“ธนกร” หนุนนายกฯ ช่วยประชาชนลดค่าไฟฟ้า ชี้โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน สร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ประเทศในระยะยาว เหน็บฝ่ายค้านดีแต่พูด ไม่เคยคิดลงมือทำ


วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของแผนงานที่ 2 กรอบวงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ 

นายธนกร ยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเดินหน้าตามกรอบกฎหมาย รัฐบาลจะใช้เงินทุกบาทโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ การขออนุมัติกู้เงินครั้งนี้ก็เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน ที่รัฐบาลเตรียมมาตรการอุดหนุนเงินลงทุนสูงสุด 50,000 บาทต่อครัวเรือน สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 kW และยังมีแผนใช้ระบบหักกลบลบหน่วยไฟฟ้า เพื่อให้บ้านอยู่อาศัยสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบการไฟฟ้าได้ที่ 2.20 บาทต่อหน่วยอีกด้วย 

สำหรับโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน คือ นโยบายของรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสำหรับบ้านอยู่อาศัย ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเพื่อใช้เองภายในบ้าน ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟฟ้าในครัวเรือน และหากมีกระแสไฟฟ้าเหลือจากการใช้งาน ก็สามารถขายให้กับการไฟฟ้าได้ตามเงื่อนไขและอัตรารับซื้อที่กำหนดไว้ โดยการไฟฟ้าจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบความพร้อมของผู้เข้าร่วม ทั้งด้านระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย และความเหมาะสมของการเชื่อมต่อ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าภาคประชาชนเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน และไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

“ท่านนายกฯ ตั้งเป้าช่วยให้ประชาชนสามารถลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยที่ประชาชนเองมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์โดยตรง และยังถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประเทศในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น ขอให้ฝ่ายค้านเปิดใจให้กว้างรับฟังบ้าง หากไม่เห็นด้วยก็เสนอแผนหรือแนวทางให้รัฐบาลได้ ไม่ใช่เน้นพูดใช้วาทกรรมอย่างเดียวเพื่อเอาชนะทางการเมืองแต่ไม่เคยคิดลงมือทำ โดยเฉพาะบางพรรคก็เคยเป็นแกนนำรัฐบาลในอดีต ซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย”