เดือดหน้า สน.ทองหล่อ “ณัฐวุฒิ” ปรี่เข้า ผลักอกชี้หน้าด่า “สมชัย” ไม่เป็นกลาง จนตกรถจักรยาน ด้าน“สมชัย” แจ้งความกลับฐานแจ้งความเท็จ-กลั่นแกล้ง โต้ยักยอกเงินกองทุน ยืนยันทุกบาทยังอยู่ครบ


เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ด้านหน้า สน.ทองหล่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. มาตามเวลานัดหมายของสื่อ ที่แจ้งไว้ในเวลา 13.00 น. ว่าจะเดินทางมาแจ้งความเอาผิดกับนายณัฐวุฒิ วงศ์เนี่ยม โดยพบว่า นายณัฐวุฒิ ได้มารอนายสมชัยที่ สน.ทองหล่ออยู่แล้ว

ทันทีที่นายสมชัยปั่นจักรยานมาถึงบริเวณด้านหน้า สน.ทองหล่อ นายณัฐวุฒิได้เข้าไปหาพร้อมพูดว่า “จะไปไหน มึงไปไหน มึงจะไปไหน” จากนั้นได้จับเขาที่แขนของนายสมชัย ก่อนที่นายณัฐวุฒิจะผลักนายสมชัยล้มลงกับพื้น พร้อมจักรยาน ต่อหน้าสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายสมชัยพยายามตะโกนบอกว่า “แบบนี้ทำร้ายร่างกาย” นายณัฐวุฒิได้ตะโกนกลับว่า “ทำร้ายอะไร กูพร้อมเจอมึง เดี๋ยวมึงเจอคนอย่างกู วันนี้มาขอหมายจับมึง กูรอมึงอยู่” ก่อนที่จะชี้หน้านักข่าวแล้วบอกว่า “มึงเป็นใคร มึงเป็นกลางหน่อย” พร้อมบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย โดยก่อนที่นายสมชัยจะบอกว่าจะแจ้งตำรวจจับ ด้านนายณัฐวุฒิพูดว่า “แจ้งจับเลย ไอ้ตุ้ด”

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ พยายามเข้าไปแยกนายณัฐวุฒิออกจากนายสมชัย แต่เจ้าตัวไม่ยอม และพยายามเข้าไปหานายสมชัยอีกครั้ง พร้อมกับกระชากหมวกของนายสมชัยออกจากศีรษะ จนตำรวจต้องบอกว่าหากไม่เชื่อฟังจะใส่กุญแจมือ ทำให้นายณัฐวุฒิยอมไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นนายสมชัยได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าด้านขวาเป็นแผลถลอก


“สมชัย” แจ้งความกลับ “ณัฐวุฒิ” แจ้งความเท็จ-กลั่นแกล้ง โต้ยักยอกเงินกองทุน ยันเงินบริจาคอยู่ครบทุกสตางค์ เตรียมฟ้องแพ่งเรียก 50 ล้าน ฐานะเจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการ และอดีต กกต. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีที่มีบุคคลมาแจ้งความเท็จทำให้คณะบุคคลได้รับความเสียหาย และหมิ่นประมาทในที่สาธารณะอย่างร้ายแรง ซึ่งประเด็นที่แจ้งความเท็จ บุคคลคนนี้ได้กล่าวหาว่าตนเอง นำเงินบริจาคที่เปิดรับสำหรับช่วยเหลือเงินกองทุนที่จะไปช่วยคนที่ถูกฟ้องร้องปิดปาก และยังกล่าวหาว่าตนเอง นำเงินบริจาคของกองทุนไปบำเรอกามหญิงสาว และจัดงานแต่งงานหลอกๆ ตนเองและทนายความ จึงจะแจ้งความดำเนินคดีกลับในข้อหา “แจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา” ยืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าเงินกองทุนที่เปิดรับบริจาคทุกบาททุกสตางค์ ยังอยู่ครบ

 นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนาย กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นอย่างเปิดเผย มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีระบบการถอนเงินที่ต้องใช้บุคคลลงนามร่วมกันมากกว่า 1 คน ซึ่งนับตั้งแต่วันจัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีการเบิกถอนเงิน ออกจากบัญชีแม้แต่บาทเดียว

นายสมชัย ได้นำหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารกรุงเทพ สาขาธรรมศาสตร์ รังสิต มาแสดงโดยยืนยันว่า ยอดเงินบริจาคในบัญชีแรกจำนวนกว่า 1,805,770.40 บาท ยังอยู่ครบถ้วน ไม่เคยมีการเบิกถอนแม้แต่สตางค์เดียว โดยเอกสารสเตทเมนต์ที่ไปขอมาเมื่อช่วงเช้ามีลายเซ็นรับรองของนายปริญญา เทวานฤมิตกุล นักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับรองอยู่ด้วย

ส่วนอีกหนึ่งบัญชีขององค์กรกลางมียอดเงินอยู่ราว 400,000 กว่าบาท ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่ว่านำเงินกองทุนไปบำเรอกามจึงเป็นเรื่องเท็จอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสบายใจว่าเงินยังคงอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือคดีความ

นอกจากนี้นายสมชัยยังได้โชว์ภาพงานแต่งงานเมื่อ 9 ปีก่อน ยืนยันว่าเป็นสมรสพระราชทาน ไม่ใช่งานแต่งหลอก ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่ามีภรรยาอยู่แล้ว แต่ไปหลอกแต่งงานกับหญิงสาวอีกคนเมื่อ 4–5 ปีก่อนนั้น นายสมชัยกล่าวว่างานแต่งงานดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี มาเป็นประธานในพิธี และเป็นงานสมรสพระราชทาน ไม่ใช่งานแต่งงานหลอกๆ ตามที่ถูกกล่าวหาอ้างอิงข้อมูลเท็จ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเจตนาของอดีตทนายความ ที่กล่าวหานายสมชัยนั้น เจ้าตัวมองว่า น่าจะเกิดจากคุณภาพของทีมทนายความและสำนักงานกฎหมายของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ทำการบ้าน ไม่ค้นคว้าข้อมูลข้อเท็จจริง ทั้งที่สามารถค้นหาข้อมูลพื้นฐานได้ง่ายดาย นำข้อมูลเท็จมาใช้กล่าวหาจนเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน

นายสมชัยกล่าวท้ายว่า นอกจากคดีอาญาในข้อหาแจ้งความเท็จแล้ว ในวันอาทิตย์นี้ตนได้นัดหารือกับทีมทนายความอีกชุด เพื่อเตรียมยื่นฟ้องคดีแพ่งเพิ่มเติม โดยจะเรียกค่าเสียหายให้เหมาะสมกับฐานะของผู้กล่าวหาที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท


ขณะที่ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ให้ข้อมูลว่าขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เบื้องต้นนายณัฐวุฒิให้การปฏิเสธ แต่อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานก่อน