น้ำท่วมเมืองน่านคลี่คลายแล้ว เร่งฟื้นฟูเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนร้านค้า หลังมวลน้ำไหลเข้าเวียงสา ก่อนลงเขื่อนสิริกิติ์ แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนกระหน่ำระลอกใหม่ “ยศชนัน” นำทีมบิ๊กคลีนนิ่งเดินหน้าเยียวยาจ่ายเงินชดเชย ปภ.สั่งเร่งสำรวจความเสียหายจ่ายสูงสุดหลังละ 88,600 บาท สลดพบศพที่ 3 สังเวยน้ำป่า เป็นชายนิรนามลอยอืดในแม่น้ำน่าน ด้านชายแดนตากอ่วมหนัก แม่น้ำเมยล้นท่วมพื้นที่ค้าขายชายแดนตลาดริมเมยต้องปิดร้าน “เกาะโนแมนแลนด์” จมหาย ชาวบ้านต้องขึ้นไปอยู่บนชั้นสอง อุตุฯแจ้งฝนเริ่มลดลง ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปตอนบนแล้วสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลง พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ จ.น่าน หลังถูกน้ำป่าซัดถล่ม อ.ปัว ก่อนที่มวลน้ำมหาศาลจะไหลลงมาท่วมพื้นที่ อ.เมืองน่าน ล่าสุดระดับน้ำที่ท่วมขังในย่านเศรษฐกิจการค้าใจกลางเมืองลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เริ่มเข้าสู่โหมดฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนร้านค้า ถนนหนทาง และพื้นที่สาธารณะเมืองน่านคลายวิกฤติน้ำลดแล้วผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.น่าน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ระดับน้ำที่ท่วมขังในย่านเศรษฐกิจการค้าเขตเทศบาลเมืองน่าน รวมถึงที่วัดภูมินทร์ โบราณสถานสำคัญที่มีจิตรกรรมฝาผนังล้านนาอันทรงคุณค่า “ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก” สถานการณ์คลี่คลายแล้ว น้ำที่เคยท่วมขังลดระดับลงจนแห้งสนิท ถนนแทบทุกสายสัญจรได้ตามปกติ ยังคงเหลือเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน่านที่ยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 ซม. โดยเฉพาะถนนข้าหลวง น้ำยังท่วมขังตลาดสด โรงเรียนสตรีศรีน่าน โรงเรียนบ้านดอนศรีเสริม และชุมชนริมน้ำอีกหลายชุมชน ทางเทศบาลเมืองน่านยังเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 เครื่องบริเวณคลองเจ้าฟ้าตลอด 24 ชม.เพื่อเร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขังมวลน้ำเข้าเวียงสาก่อนลงเขื่อนขณะที่มวลน้ำก้อนใหญ่ได้เคลื่อนผ่านตัวเมืองน่านเข้าท่วมพื้นที่ อ.เวียงสา สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร ตามชุมชนริมน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำยังเผชิญปัญหาน้ำท่วมสูง แต่มีแนวโน้มคลี่คลายหากไม่มีฝนตกหนักหรือปัจจัยเปลี่ยนแปลง คาดว่าในพื้นที่เวียงสาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วัน ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ต่อไปเฝ้าระวังฝนเทซ้ำหวั่นดินถล่มส่วนแผนการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ที่ อ.ปัว และ อ.ท่าวังผา เจ้าหน้าที่เริ่มนำกำลังพร้อมเครื่องจักรเข้าทำความสะอาดถนน พื้นที่สาธารณะ และบ้านเรือนประชาชนแล้ว ส่วนพื้นที่ อ.เมืองน่าน อ.ภูเพียง และ อ.เวียงสา ในบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง ยังคงจัดส่งอาหารให้ผู้ประสบภัยครบทั้ง 3 มื้อ ขณะที่ระบบไฟฟ้าที่เคยได้รับผลกระทบราว 50,000 หลังคาเรือน สามารถกู้คืนได้เกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม. หลังพบฝนสะสมในช่วง 12 ชั่วโมง ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ สูงถึง 103 มม. รวมถึงติดตามฝนระลอกใหม่อย่างใกล้ชิด มีความเสี่ยงฝนตกหนักซ้ำและดินโคลนถล่ม เนื่องจากหลายพื้นที่มีดินอุ้มน้ำสูงแล้วสังเวยศพที่ 3 เหยื่อน้ำป่าซัดจมช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิเพชรเกษม ลงเรือท้องแบนไปตรวจสอบเหตุพบศพลอยอืดในแม่น้ำน่านใกล้สะพานสบยาว-เชียงแล อ.ท่าวังผา จ.น่าน พบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในกอสวะเศษท่อนไม้ลอยอยู่กลางน้ำ นำขึ้นฝั่งตรวจสอบเป็นศพชายไม่ทราบชื่อ อายุ 40-50 ปี ไม่มีเอกสารหลักฐานว่าเป็นใครมาจากไหน นำส่งชันสูตรพร้อมประกาศตามหาญาติ เบื้องต้นคาดถูกกระแสน้ำป่าซัดร่างจมน้ำเสียชีวิต นับเป็นศพที่ 3 จากเหตุการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ เป็นผู้ป่วยติดเตียงชายชาว อ.ปัว กับชายชาว อ.ท่าวังผา“ยศชนัน” นำบิ๊กคลีนนิ่งเมืองน่านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผวจ.น่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นำคณะลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูหลังน้ำลดในเขตเทศบาลเมืองน่าน บริเวณถนนสุมนเทวราช หน้ากาดศรีคำ ร่วมเก็บกวาดทำความสะอาดถนน บ้านเรือนร้านค้า ฟื้นฟูสภาพพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคเพื่อให้เมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมให้กำลังใจอาสาสมัครและภาคประชาสังคมที่ร่วมสนับสนุนภารกิจ มีรถฉีดน้ำจาก อบจ.น่าน กรมชลประทาน และทหารมาสนับสนุนนายกฯจะลงพื้นที่หลังกลับไทยนายยศชนันเผยว่า ได้รับโทรศัพท์จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย สอบถามติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง หารือกันถึงแผนการดำเนินงาน รัฐบาลจะเร่งเข้าสู่มาตรการเยียวยาและจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ประสบภัย ต้องมีมาตรการดูแลให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มเกษตรกรและประชาชนที่ต้องซ่อมแซมบ้านเรือน ทั้งนี้ นายกฯตั้งใจจะลงพื้นที่ จ.น่าน หลังกลับจากภารกิจที่นิวซีแลนด์ เพื่อติดตามเรื่องการเยียวยาโดยเฉพาะ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาด้านเอกสารลงได้ ทำให้ประชาชนได้รับการเยียวยารวดเร็วทั่วถึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตรวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็วที่สุดประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแจ้งเตือนสำหรับแผนระยะยาวในการป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก นายยศชนันกล่าวว่า ต้องเน้นย้ำการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้แจ้งเตือนภัย โดยยกระดับจากระบบ GIS สู่การทำ Digital Twin ร่วมมือกับภาคเอกชนนำข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในจุดต่างๆ มาวิเคราะห์ เพื่อให้การแจ้งเตือนระดับน้ำผ่านแอปพลิเคชันมีความแม่นยำ ประชาชนสามารถเห็นข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ และเตรียมรับมือได้ทันท่วงทีลุยโคลนเมืองปัวชื่นชมครูแนนต่อมานายยศชนันนำคณะเดินทางไปต่อ อ.ปัว เดินเท้าลุยโคลนเข้าพื้นที่สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูเขตชุมชนบ้านศิลาแดง (บ้านฝาย) ต.ศิลาแลง ตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย มีบางหลังชั้นล่างพังเสียหายทั้งหมด ชาวบ้านบอกดีใจมาก ขณะที่ “ครูแนน” น.ส.ปวีณา การศรี ครูโรงเรียนในพื้นที่ เล่านาทีชีวิตเผชิญมวลน้ำ เพราะระบบแจ้งเตือนภัยมาไม่ถึง สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด ตัดสินใจใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียประสานขอความช่วยเหลือจนช่วยอพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งคนชรา ผู้พิการทางการได้ยินและสายตากว่า 20 ราย ไปยังจุดปลอดภัย นายยศชนันกล่าวชื่นชมความมีสติและความกล้าหาญ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานและผู้นำชุมชนเป็นฮีโร่ตัวจริงที่ทุ่มเทช่วยเหลือชีวิตประชาชนในสถานการณ์วิกฤติสั่ง 17 จว.ภาคเหนือพร้อมรับมือผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยศชนันลงนามหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท. 0608/ว14601 สั่งผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือทุกมิติ เพื่อให้การรักษาชีวิตและทรัพย์สินประชาชนมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด กรณีที่เกิดอุทกภัยฉุกเฉินรุนแรงให้ผู้ว่าฯส่วนราชการ หน่วยงานทหาร ตำรวจ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายตชด.ยังเดินหน้าช่วยชาวบ้านพล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด.เผยว่า ได้ระดมกำลังตำรวจตระเวนชายแดนเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนการอพยพ ดูแลความปลอดภัย และจัดชุดเผชิญเหตุสาธารณภัยและจิตอาสาภัยพิบัติ ประสานการปฏิบัติร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลงภารกิจของตำรวจตระเวนชายแดนจึงเปลี่ยนจากการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินเข้าสู่การฟื้นฟูพื้นที่ จัดกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ ร้อย. ตชด.325 และ บก.ตชด.ภาค 3 ลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดบ้านเรือน ล้างดินโคลน ขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังจัดกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ซ้ำหรือมีพื้นที่ใดต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมชายแดนตากท่วมตลาดริมเมยจ.ตาก หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันและตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนไทย-เมียนมา ทำให้น้ำในลำห้วยและแม่น้ำเมยเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด น้ำเริ่มไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตั้งแต่ตอนเช้ามืด ร้านค้าต่างๆต้องระดมคนงานขนกระสอบทรายมาวางป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมร้าน ขณะที่สถานการณ์แม่น้ำเมยบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 90 ซม. เอ่อล้นเข้าท่วมตลาดริมเมย บ้านริมเมย พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเร่งเก็บข้าวของหนีน้ำขึ้นที่สูงก่อนจะพากันปิดร้านทั้งหมด เช่นเดียวกับเกาะกลางแม่น้ำเมยหรือเกาะโนแมนแลนด์ ที่มีชาวเมียนมาปลูกสร้างบ้านเรือนร้านค้าจำหน่ายสินค้า ถูกน้ำท่วมจมหายไปทั้งเกาะ ระดับน้ำสูงมิดชั้นล่างของตัวบ้าน ต้องขนย้ายข้าวของพร้อมขึ้นไปอยู่อาศัยชั้นบนต่างดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดในสภาวะที่น้ำท่วมสูงขนาดนี้แจ้งเตือน 2 อำเภอวิกฤติหนักปภ.จ.ตาก แจ้งเตือนระดับสูงสุดระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเมย ที่ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด ล้นตลิ่ง และยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนที่อยู่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำเมย ในพื้นที่ ต.แม่ปะ ต.แม่กุ ต.มหาวัน ต.แม่ตาว ต.แม่กาษา ต.พระธาตุผาแดง และเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด และ ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถทันที รวมทั้งกลุ่มเปราะบาง หากต้องการอพยพให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปท.ในพื้นที่โดยด่วน ขณะที่เทศบาลตำบลท่าสายลวดแจ้งเตือนประชาชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย บ้านต้นผึ้ง และบ้านห้วยม่วง ให้ระมัดระวัง เนื่องจากมวลน้ำเมยจากบ้านห้วยแล้ง ต.ช่องแคบ อ.พบพระ ที่อยู่ด้านเหนือขึ้นไประดับน้ำขึ้นกว่า 60 ซม. สถานะอยู่ในขั้นวิกฤติหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวพังยับจ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ อบต.ผาบ่อง อ.เมือง แม่ฮ่องสอน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบความเสียหายภายในหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่า หมู่บ้านท่องเที่ยวกะเหรี่ยงคอยาวชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากทะลักกลางหมู่บ้านอย่างรุนแรง พบว่าถนนในหมู่บ้านและระบบสาธารณูปโภคต่างๆพังเสียหาย โดยเฉพาะถนนที่เชื่อมไปหมู่บ้านยามชายแดนแม่ส่วยอู ถูกน้ำป่าซัดถนนขาดไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนถนนลาดยางในหมู่บ้านบางช่วงแตกล่อนหลุดหายไปกับกระแสน้ำ สะพานไม้ข้ามลำห้วยเอนเอียง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเกิดน้ำป่าไหลหลากกลางหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่า แต่มีบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบไม่กี่หลังคาเรือนเนื่องจากส่วนใหญ่ปลูกสร้างอยู่บนที่สูง ที่ได้รับผลกระทบเป็นพวกร้านค้าขายของที่ระลึก แต่เสียหายไม่มากเพราะผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้าเนื่องจากต้องเผชิญปัญหาน้ำป่าไหลหลากแทบทุกปีแม่สะเรียงผวาน้ำยวมล้นทะลักนายวรศักดิ์ พานทอง นอภ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เผยว่า สถานการณ์แม่น้ำยวมเพิ่มระดับสูงต่อเนื่องจนน่าเป็นห่วง ข้อมูลจากจุดวัดระดับน้ำฝายชลประทานแม่สะเรียงอยู่ในระดับวิกฤติ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันบริเวณบ้านหนองป่าแขม บ้านทุ่งแล้ง ต.แม่คง ด้านนายวีรชน เชื้อสมเกียรติ นายก อบต.แม่คง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ จัดเจ้าหน้าที่ ปภ.เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเร่งเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ขนย้ายข้าวของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับที่บ้านพะมอลอ ต.บ้านกาศ น้ำยวมเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนบางจุดแล้ว เจ้าหน้าที่จัดเวรยามตรึงกำลังเฝ้าระวังต่อเนื่อง สถานการณ์ยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเยียวยาสูงสุดหลังละ 88,600 บาทนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ จ.น่าน ว่า พูดคุยกับ ผวจ.น่าน เพื่อเตรียมใช้งบทดลองของผู้ว่าฯพร้อมเยียวยาตามระเบียบทางราชการ ชดเชยจำนวนเงินสูงสุดที่ 88,600 บาท ขึ้นอยู่กับบ้านแต่ละหลังเสียหายมากน้อยแค่ไหน หลังสั่งการให้ท้องถิ่นไปสำรวจความเสียหายแล้ว เมื่อถามว่ามีข้อถกเถียงต้องนำงบกลางมาใช้เพราะการเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งนี้เป็นลักษณะน้ำผ่าน ไม่เหมือนเหตุน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ เพราะความเสียหายไม่ได้ครอบคลุมในงบประมาณนี้ นายธีรพัฒน์ตอบว่า เป็นหลักเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว ค่าชดเชย 88,600 บาท เป็นหลักเกณฑ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิม 49,500 บาท ส่วนรถยนต์ที่มีความเสียหายต้องไปพูดคุยกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)“ศุภจี” ระดมสิ่งของช่วยชาวน่านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.น่าน ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ให้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสิ่งของอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้เร็วที่สุด ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายผู้ประกอบการภาคเอกชนของกรมการค้าภายใน รวมถึงองค์การเภสัชกรรม ร่วมกันสนับสนุนสิ่งของที่จำเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยนมพร้อมดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋องและผลิตภัณฑ์ปลา น้ำดื่ม ผ้าอนามัย สบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์ซักผ้าและน้ำยาทำความสะอาด กระดาษทิชชู รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น นำมาจัดเตรียมเป็นถุงยังชีพประมาณ 500-1,000 ชุดนำไปแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้ถึงมือโดยเร็วที่สุดร่องมรสุมเคลื่อนขึ้น-ฝนลดลงกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 21 ส.ค.69) ฉบับที่ 13 เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ ระบุว่า ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลางด้านตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่