ได้หรอก”
เดือนแรมพยายามดันธิติรัตน์ออกห่าง แต่เขายังกอดเธอไว้ และบอกว่าเขาตั้งใจมาหา สองคนสบตากันซึ้งๆ แป้นเดินผ่านมาเห็น แล่นไปรายงานเพ็ญประกาย โดยใส่ไข่มากขึ้น
“คุณชายแอบมาหานังแรมค่ะ โอ๊ย...แป้นไม่อยากจะพูดมันอายปาก นังแรมมันยั่วยวนคุณชายสารพัด ทั้งกอดทั้งหอม ทั้งฟัดทั้งเหวี่ยง แป้นเห็นแล้วหมั่นไซ้หมั่นไส้ อยากจะเข้าไปตบมันให้กลิ้งเป็นลูกบอลแทน คุณมาหยาจริงๆเลยค่ะ”
“ไม่ต้องถึงมือแกหรอก ฉันนี่แหละจะไปตบมันเอง” เพ็ญประกายเข่นเขี้ยว
ธิติรัตน์ประคองเดือนแรมไปนั่งและกำลังนวดเท้าให้เธอ เดือนแรมเกรงใจพยายามดึงเท้าออก หญิงสูงวัยข้างบ้านเดินถือชามแกงเข้ามาทัก “อ้าว...ดีกันแล้วเหรอลูก”
“ดีกันแล้วครับ” ธิติรัตน์ยิ้มเขินๆ
เดือนแรมปฏิเสธอายๆว่าไม่ได้มีอะไร แต่หญิงสูงวัยเข้าใจไปว่าเดือนแรมยังงอนจึงเตือนว่าเขาอุตส่าห์คุกเข่าขอโทษแล้วอย่างอนอีกเลย แถมชมธิติรัตน์ว่าทำถูก เป็นผู้ชายต้องหมั่นง้อ
“คนรักกันชอบกันน่ะลูกเอ๊ย...อย่าหาเรื่องทะเลาะกัน เสียเวลาชีวิตเปล่าๆ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูกนะ เอ้า...มัวแต่เม้าท์ แกงจะเย็นหมดแล้ว แม่พิมอยู่ไหนล่ะ”
เดือนแรมตอบว่าป้าพิมอยู่ในบ้าน หญิงสูงวัยเดินเข้าไป ธิติรัตน์จะพาเดือนแรมไปหาหมอ เพ็ญประกายโผล่เข้ามา สองคนหน้าเสีย เดือนแรมเลี่ยงไป เพ็ญประกายต่อว่า
“ทำไมคุณชายทำกับมาหยาแบบนี้”
“ผมทำแรมหกล้ม ผมก็ต้องดูแลแรม”
“ดูแลกันแบบแทบอุ้มน่ะหรือคะ คุณชายทำอย่างนี้ นี่มันหยามหน้ามาหยา ไม่ให้เกียรติมาหยา ถึงแรมจะให้ท่าหรือจะยอมเป็นเมียน้อย โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี แต่คุณชายก็ไม่ควรทำเหมือนอยากเป็นพญาเทครัว”
“ผมไม่เคยมีความคิดแบบนั้น ที่สำคัญแรมก็ไม่เคยทำอะไรที่เป็นการให้ท่า ซ้ำแรมยังทำให้ผมเห็นว่า แรมทะนงในศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง มากกว่าการจะยื้อแย่งชิงผู้ชาย”
“ถ้าคุณชายเห็นว่าแรมดีขนาดนั้น ก็ไปแต่งกับมันเลย”
“ความจริงแล้ว ผมอยากแต่งงานกับแรม แต่ที่ผมต้องแต่งกับคุณมาหยารัศมี ก็เพราะประสงค์ของท่านพ่อ”
“ถ้าคุณชายรักแรมแต่ต้องแต่งงานกับมาหยา จะรับประกันได้ยังไงว่าต่อไป คุณชายกับแรมจะไม่เป็นชู้กัน” เพ็ญประกายอยากร้องกรี๊ดแต่ข่มเอาไว้
“ผมกับแรมไม่มีทางจะทำอะไรเสียหายอย่างนั้นเด็ดขาด”
“มาหยาเชื่อคุณชาย แต่ไม่เชื่อคนอย่างแรม เพราะมาหยารู้จักแรมดี” เพ็ญประกายเรียกแป้นให้ไปตามเดือนแรมมา
ธิติรัตน์ถามว่าจะทำไม เพ็ญประกายต้องการให้เดือนแรมมาสาบานต่อหน้า ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีก แป้นรีบวิ่งรี่ออกไป...เห็นเดือนแรมคุยกับป้าที่เอาแกงมาให้ป้าพิม สีหน้าอมยิ้ม พอป้าเดินไป อดไม่ได้ที่จะ กระแนะกระแหน
“ยิ้มแก้มแตกเชียวนะนังแรม”
เดือนแรมหันขวับมาจ้อง ถามเรียกใครว่านัง...แป้นย้อน “ก็แกน่ะสิ...”
“ฉันให้โอกาสเธอพูดใหม่อีกครั้งหนึ่ง นังกับใคร” เดือนแรมเดินเข้าประชิด
“ก็แกน่ะสิ นังแรม จะทำไม...นังแรม...นังแรม...นังแรม”
เดือนแรมตบหน้าแป้นสองฉาดอย่างแรง “ฉันยอมคนอื่นเพราะฉันมีเหตุผลของฉัน แต่ฉันไม่จำเป็นต้องยอมเธอ อย่าจิกหัวเรียกฉันอย่างนี้อีก ไม่งั้น...” เดือนแรมเงื้อมือขึ้น
แป้นยกมือไหว้กลัวแล้ว ลนลานบอกว่าเพ็ญ–ประกายให้ไปหา...เดือนแรมเดินเข้ามาในบ้านเห็นธิติรัตน์กับเพ็ญประกายยืนกันคนละมุม จึงถามว่ามีอะไรจะให้ตนรับใช้ เพ็ญประกายสวนขึ้นว่า ตนเป็นพี่จะใช้น้องได้อย่างไร แค่อยากให้มาสาบาน ว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับธิติรัตน์อีกไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตาม เดือนแรมหน้าเจื่อน
“ทำไมแรมต้องสาบานอย่างนั้นด้วยคะ”
“ก็พี่ระแวง กลัวว่าแรมกับคุณชายจะทำร้ายจิตใจพี่”
“แล้วคุณมาหยารัศมีไม่คิดบ้างเหรอครับ ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำ มันเป็นการทำร้ายจิตใจของผมกับแรม ผมบอกได้เลยต่อให้ผมแต่งงาน ผมก็จะไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับแรม”
เพ็ญประกายโกรธตาวาวโรจน์ เดือนแรมรีบรับปากว่าตนจะไม่ทำผิดศีลข้อสาม เพ็ญประกายถามย้ำว่าแน่ใจหรือ เดือนแรมรับรอง
“มั่นใจที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะกับพี่มาหยารัศมีหรือกับใครก็ตาม แรมจะไม่ทำผิดศีลข้อสามแน่นอน”
“ได้ยินอย่างนี้พี่ก็สบายใจแล้ว แรมนี่สมกับเป็นน้องรักของพี่จริงๆ คุณชายอย่าเพิ่งกลับนะคะ อยู่ทานอาหารกลางวันด้วยกันก่อน ฝีมือของแรม เหมือนแม่ครัวมืออาชีพเลยล่ะค่ะ” เพ็ญประกายยิ้มอย่างมีเลศนัย โอบเดือนแรมเดินเข้าไปในครัว
ธิติรัตน์มองตามอย่างหวั่นใจ อยากจะตามเข้าไปแต่แป้นขวางไว้...เมื่ออยู่กันตามลำพังในครัว เพ็ญประกายจ้องเดือนแรมอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ตะคอกใส่ว่า
“คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อน้ำหน้าคนอย่างแก ต่อให้แกสาบาน อมพระมาทั้งวัด ฉันก็ไม่เชื่อ”
เดือนแรมเศร้าใจ ก้มหน้าหั่นผักไม่รู้จะทำอย่างไร เพ็ญประกายจับมือเดือนแรมที่ถือมีดขู่จะกรีดหน้า ถ้ายังมายุ่งเกี่ยวกับธิติรัตน์อีก
ooooooo
ดุจแขซึ่งตามมา เห็นธิติรัตน์ถูกแป้นขวางกันไม่ให้ตามเดือนแรมเข้าไป ก็ชักเป็นห่วง จึงเดินเข้ามาบอกธิติรัตน์ว่า หน้าที่เขามีอย่างเดียว คือพาเดือนแรมออกไปจากที่นี่ ส่วนเรื่องอื่น ตนจัดการเอง... ดุจแขเดินกระแทกแป้นผ่านไปในครัว เห็นเดือนแรมกำลังโดนเพ็ญประกายทำร้ายจึงกระชากผมเพ็ญ-ประกายหน้าหงาย แล้วบอกเดือนแรมว่า
“ที่ฉันทำอย่างนี้ เพราะคุณชายรักเธอ แต่กับนังนี่ คนอย่างเธอมันต้องเจอกับฉัน นังแอ๊บ”
“อย่าค่ะ อย่ามีเรื่องกัน” เดือนแรมหวั่นใจ
“อย่ามายุ่ง ออกไปเดี๋ยวนี้เดือนแรม ไม่งั้นเธอถูกลูกหลงแน่ ออกไป” ดุจแขไล่
เพ็ญประกายร้องกรี๊ดหาว่าโดนรุม เธอสู้แรงดุจแขไม่ได้ เดือนแรมวิ่งออกมาตามธิติรัตน์ให้ไปช่วยห้าม แป้นเห็นท่าไม่ดีไม่กล้าเข้าช่วย ดุจแขให้เขาพาเดือนแรมไป เพ็ญประกายร้องลั่นไม่ให้ไป ธิติรัตน์โกรธ
“คุณไม่มีสิทธิ์ห้ามใคร เพ็ญประกาย...ไปแรม” ธิติรัตน์ดึงมือเดือนแรมออกไป
เพ็ญประกายร้องกรี๊ดๆทำท่าจะชัก ดุจแขหมั่นไส้ลากเธอมาที่ซิงก์ล้างจาน กดหัวเธอเปิดน้ำราด แต่พอปล่อย เพ็ญประกายทรุดลงไปกองท่าทางหอบหมดแรงจริงๆ ดุจแขตกใจ
“เฮ้ย...มันไม่ได้แกล้งนี่หว่า” ดุขแขผละหนีกลับไป แป้นเข้ามาดูแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร...
ขณะนั้น จันทราออกมาพบฟลุคหลง เพื่อเอายาที่สั่งซื้อ และให้เงินเพิ่มไปอีกอย่างพอใจเพราะตนจะใช้ยานี้กับธิติรัตน์อีกคน...พลัน แป้นโทร.บอกว่าเพ็ญ–ประกายชัก ก็ตกใจรีบไป ฟลุคหลงถือเงินเดินแยกมา แล้วหันกลับไปแอบมองจันทราที่เดินไปที่รถ
“นี่ถ้าคุณจันทรารู้ว่า ฉันเอาวิตามินมาให้ ต้องฆ่าฉันแน่ๆเลย หนีไปให้สุดหล้าฟ้าเขียวเลยดีกว่า” ว่าแล้วฟลุคหลงก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว...
สรรชัยรีบกลับมาบ้านเมื่อดุจแขโทร.ไปบอกว่ามีเรื่องกับเพ็ญประกาย
“โธ่เอ๊ย ผมรึอุตส่าห์กลับมาจากที่ทำงานเพราะเป็นห่วง กลัวว่าคุณจะเป็นอะไร ที่ไหนได้ เฮ้อ แล้วทำไมคุณทำกับเขาขนาดนั้น”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากไปช่วยแรมกับคุณชาย ว่าแต่คุณว่าคุณห่วงฉันเหรอ...”
“ก็...ตอนคุณโทร.ไปบอกเห็นเสียงคุณตกอกตกใจ ถ้าไม่ได้เป็นอะไรผมจะกลับไปทำงาน” สรรชัยเดินไป ดุจแขแกล้งร้องโอ๊ย เขาหันกลับ วิ่งมาหาทันที “เป็นไรคุณ”
“เป็นบ้า...อยากรู้ว่าคุณยังห่วงฉันรึเปล่า ขอบคุณมากนะที่ยังห่วงกันอยู่”
“ก็แค่...คนอยู่บ้านเดียวกัน” สรรชัยกลบเกลื่อนความรู้สึกแล้วเดินกลับไป
ดุจแขยิ้มปลื้ม แล้วรู้สึกเจ็บแปลบหน้าอกขึ้นมาจริงๆ หายใจไม่ค่อยออก ตกใจว่าตัวเองเป็นอะไร
ooooooo
ธิติรัตน์พาเดือนแรมมากราบพระในโบสถ์ ทำบุญ ให้อาหารปลาเพื่อให้เธอจิตใจสงบลง แต่เธอยังมีท่าทีไม่สบายใจ โทษตัวเองเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ธิติรัตน์ปลอบ
“ฉันไม่เคยเห็นว่าเธอทำอะไรที่มันวุ่นวาย มีแต่คนอื่นเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเธอต่างหาก”
“แล้วคุณชายคิดว่าแรมควรทำอย่างไร”
“ทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เป็นคนดี อดทนเหมือนเดิม เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะเป็นคนแก้ปัญหาตรงนี้เอง”
ระหว่างนั้น มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งคุยกันเรื่องความรักของพวกเรา ว่ามีปัญหามากมาย แต่พวกเขาก็ฝ่าฟันทุกอย่างเพราะเชื่อในบุพเพสันนิวาส คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน...ทำให้ธิติรัตน์กับเดือนแรมยิ้มให้กันอย่างมีความหวังเช่นกัน
ฟ้าเริ่มมืด ธิติรัตน์มาส่งเดือนแรมในบ้าน “ขอบคุณคุณชายมากค่ะที่มาส่ง แต่ความจริงคุณชายส่งแรมที่หน้าบ้านก็ได้”
“ไม่ได้...เดี๋ยวเธอจะถูกใครเขารังแกอีก”
เดือนแรมอมยิ้ม ธิติรัตน์ย้ำ “อดทนนะแรม ฉันเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน...ฉันรักเธอ ...ฉันจะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกัน”
ธิติรัตน์กุมมือเดือนแรมและยื่นหน้าไปจูบหน้าผากเธอ เดือนแรมเคลิ้มไปสักครู่ พอรู้สึกตัวก็ผละออก “ไม่ได้ค่ะ คุณชายต้องทำตามประสงค์ของท่านพ่อ คือแต่งงานกับมาหยารัศมีและที่สำคัญ แรมไม่อยากให้พี่เพ็ญเสียใจ”
เดือนแรมเดินหนีเข้าบ้าน ธิติรัตน์มองตามเศร้าๆ เขามองผ่านช่องหน้าต่างเห็นเธอร้องไห้ยิ่งทำให้เขาปวดใจ “ยิ่งนานวันฉันก็ยิ่งรักเธอ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอร้องไห้ โดดเดี่ยวอีก แรม...”
ในขณะที่เพ็ญประกายนอนหมดแรงอยู่บนเตียง จันทรากลับมาถามอย่างห่วงใย เพ็ญประกายเจ็บใจ แค้นใจ ที่ธิติรัตน์ไม่ช่วยเหลือตน กลับเข้าข้างดุจแขกับเดือนแรม จันทราเข่นเขี้ยว ตนจะจัดการดุจแขให้ไม่กล้ามาวุ่นวายด้วยอีก และเดือนแรมต้องเจอดีแน่...จันทราหลบมาโทร.หาเจิม ถามถึงชุติมาเป็นอย่างไรบ้าง เจิมไม่กล้าบอกว่า ตนใช้ยาสลบมากไปหน่อย ยังไม่ฟื้น โกหกไปว่าชุติมาอาบน้ำอยู่ จันทราให้เจิมส่งลูกน้องมือดีมาให้
“เออ แล้วฉันจะส่งไป ชุติมาล่ะ แกจะให้ฉันทำยังไงต่อไป”
“ล่ามโซ่มันไว้ แล้วพี่ก็คุมมันดีๆ อย่าให้มันหนีมาสร้างเรื่องวุ่นวายให้ฉันอีก” จันทราวางสายไป เจิมมองชุติมาซึ่งยังไม่ฟื้นอย่างห่วงๆ...
ooooooo
เห็นชุติมาไม่มาตามนัด แม้นเทพเป็นกังวลมาก พยายามโทร.หาก็ไม่ได้ จึงตามมาหาที่แฟลต เห็นห้องล็อกกุญแจ เขาเอานามบัตรออกมาเขียนโน้ตให้ติดต่อกลับ เหน็บไว้หน้าประตู...สุดใจกลับมา คนแถวนั้นบอกว่าแม้นเทพมาหา เธอรีบขึ้นมาบนห้อง เผอิญนามบัตรที่เหน็บไว้หล่นพื้น แม่บ้านกวาดทิ้งไป สุดใจมาถึงไม่พบแม้นเทพ เธอกลัดกลุ้มตั้งใจจะบอกเรื่องชุติมา
ด้านชุติมา ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่บ้านต่างจังหวัดของเจิมก็ตกใจ หาทางหนี เจิมจับตัวเอามาล่ามโซ่ตามคำสั่งจันทรา...คืนนั้น ชุติมาพยายามจะขโมยกุญแจจากเจิมมาไขโซ่ตรวน แต่เจิมตื่นขึ้นมาเสียก่อน ตบเธอล้มลง ชุติมายกมือไหว้ขอโทษ เจิมใจอ่อนเพราะอย่างไรก็หลาน
“ไปนอน แล้วอย่าทำให้ฉันอารมณ์เสียอีก ไม่งั้นโดน”
ชุติมาถอยกรูดเข้ามุมห้องอย่างหวาดๆ...แม้นเทพนอนสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมหน้า ใจเป็นห่วงชุติมาขึ้นมา จึงลุกจากเตียงแต่งตัวจะออกจากบ้าน มะลิเดินท่าทางเพลียๆออกมาจากห้อง
“จะไปไหนแต่เช้าลูก”
“ไปหาเพื่อนน่ะครับ”
“ถ้าไม่มีธุระด่วน พาแม่ไปหาหมอก่อนได้มั้ย แม่ปวดๆยังไงไม่รู้”
ป้าพิมรีบบอกแม้นเทพว่ามะลิปวดหัวตรงที่โดนตี เขาห่วงมากรีบพามะลิไปโรงพยาบาลทันที จึงไม่ได้หาชุติมาตามที่ตั้งใจ...
สุดใจหงุดหงิดงุ่นง่านเป็นห่วงชุติมา ทั้งที่มีภาพถ่ายเจิมตอนโปะยาสลบชุติมาเอาตัวไปที่ถ่ายด้วยมือถือ หวังจะเอาให้แม้นเทพ แต่ก็คลาดกันทุกที จะแจ้งความก็กลัวจะสาวเรื่องในอดีตให้เดือดร้อน
ชุติมาพยายามถามเจิมว่าจันทราให้จับตนล่ามโซ่ไว้เพื่ออะไร เจิมปฏิเสธว่าไม่รู้ แถมเสนอส่วนแบ่งจากเงินที่จะได้จากจันทราให้ ขอเพียงอย่าดื้อรั้นขัดขืน ชุติมาขอยืมมือถือโทร.ถามจันทราว่ามันเรื่องอะไรกัน มือถือตนแบตหมด แต่เจิมไม่ให้ หัวเราะเยาะเดินออกไป
ooooooo
จารุณีมาถามไถ่ดุจแขเรื่องธิติรัตน์ ดุจแขหงุดหงิดที่ดูท่าเขาจะยอมแต่งงานกับเพ็ญประกาย ทั้งที่ไม่ได้รักและรู้ว่าไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริง ยังจะดันทุรัง แต่จารุณีไม่คิดเช่นนั้น
“ฉันว่าคุณชายเป็นคนฉลาด ยังไงคุณชายก็ไม่ยอมแต่งหรอก ไม่งั้นจะถ่วงเวลาเอาไว้ทำไม ว่าแต่...เธอแน่ใจเหรอว่าที่ทำทั้งหมด เธอไม่ได้มีความหวังในตัวคุณชาย”
“แน่ใจ...ฉันทนไม่ได้ถ้าคุณชายจะต้องลงเอยกับยัยแอ๊บแตก ที่สำคัญ ฉันไม่อยากให้แรมเสียใจ เพราะถ้าแรมเสียใจ สรรชัยก็ต้องเสียใจ”
จารุณีงง “ทำไมสรรชัยต้องเสียใจ...”
“ก็สรรชัยเขารักแรมไง...ถ้าแรมมีความสุข สรรชัยก็จะมีความสุข”
สรรชัยเดินเข้ามาได้ยินคำตอบของดุจแขพอดี เขาจึงเอ่ย “ขอบคุณมากที่ทำเพื่อผมขนาดนั้น แต่ไม่จำเป็น”
“นี่...พอจะทำดีด้วยก็หาเรื่อง หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุด มาคุยกับฉันก่อน” ดุจแขวิ่งตามสรรชัยที่เดินไป จารุณีมองตามงงๆ
“พ่อแง่แม่งอน มันชักจะยังไงแล้วนะคู่นี้ หรือจะกลับมากินน้ำพริกถ้วยเก่ากันอีก” จารุณีคิดแล้วอดอมยิ้มไม่ได้
ดุจแขตามออกมาถามสรรชัย “ทำไมฉันจะทำดีเพื่อคุณไม่ได้ ทำไม...”
“ก็อย่างที่บอก คุณไม่จำเป็นต้องทำเพื่อผม เพราะผมไม่ได้รักแรมอย่างที่คุณคิด”
“แล้วคุณรักใคร”
“ผมไม่จำเป็นต้องบอก รู้ไว้แค่...ผมมีแต่ความปรารถนาดีให้กับแรม เพราะแรมเป็นน้องสาวของผม แต่ยังไงผมก็ขอบคุณคุณอยู่ดี ถ้าแรมจะลงเอยกับคุณชาย ไม่ใช่เพ็ญประกาย”
ดุจแขมองสรรชัยอย่างไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรกันแน่
ooooooo
เพ็ญประกายหงุดหงิดงุ่นง่าน ติดต่อธิติรัตน์ไม่ได้ จนจะถอดใจอยู่แล้ว แต่จันทราไม่ยอม ยุยงไม่ให้เป็นคนแพ้ ตนจะต้องได้ทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง และ ที่สำคัญจะแพ้เดือนแรมไม่ได้ เพ็ญประกายฮึดสู้อีกครั้ง
พอเดือนแรมกลับจากทำงาน เพ็ญประกายก็เข้ามาเหน็บแนม หาว่าคงไปอยู่กับธิติรัตน์มาทั้งวัน เดือนแรมปฏิเสธอย่างไรก็ไม่เชื่อ ด่าว่าเสียงดังขรม แม้นเทพมาปราม ให้เดือนแรมเข้าบ้านไป และให้เพ็ญประกายมาหามะลิ
“พี่ต้อมบอกว่าคุณป้าให้มาหา คุณป้ามีธุระอะไรกับหนูคะ”
“ธุระปะปังคงไม่มีหรอก แต่ได้ยินมาว่า หมู่นี้แม่เพ็ญ เอ๊ย...มาหยารัศมีอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โทษทีป้าไม่ชิน ไหน...ลองบอกป้ามาสิ แม่เพ็ญ มันมีเรื่องอะไรถึงทำให้แม่เพ็ญที่นิสัยดีน่ารักของป้าเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้”
“เพ็ญ ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ” สองป้าหลานเดินคุยกัน
“ก็ถ้าแม่เพ็ญไม่สบายใจที่จะบอกป้า ก็ไม่เป็นไร...” มะลิยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“ตอนนี้เพ็ญไม่น่ารักจริงๆหรือคะ”
ป้ามะลิยิ้มอ่อนโยน จับมือเพ็ญประกายมากุมไว้
“น่ารัก...แต่เมื่อก่อนน่ารักมาก...ป้าจำภาพแม่เพ็ญได้หมดทุกภาพเลยนะ ตอนเล็กๆแม่เพ็ญจะจูงมือแรมมาหาป้าที่บ้าน ชวนกันมาทานขนม มานวดให้ป้าด้วย มือเล็กๆแต่หนักชะมัดเลย เพ็ญรักแรมมาก แล้วแรมก็รักเพ็ญมาก”
ฟังป้ามะลิแล้ว...เพ็ญประกายถึงกับน้ำตารื้น หวนนึกถึงภาพเก่าๆตามที่ป้าพูดมาทั้งหมด
“ป้าอยากให้เพ็ญกับแรมรักกันเหมือนเดิมนะลูก...ไม่ใช่แค่แรม...ป้าเชื่อว่าเพ็ญก็จะมีความสุขเหมือนกันจ้ะ”
เพ็ญประกายหน้าเศร้า...รู้สึกสะเทือนใจกับคำพูดของป้ามะลิ
ooooooo
เมื่อกลับมาที่บ้านหลังใหญ่ของเมิน...คืนนั้นเพ็ญประกายยังนำคำพูดของป้ามะลิมาคิดทบทวน ยิ่งคิดยิ่งไม่สบายใจ น้ำตารินไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
ในวัยเด็ก เพ็ญประกายกับเดือนแรมรักใคร่กลมเกลียวเป็นเพื่อนเล่นกันมาตลอด...สองคนเป็นพี่เป็นน้องที่ดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเพ็ญประกายในฐานะพี่สาว เธอชอบจูงมือเดือนแรมมาหาป้ามะลิที่บ้าน แล้วป้ามะลิก็จะทำขนมให้ทั้งสองคนกิน กินกันไปคุยกันไปประสาเด็ก ซึ่งภาพเหล่านั้นสร้างความประทับใจให้ป้ามะลิมิรู้ลืม
ยามใดที่เดือนแรมถูกจันทรารังแครังคัดดุด่า หรือแม้แต่จับตัวกักขังไว้ในห้อง คนที่หาทางช่วยเหลือเดือนแรมก็คือเพ็ญประกาย...
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจนโตเป็นสาวและได้พบคุณชายธิติรัตน์ เพ็ญประกายกลับมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอเชื่อทุกคำเสี้ยมสอนของแม่จันทรา แสดงความจงเกลียดจงชังเดือนแรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ยิ่งเห็นธิติรัตน์ให้ความสนใจเดือนแรมมากเท่าไหร่ เพ็ญประกายก็ยิ่งหมั่นไส้และริษยาเดือนแรมมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเธอหวังในคุณชายรูปหล่อชาติตระกูลสูง ซึ่งแม่จันทราของเธอถึงขนาดอุปโลกน์ให้เธอเป็นมาหยารัศมี ผู้หญิงที่เป็นคู่หมายของคุณชายธิติรัตน์
นับจากมีความรักความพึงพอใจในตัวคุณชาย เพ็ญประกายไม่เคยทำดีต่อเดือนแรมอีกเลย มีแต่จ้องหาเรื่อง รวมหัวกับแม่ใส่ร้ายเดือนแรมต่างๆนานา นับครั้งไม่ถ้วน...
หลังจากนั่งครุ่นคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆอยู่พักใหญ่ เพ็ญประกายก็ได้คำตอบให้กับตัวเองว่า
“ตอนที่เราไม่รู้จักคุณชาย...เราไม่เคยมีทุกข์เลย แต่เมื่อคิดว่าชีวิตจะต้องมีคุณชาย ทำไมต้องเป็นทุกข์ขนาดนี้ แล้วเรายังอยากจะมีคุณชายอีกทำไม?”
ระหว่างนี้เอง จันทราเดินเข้ามาเห็นลูกสาวนั่งร้องไห้ เธอตกใจทักถามเสียงแหลมว่า
“ร้องไห้อีกแล้ว เป็นอะไรอีกล่ะ...มาหยารัศมี”
“เพ็ญคือเพ็ญประกายค่ะคุณแม่ ไม่ใช่มาหยา–รัศมี”
“เพ็ญประกาย!!”
จันทราอุทานอย่างคาดไม่ถึง...ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนั้นจากปากลูกสาว ที่ตัวเองพยายามยัดเยียดให้เป็นมาหยารัศมี คู่หมั้นคู่หมายของคุณชายธิติรัตน์
ooooooo
ความโกรธความไม่พอใจทำให้จันทราฉุดกระชากลากเพ็ญประกายเข้าไปในห้อง แล้วเกรี้ยว-กราดดุด่าพาดพิงไปถึงมะลิด้วยอีกคน
“นี่เป็นบ้าขึ้นมาอีกแล้วใช่มั้ย บอกมานังป้ามะลิมันเสี้ยมอะไรแก”
“คุณป้าไม่ได้เสี้ยมค่ะ แต่คุณป้าพูดให้เพ็ญได้คิด และมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ที่ลูกกับแรมจะทะเลาะกันเพราะผู้ชาย”
จันทราปรี๊ดแตกตวาดแว้ด จนเพ็ญประกายตกใจแทบผงะ
“นังแรมมันไม่ใช่น้องแก!! มันเป็นแค่เด็กเก็บมาเลี้ยง มันไม่ใช่มณีกุล แล้วแกจะปล่อยให้มันชุบ มือเปิบจากแกไปทุกอย่างได้ยังไง”
“แม่คะ...ถึงแรมจะไม่ใช่มณีกุล แต่แรมก็เคยรักเพ็ญ เพ็ญก็เคยรักแรม...เราเคยรัก เคยดูแลกัน”
“ก็ขนาดแกเคยรัก เคยดีกับมัน แต่พอมีคุณชายเข้ามา มันก็ทำร้ายแก แย่งคุณชายไปจากแก นี่เหรอน้องที่รักแก”
จันทราทำให้เพ็ญประกายว้าวุ่นสับสนในใจถึงกับอึกๆอักๆ พูดไม่ออก
“เพ็ญ...เอ่อ...”
“ไม่ต้องแก้ตัวแทนมัน ถ้านังแรมมันเห็นแกเป็นพี่ มันไม่เที่ยวให้ท่าคุณชายหรอก ป่านนี้แกก็แต่งงานกับคุณชายไปแล้ว แต่นี่มันร้ายกับลูก”
เพ็ญประกายนิ่งคิด ดวงตาฉายแววชิงชังเดือนแรม ขึ้นมาอีก จันทราเห็นดังนั้นรีบสำทับลูกสาวทันที
“ถ้าเป็นลูกแม่ อย่าอ่อนแอให้แม่เห็น จำเอาไว้ คนอ่อนแอไม่มีทางชนะเด็ดขาด”
ooooooo










