“อ.เชน ยศชนัน” ลงเรือเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมน่าน ตัดสินใจค้างคืนเป็นวันที่ 2 ขออยู่บัญชาการพื้นที่ สั่งรับมือมวลน้ำระลอกใหม่ไหลมาสมทบ เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ช่วยเหลือจนกว่าจะคลี่คลาย
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ภายหลังการแถลงข่าว ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดน่าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) น่าน, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายทรงยศ รามสูตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดน่าน นำคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด
โดยเดินทางไปยังศูนย์พักคอย เทศบาลเมืองน่าน เพื่อพบปะและสอบถามความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน พบว่าผู้ประสบภัยต่างยังมีกำลังใจที่ดี รู้สึกปลอดภัย และเตรียมความพร้อมที่จะกลับไปฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน นายยศชนัน ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่มสะอาด และเครื่องนอนให้เพียงพอ รวมถึงให้จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงหลังน้ำลด
จากนั้นเดินทางลงพื้นที่ประสบภัยไปยังชุมชนภูมินทร์-ท่าลี่ เพื่อเยี่ยมเยือนให้กำลังใจ พร้อมมอบน้ำดื่มและถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจุดที่สอง ณ ชุมชนเทศบาลตำบลกลางเวียง เพื่อแจกถุงยังชีพและประเมินสถานการณ์ โดยการลงพื้นที่ในจุดนี้ คณะของรองนายกรัฐมนตรีต้องลงเรือเพื่อเดินทางฝ่ากระแสน้ำเข้าไปยังโซนบ้านเรือนของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมสูง ซึ่งพบว่าจุดนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากระดับน้ำสูงถึงประมาณ 1.50 เมตร และคาดการณ์ว่าจะมีมวลน้ำระลอกใหม่ไหลมาสมทบเพิ่มเติมในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า
นอกจากนี้ หลายหลังคาเรือนในพื้นที่มีผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยพื้นที่ชุมชนแห่งนี้ถือเป็นจุดรับน้ำจุดสุดท้ายก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนต่อไป ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ได้เน้นย้ำให้เตรียมความพร้อมหลังจากนี้ คือการระดมสรรพกำลังเข้าเร่งเยียวยา ฟื้นฟู และซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วนที่สุด
ต่อมา คณะได้เดินทางต่อไปยังสะพานกรมโยธาธิการ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำน่าน เชื่อมระหว่างตำบลเวียงสา และตำบลไหล่น่าน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำน่านได้หนุนสูงขึ้นและไหลทะลักตัดผ่านตัวสะพาน ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรไปมาได้ ขณะเดียวกัน มวลน้ำยังได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องเร่งระดมกำลังนำกระสอบทรายมาวางเรียงเป็นแนวกั้นน้ำ เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน
สำหรับการลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ คณะของรองนายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจปักหลักพักค้างคืนในพื้นที่จังหวัดน่านต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันที่จะอยู่บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ พร้อมสั่งการประสานความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย.
