"สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ" เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจ แก่ผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานเชียงใหม่
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปทรงเยี่ยม และพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
พันเอก ยรรยง ทิพาปกรณ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พันตำรวจเอก กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นางสาววิพรพักตร์ ค่ายบุญสรี ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เฝ้ารับเสด็จ
จากนั้นเสด็จเข้าภายในทัณฑสถานหญิง พระราชทานโอกาสให้ พันตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กราบทูลรายงานความเป็นมาของการดำเนินการโครงการธรรมนาวา "วัง" และโครงการ "โคกหนองนา แห่งน้ำใจและความหวัง" และทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขังหญิงจำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 การแสดงฟ้อนดอกระมิงค์ และชุดที่ 2 โอ้ละหนอเชียงใหม่ พร้อมทรงรับฟังตัวแทนผู้ต้องขังพูดถึงความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการธรรมนาวา "วัง"
โครงการธรรมนาวา "วัง" (ทำ-มะ-นา-วา-วัง) เป็นโครงการอบรม และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยการนำแนวทางธรรมนาวา "วัง" เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาถึงสาระแก่นแท้ของศาสนา และขัดเกลาจิตใจ โดยได้ดำเนินการที่ทัณฑสถานเชียงใหม่ เป็นแห่งแรกเมื่อปี 2568 มีผู้ต้องขังเข้ารับการอบรมจำนวน 373 คน จนถึงปัจจุบันมีการฝึกอบรมให้ผู้ต้องขังทุกกลุ่มมาแล้ว 18 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 3,667 คน ผลการฝึกอบรมทำให้ผู้ต้องขังอยู่ในระเบียบวินัยมากขึ้น ง่ายต่อการควบคุม ลดปัญหาการทะเลาะวิวาท
ขณะที่หนึ่งในผู้ต้องขังหญิงที่เข้าร่วมโครงการธรรมนาวา "วัง" กล่าวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า จากอดีตที่เธอเคยใช้ชีวิตตามอารมณ์ จนหลงผิดทำให้ชีวิตต้องตกอยู่ในเงามืดอันอับแสงต้องเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำ จากคนที่เคยสัญญาว่าจะรักกันแม้ความตายก็มิอาจพรากพอชีวิตเธอต้องติดราชทัณฑ์ทุกคนล้วนหนีหายไปหมดไม่เว้นแม้แต่ครอบครัว ทำให้เธอเกิดอารมณ์เศร้าแค้นโกรธเคือง จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ต่อ
กระทั่งมีโครงการธรรมนาวา "วัง" ที่ได้สอนหลักธรรมลูกอมสองเม็ด คือการระลึกถึงพระรัตนตรัย และการทักอารมณ์ จึงทำให้เธอมีความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย เมื่อมีอารมณ์เศร้าหรือโกรธ ก็จะรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง จึงทำให้ชีวิตที่เคยมืดมนกลับมา สว่างไสวอีกครั้ง
จากนั้นพระราชทานของที่ระลึก แก่ตัวแทนผู้ต้องขังพูดถึงความประทับใจฯ พระราชทานของที่ระลึก แก่ตัวแทนผู้ต้องขังหญิง และพระราชทานของที่ระลึกแก่คณะกรรมการ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่
ต่อมา ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการ "โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง" อันเป็นโครงการที่น้อมนำ สืบสาน และต่อยอด หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานโครงการดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ภายหลังพ้นโทษ
จากนั้น ทอดพระเนตรการตรวจรักษาทันตกรรม และทอดพระเนตรครุภัณฑ์พระราชทาน ภายใต้โครงการ "ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์" อันเป็นโครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังในเรือนจำให้เข้าถึงการบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม ฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ และจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ต้องขัง ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม ตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้รับพระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 18 รายการ และดำเนินการจัดอบรม อาสาสมัคร สาธารณสุขเรือนจำ จำนวน 13 รุ่น มีผู้ผ่านการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้น 477 คน
ในเวลาต่อมา เสด็จไปยังสถานเลี้ยงเด็ก เพื่อพระราชทานของที่ระลึก ให้แก่ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ และทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังหญิง อาทิ การฝึกวิชาชีพนวดแผนไทย การทำอาหารคาว-หวาน การทอผ้าไหม การดูไพ่ยิปซี เป็นต้น
ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการให้โอกาสผู้ก้าวพลาดได้ปรับเปลี่ยนและพัฒนาตนเองเพื่อกลับคืนสู่สังคมโดยไม่กระทำผิดซ้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อผู้ต้องราชทัณฑ์อย่างเท่าเทียม.
