เปิดมติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปม “คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” เอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ส่วน “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” มติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ชี้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดการลงคะแนนลับ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยผลการประชุมพิจารณาคดี กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องรวม 22 คำร้อง ขอให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีการพิมพ์รหัสแท่งบาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) ลงบนบัตรเลือกตั้ง โดยผู้ร้องอ้างว่าอาจเปิดช่องให้สืบทราบและตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนน จนทำให้การลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ และขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่าน คือ นายสราวุธ ทรงศิวิไล และ พลตำรวจโทจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ที่ยื่นโดย นายพลกาญจน์ เศรษฐบุญดี โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เข้าเหตุคัดค้านตามกฎหมาย จึงมีคำสั่ง “ยกคำร้องคัดค้าน” ดังกล่าว
สำหรับผลการวินิจฉัยในประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติต่างกันในแต่ละประเด็น ดังนี้
รหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ (9 ต่อ 0) วินิจฉัยว่า การใช้คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
รหัสแท่งบาร์โค้ด (Barcode) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) วินิจฉัยว่า การใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเช่นกัน และไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนรวมถึงประชาชน
โดยคณะตุลาการเสียงข้างมาก 8 ท่าน ได้แก่ นายอุดม สิทธิวิศวัทธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์, นายอุดม รัฐอมฤต, นายสุเมธ รอยกุลเจริญ, นายสราวุธ ทรงศิวิไล และ พลตำรวจโทจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย 1 ท่าน คือ นายนพดล เทพพิทักษ์ เห็นว่าการใช้บาร์โค้ดสามารถสืบย้อนกลับถึงตัวบุคคลได้ จึงมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น กกต. ควรจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงที่ไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนได้ พร้อมทั้งควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งให้มีความรัดกุมและเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลการลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิ
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่อ่านคำวินิจฉัย.