“สมชัย” แจ้งความ “ณัฐวุฒิ” 3 ข้อหา ทำร้ายร่างกายจนตกรถจักรยาน-ดูหมิ่นซึ่งหน้า ค้านประกันในชั้นพนักงานสอบสวน ยันไม่ไกล่เกลี่ย ลั่นหากจะมีนักการเมืองยื่นมือเข้าช่วยเหลือขอให้เปิดหน้าได้เลย
วันที่ 4 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ให้สัมภาษณ์หลังแจ้งความกรณีที่ถูก นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ ทำร้ายร่างกาย โดยนายสมชัยระบุว่าได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายณัฐวุฒิในข้อหาทำร้ายร่างกาย, ทำให้เสียทรัพย์ และดูหมิ่นซึ่งหน้า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ราชการ ต่อหน้าตำรวจและสื่อมวลชน รวมถึงมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของ สน.ทองหล่อ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการข่มขู่คุกคามผู้สื่อข่าวด้วย
นายสมชัยระบุว่าขณะนี้นายณัฐวุฒิมีสถานะเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจจับกุมในความผิดซึ่งหน้าและเข้าสู่กระบวนการพิมพ์มือ ถ่ายรูปทำประวัติผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนเองและทนายความได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพฤติการณ์เป็นการกระทำอุกอาจในสถานที่ราชการเวลากลางวันต่อหน้าตำรวจ หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าจะขาดสติและไปทำร้ายผู้อื่นอีก
นายสมชัยยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินคดีถึงชั้นศาลอย่างแน่นอนและปฏิเสธการเจรจาไกล่เกลี่ยทุกกรณี ไม่ว่าจะมีใครหรือนักการเมืองหรือใครมาประสานให้ก็ตาม พร้อมท้าทายว่าหากมีใครมาช่วยไกล่เกลี่ยก็ขอให้เปิดหน้าออกมา จะได้รู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่นายณัฐวุฒิมุ่งเป้ามาที่ตนเอง คาดว่ามาจากการที่ตนเองนำข้อมูลความจริงเกี่ยวกับประวัติของอีกฝ่ายมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องที่นายณัฐวุฒิมักแอบอ้างว่าลาออกจากราชการ ทั้งที่ความเป็นจริงถูกสั่งไล่ออกจากราชการ เมื่อตนเองกล้าออกมาพูดความจริง ทำให้ถูกมองเป็นปัญหาของอีกฝ่าย
นายสมชัยระบุว่าตนเองอยากเข้าไปเยี่ยมและดูสภาพนายณัฐวุฒิว่าสงบสติอารมณ์หรือยัง รวมถึงดูว่าตำรวจดูแลผู้ต้องหาอย่างไร แต่ตำรวจได้ห้ามไว้เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะหรือเกิดเรื่องขึ้นอีก พร้อมฝากถึงสื่อมวลชนให้ตั้งข้อสังเกตและติดตามกระบวนการทำงานของตำรวจ โดยคาดการณ์ว่าอาจมีการปล่อยตัวชั่วคราวภายใน 1 ชั่วโมง หากได้รับการปล่อยตัวจริงขอให้สื่อมวลชนสอบถามเหตุผลจากตำรวจว่าเหตุใดจึงปล่อยตัวผู้ที่มีพฤติกรรมอันตรายออกสู่สังคม และฝากถึงตำรวจว่าหากจะให้ประกันตัวก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของผู้เสียหาย เช่น ห้ามกระทำซ้ำในลักษณะเดิม
นายสมชัยยืนยันว่าไม่ได้เกรงกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงปกป้องสิทธิของตนเองตามกฎหมาย และหลังจากนี้เตรียมที่จะเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อนำมาใช้ประกอบหลักฐานในคดีต่อไป
ด้านนายนรเศรษฐ์ระบุว่านอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกาย วันนี้ยังได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิในข้อหาแจ้งความเท็จและแจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายณัฐวุฒิได้ไปแจ้งความกล่าวหาการเปิดมูลนิธิของนายสมชัยว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ซึ่งตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาด้วย จึงต้องดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ นอกจากนี้นายณัฐวุฒิยังมีคำพูดข่มขู่ในลักษณะที่ว่า “รู้ว่าบ้านอยู่แถวสถานทูตอินโดนีเซีย เดี๋ยวเจอกัน” ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย