ใกล้ช่วงเทศกาลที่หลายคนรอคอยจะได้มีโอกาสพักผ่อน พบปะญาติพี่น้องที่ห่างหายกันมานาน ครอบครัวได้มีโอกาสอยู่พร้อมหน้า ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ ล้อมวงผิงไฟและทานอาหารร่วมกันอาหารที่เรามักพบเห็นอยู่เสมอคือ อาหารประเภทปิ้ง ย่าง จิ้มจุ่ม เช่น หมูย่าง เนื้อย่าง หมูกระทะ หมูจุ่ม ปลาเผา พร้อมน้ำจิ้มและเครื่องเคียงสารพัดวันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหาร มีข้อมูลอันตรายที่อาจแอบแฝงในเนื้อหมูมาบอกกล่าว หลายคนยังไม่ทราบว่า เนื้อหมูสดที่เราซื้อมาปรุงเป็นอาหารนั้นอาจมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ได้สารดังกล่าวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า สารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์มีหลายชนิด เช่น ซัลบูทามอล เคลนบิวเทอรอล และแรคโตพามีน ผู้เลี้ยงจะผสมลงในอาหารและน้ำให้หมูกินเมื่อหมูกินอาหารและน้ำที่มีสารดังกล่าวเข้าไป จะทำให้ซากหมูมีเนื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ไขมันน้อยลง ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมทานเนื้อแดง ไม่มีมัน เพราะไม่ต้องการคอเลสเทอรอล กลัวอ้วนเมื่อเราทานเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงเข้าไป มันจะตกค้างและสะสมในร่างกาย หากสะสมนานๆ จะมีผลต่อการทำงานของระบบประสาท เริ่มต้นด้วยอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ กระวนกระวาย คลื่นไส้ อาเจียน จะอันตรายมากสำหรับคนท้องคนที่เป็นโรคหัวใจ ความดันสูงและเบาหวาน แต่อันตรายดังกล่าว จะไม่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน จึงไม่ต้องวิตกจนเกินไปถึงขั้นเลิกซื้อ เลิกทานเนื้อหมู แค่รู้วิธีเลือกซื้อเนื้อหมูสดที่สะอาดและปลอดภัยจากสารเร่งเนื้อแดงมาปรุงอาหารโดยเลือกซื้อเนื้อหมูที่มีสีชมพูอ่อน มีมันแทรกระหว่างกล้ามเนื้อเห็นได้ชัด เมื่อหั่นทิ้งไว้จะพบน้ำซึมออกมาบริเวณผิว เนื้อที่มีสารเร่งเนื้อแดงจะมีลักษณะค่อนข้างแห้งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 269 พ.ศ.2546 กำหนดว่าต้องไม่พบการตกค้างของสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ในอาหารทุกชนิดเป็นที่น่ายินดีว่า วันนี้ผู้เลี้ยงสุกรไทยได้พัฒนา ปรับปรุงกระบวนการเลี้ยงให้ปลอดภัยมากขึ้น ยืนยันได้จากผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการสถาบันอาหารที่ตรวจไม่พบการตกค้างของสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ 3 ชนิด ได้แก่ ซัลบูทามอล เคลนบิวเทอรอล และแรคโตพามีน เลย ในเนื้อหมูจำนวน 5 ตัวอย่าง ที่วางขายในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล.