“ปกรณ์” ประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างสันติสุขนัดแรก แก้ขัดแย้ง 20 ปี ระบุนิรโทษกรรมยุติดำเนินคดี-ลบประวัติอาชญากรรม หวังสะสางความขัดแย้งเก่า เป็นบทเรียนไม่ให้เกิดขึ้นอีก
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมีพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธาน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม กรรมการและเลขาธิการ พร้อมกรรมการ น.ส.หรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายวุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี นางทิชา ณ นคร นักสังคมสงเคราะห์และนักขับเคลื่อนสิทธิเด็ก นายคณพล จันทน์หอม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญา (คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
นายปกรณ์ กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่า การประชุมคณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญในมิติของการเมืองเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เนื่องจาก ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเราประสบปัญหาความขัดแย้งทางความคิดความเห็นต่างทางด้านการเมือง นำมาซึ่งความทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน เกิดความไม่เชื่อมั่นทั้งจากฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ และส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงในครอบครัว ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ไม่น่าจะเกิด กฎหมายนิรโทษกรรม ฉบับนี้จึงมีขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและสังคมสันติสุขให้กลับคืนมาให้ได้ ประเด็นที่กฎหมายนี้กำหนดไว้คือ เรื่องของการนิรโทษกรรม ส่วนที่มีการดำเนินคดีไปแล้วต้องมีการยุติและมีการจำหน่าย รวมถึงลบประวัติอาชญากรรมต่างๆให้เรียบร้อยด้วย
นายปกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเราได้รับบทเรียนมากทั้งในแง่การเมือง สถาบัน และองค์กร เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น การแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นความสวยงามทางระบอบประชาธิปไตยที่แสดงออกเมื่อเกิดความแตกต่าง มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน ใช้อารมณ์มาปะทะทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น จุดประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้จึงต้องการสร้างสังคมที่ดีขึ้น และหวังว่า ความขัดแย้งเก่าที่เกิดขึ้นจะได้รับการชำระสะสางให้เสร็จสิ้นเพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดความขัดแย้งใหม่ขึ้นอีก
“ยุทธพร” เผยเปิดหลายช่องทางให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยื่นร้องขอความเป็นธรรม
นายยุทธพร อิสรชัย กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ต้องบอกว่า หลายหน่วยงานรอความชัดเจนอยู่ในเรื่องของการสร้างสังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์ แต่ในส่วนของกฎหมายต้องว่ากันไป โดยกฎหมายได้ประกาศใช้ไปแล้ว 1 เดือน ซึ่งในการสร้างเสริมสังคมสันติสุขตามมาตรา 7 และ 8 รวมถึงข้อยกเว้นในมาตรา 3 จะมีผลในกฎหมายนิรโทษกรรมและความผิดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่จะต้องเดินหน้าไปตามนั้น
รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ในที่ประชุมนายปกรณ์ ในฐานะประธานและกรรมการคนอื่นๆ มีความเห็นที่ชัดเจนและตรงกัน ให้หน่วยงานปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ส่วนในกรณีที่ยังไม่มีความชัดเจน หรือมีการปฏิเสธจากหน่วยงานรัฐ จะมีการเสนอเรื่องยื่นคำร้องขอมาที่คณะกรรมการฯ โดยที่ประชุมมีการกำหนดช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้สามารถยื่นเรื่องได้อย่างสะดวกหลายช่องทาง โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป ทั้งไปรษณีย์ อีเมล หรือแม้กระทั่งในกระบวนการราชการ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปสู่สังคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เป็นกระบวนการที่เราจะดำเนินการต่อไป
“ป้ามล” ลั่น ทุกอย่างจะจบลงอย่างงดงาม
ขณะที่นางทิชา ณ นคร กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวว่า จากนโยบายที่เราจะสามารถตีความประเด็นทางการเมืองให้กว้างขึ้นเพื่อให้เกิดความครอบคลุมต่อบุคคลที่เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ควรจะต้องจบลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งคณะกรรมการฯได้ให้ประเด็นที่ทำให้เราสบายใจ เพราะเรามีความเห็นที่ตรงกัน ต้องขอขอบคุณและขอบอกว่า ทุกอย่างจะจบลงได้อย่างงดงาม