ผมอ่านธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า พระอาจารย์พรหม วัดพุทธฯเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย หลายเรื่อง พอจะรู้จัก “หลวงพ่อชา” วัดป่านานาชาติ พระอาจารย์ของท่านอยู่บ้าง แต่ไม่แน่ใจหลวงพ่อชา สอนอะไร...ฟังจากเรื่องเล่า ท่านใช้พระขนหิน ถมดิน แก้ปัญหา...ไปตามวิถีพระป่า เทศนาวาที มีหัวข้อธรรมะ มีชาดกเล่าเสริมเป็นเรื่องราว อย่างที่คุ้นๆจากเทศนาพระไทยทั่วๆไป ไม่ค่อยได้ยินสถานการณ์บ้านเมืองเราตอนนี้ คนติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มทุกวัน จนโรงพยาบาลรับไม่ไหวเรื่องของความตาย ชาววัดมีเรื่องเล่า...วันหนึ่ง หลวงพ่อชื่อดัง ท่านเทศน์ว่า “ที่ตายก็ตายๆไป ที่อยู่ก็เอากันไป...” แล้วท่านก็หยุด วางคัมภีร์ใบลาน หยิบหมากขึ้นเคี้ยว ญาติโยมหัวเราะคิกคัก หลวงพ่อปล่อยมุกสัปดนทิ้งช่วงเวลาพองาม หลวงพ่อก็หยิบคัมภีร์เทศนาต่อ ย้ำประโยคท้าย ที่อยู่ก็เอากันไป แล้วว่า “ฝังยังวัด...” มุกนี้ญาติโยมถึงกับปล่อยฮาเรื่องความตายกับชาววัดเป็นเรื่องธรรมดา มาถึงเรื่องความเจ็บ... ความป่วย ก็ยิ่งเป็นเรื่องธรรมดาพระอาจารย์พรหมเล่าว่า พรรษาที่สองของท่าน สี่สิบปีที่แล้ว ท่านป่วยเป็นไข้รากสาดใหญ่ ไข้ขึ้นสูงมาก ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลสงฆ์ เมืองอุบลฯ ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเมืองล้าหลังและยากจนเต็มทีบุรุษพยาบาลตัวล่ำบึ้ก ใช้เข็มทู่ๆฉีดยาเจ็บมาก ออกเวรไปหกโมงเย็น ครึ่งชั่วโมงแล้วพยาบาลเวรต่อก็ยังไม่มา ท่านยังให้น้ำเกลือ ฟังจากเพื่อนพระเตียงข้างๆ ได้ความว่า ไม่ต้องรอ เพราะเวรกลางคืนพยาบาลไม่เคยมีห่วงตัวเองอาการหนัก ยังต้องห่วงเรื่องอื่นอีกบ่ายหลายวันต่อมา หลวงพ่อชามาเยี่ยม...หลวงพ่อมองดูด้วยสายตาเรียบเฉย...พระป่วยรู้สึกปลื้มประทับใจ “ไม่หายก็ตาย” หลวงพ่อชาพูดแค่นี้แล้วก็ไปความรู้สึกปลื้มพระป่วยหายไป มาเรียนรู้เอาทีหลัง หลวงพ่อชามาเยี่ยมพระป่วย ท่านก็พูดประโยคนี้พระป่วยรู้สึกแย่ตอนแรก แต่เมื่อนอนคิดๆไป ไม่หายก็ตาย คำพูดของท่านเป็นสัจธรรม สอนให้รู้ว่าความทุกข์ทรมานนั้น จะไม่คงอยู่ตลอดไป แปลก คำพูดนั้น ปลอบใจให้รู้สึกดีขึ้นและสุดท้าย “อาตมาก็หาย ไม่ตาย เป็นเช่นคำพูดของหลวงพ่อชาจริงๆ”บทเรียนนี้ชักนำไปสู่บทเรียนต่อไป พวกเราสักกี่คน ถูกชักนำให้รู้สึกผิดเมื่อไม่สบายพระองค์หนึ่งอาพาธโดยไม่รู้สาเหตุหลายปี วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ท่านนอนบนเตียง อ่อนเพลียจนเกินกว่าจะลุกเดินออกนอกห้องทางวัดพยายามรักษาการแพทย์สมัยใหม่ รักษาแบบดั้งเดิม ไม่หายก็ใช้วิธีอื่นๆ แต่ทุกวิธีดูจะไร้ผลครั้งหนึ่งท่านลุกเดินได้ แล้วก็ทรุดหนักนอนเตียงอีกหลายอาทิตย์ต่อมา หลายครั้งท่านคิดว่าท่านจะตายแล้วก็ถึงวันนั้น ท่านเจ้าอาวาสมาเยี่ยม “ในนามพระและแม่ชี อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุปัฏฐาก ทุกคนที่รักและห่วงใยท่าน” เกริ่นนำเป็นทางการแล้ว ท่านเจ้าอาวาสก็เข้าเป้า“ผมมาที่นี่ เพื่อจะอนุญาตให้ท่านละสังขารได้ ท่านไม่ต้องพยายามที่จะหายหรอก”พระอาพาธได้ฟังแล้วก็ร้องไห้ ท่านเองพยายามที่จะหาย เพื่อนๆ ของท่านพยายามจะช่วย ท่านทำให้พวกเขาผิดหวัง ท่านรู้สึกว่าท่านล้มเหลว ทันใดนั้น ท่านรู้สึกเป็นอิสระที่จะเจ็บป่วย และแม้แต่ตายท่านรู้สึกทันที ท่านได้รับการปลดปล่อยพระอาจารย์พรหมจบเรื่องเล่า “โยมคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อมา ตั้งแต่วันนั้นพระอาพาธก็อาการดีขึ้นเรื่อยๆ”สองเรื่องเล่าของพระอาจารย์พรหม สอนให้ผมรู้ว่า วิธีสอนของหลวงพ่อชาเป็นอย่างไร...ก็เพียงแต่ท่านไม่ย้ำคำว่า ทุกสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา...(ไม่มีตัวตน) ออกมาเป็นประโยค เท่านั้นเอง.กิเลน ประลองเชิง