“อัครเดช” โต้ “เท้ง ณัฐพงษ์” ระบอบสีน้ำเงินไม่มีจริง ซัดสร้างวาทกรรม เหน็บพรรคส้มก็เคยจัดตั้ง สว. แต่ไม่สำเร็จ แล้วมาป้ายสีคนอื่น ชี้ 4-5 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการต่างๆ เพื่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


วันที่ 2 กันยายน 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี และ วิปรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่าจะเปิดโปงความเลวร้ายของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่า ระบอบสีน้ำเงินไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงวาทกรรมที่ฝ่ายค้านพยายามสร้างขึ้นมา เพื่อทำให้ประชาชนมองเห็นภาพว่ามีระบอบดังกล่าว ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มี


นายอัครเดช กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างถล่มทลาย เกือบ 200 เสียง ถือเป็นระดับความไว้วางใจที่สูงมาก และตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีพรรคการเมืองใดได้รับเสียงสนับสนุนในระดับนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของรัฐบาลที่เกิดจากความไว้วางใจของประชาชน


“หัวหน้าพรรคประชาชนพยายามนำความแข็งแกร่งที่พรรคภูมิใจไทยได้รับความศรัทธาจากประชาชน ไปสร้างเป็นวาทกรรมว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน แต่ข้อเท็จจริงคือ นี่คือความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ ไม่ใช่ระบอบอะไรทั้งนั้น” นายอัครเดช กล่าว


นายอัครเดช ยังกล่าวถึงกรณีที่มีความพยายามกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับประเด็นการฮั้ว สว. ว่า หากจะพูดเรื่องนี้ควรมองข้อเท็จจริงให้รอบด้าน เพราะในอดีตบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือแนวร่วมกับพรรคประชาชน ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล ก็เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่อาจจะมองได้ว่าเป็นการจัดตั้ง สว. และมีหลักฐานเกี่ยวกับการนัดพบ นัดพูดคุยกันอย่างเปิดเผย เพียงแต่ไม่ประสบความสำเร็จ


“อย่าเอาพฤติกรรมที่ตัวเองเคยทำแล้วไม่สำเร็จ มาป้ายสีคนอื่นว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน เพราะมันเป็นเพียงความพยายามนำแนวร่วมและพฤติกรรมของตนเองในอดีตมาสร้างภาพจำให้ประชาชนเข้าใจผิด” นายอัครเดช กล่าว


นายอัครเดช กล่าวต่อว่า การทำงานการเมืองควรเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยหวาดกลัวการตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าตลอดช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการต่างๆ เพื่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และหลายเรื่องเป็นสิ่งที่รัฐบาลในอดีตยังไม่สามารถดำเนินการได้


ทั้งการปฏิรูปด้านพลังงาน การส่งเสริมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นโยบายไทยช่วยไทยพลัส ประกันภัยพิบัติชาติ รวมถึงแนวทางการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดในอนาคต ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่รัฐบาลกำลังผลักดันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ


นายอัครเดช ยังกล่าวถึง ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ว่า จากการทำงานของรัฐบาลในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต และเมื่อพบกรณีที่มีข้อสงสัย เช่น ปัญหาการทุจริตในการสอบ รัฐบาลก็ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งการตรวจสอบ ขุดรากถอนโคน การโยกย้ายบุคคลที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่ง การเปิดทางให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาตรวจสอบ รวมถึงการดำเนินการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในการเพิกถอนการบรรจุบุคคลที่เกี่ยวข้อง


“ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะทำให้บ้านเมืองสะอาด ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เคยกลัว และพร้อมตอบทุกประเด็น ขอเพียงฝ่ายค้านอย่าใช้วาทกรรมหรือข้อมูลเท็จมาโจมตี แต่ให้นำหลักฐานจริงมาอภิปราย เพราะมั่นใจว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยสามารถตอบได้ทุกประเด็น” นายอัครเดช กล่าว


นายอัครเดช ยังฝากถึงนายณัฐพงษ์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านว่า การทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านควรเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ หากจะกล่าวหาใครควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ออกมาให้ข่าวโจมตีนายกรัฐมนตรีเป็นรายวัน เพราะอาจทำให้การเมืองกลายเป็นเพียง “ลิเกการเมือง” ที่มุ่งแต่โจมตีกัน


“การเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ประชาชนจะจดจำไม่จำเป็นต้องออกมาโจมตีรัฐบาลตลอดเวลา แต่สามารถทำหน้าที่เสนอคำแนะนำ ตรวจสอบ และชี้ให้เห็นถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมาได้ เพราะนั่นจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศมากกว่า” นายอัครเดช กล่าว