เยียวยาน้ำท่วม กทม. ได้ครอบครัวละเท่าไหร่ หลัง กทม. ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต อันนี้สำคัญ อย่าลืมเด็ดขาด ถ่ายรูปบ้าน ทรัพย์สินเสียหาย วันเวลา สถานที่ไว้เป็นหลักฐาน


วันที่ 28 กันยายน 2569 น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครปีนี้มาไวจนตั้งตัวไม่ทัน การแจ้งเตือนเรื่องอพยพเป็นศูนย์ ทำให้หลายคนรับมือไม่ได้เตรียมตัว ไม่ว่าจะเป็นการขนของ ย้ายรถ หรือวางแผนหนีน้ำท่วมไปที่อื่น ภาพที่ปรากฏไปทั่วกรุงเทพคือ น้ำเข้าบ้าน รถจมน้ำเป็นจำนวนมาก คนแห่ไปร้านสะดวกซื้อ สินค้าหมดชั้นวางของ เป็นความชุลมุนวุ่นวายที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับเมืองหลวงใหญ่ อย่างกรุงเทพมหานคร


แม้ล่าสุดหลายพื้นที่จะเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่บางพื้นที่โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำ อย่างโซนรามคำแหง บางกะปิ ลาดพร้าว 101 เสรีไทย สะพานสูง ยานนาวา บางคอแหลม บางนา พระโขนง คลองเตย และวัฒนา ยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ ที่เห็นภาพชัดและได้ผลกระทบอย่างหนัก ก็คือแฟลตคลองจั่น น้ำไฟถูกตัดขาด ผู้ป่วยติดค้าง


มหาอุทกภัยครั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร ถือว่าตัดสินใจได้รวดเร็ว ลงนามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ทั้ง 50 เขต กำกับดูแลเรื่องการระบายน้ำด้วยตนเอง



แล้วเรื่องเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมครั้งนี้ คนกรุงเทพฯ จะได้เท่าไหร่?

เรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุไว้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชาวแฟลตการเคหะคลองจั่น ไว้ว่า จะไปตกลงกับผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้ง ว่าที่ผ่านมาใช้หลักเกณฑ์ในการเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างไร ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาลใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเยียวยาพี่น้องประชาชนนอก กทม. ก็จะมาเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน โดยยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ส่วนงบประมาณในการเยียวยา จะใช้งบกลางของปี 69 ที่ยังเหลืออยู่มาดำเนินการ


ผู้สื่อข่าวพาย้อนไปดูหลักเกณฑ์การเยียวยาน้ำท่วม ปี 2569 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีการกำหนดไว้ดังนี้


  • ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกัน เกิน 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยที่อยู่อาศัยนั้น ต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือฯ และจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน 


  •  กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยทางตรง ให้ความช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพ รายละ 2,000,000 บาท 



ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นคำร้องได้ทั้ง 2 ช่องทาง ได้แก่ 

1.ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันที และประชาชนสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ 

2.ยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกนำข้อมูลเข้าสู่ระบบให้ 


โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แนะนำเรื่องความรวดเร็วในการรับเงินเยียวยา คือให้ประชาชน ผูกบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) กับเลขประจำตัวประชาชน เพื่อที่ ปภ. จะได้ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินเพื่อโอนเงินให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็วต่อไป


ที่สำคัญอย่าลืมเด็ดขาด คือการ ถ่ายรูปบ้านน้ำท่วม ทรัพย์สินที่เสียหาย วันเวลาและสถานที่ไว้เป็นหลักฐาน และบ้านต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย