“ทนายสุชาติ ” เดินหน้าฟ้อง “ไอซ์ รักชนก” ทั้งคดีอาญา-จริยธรรม ลั่นไม่มีไกล่เกลี่ย ชี้โพสต์แซะไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ด้านส.ส.ไอซ์รับทราบข้อกล่าวหา ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
วันที่ 17 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาทนายความส่วนตัวของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางมาติดตามคดีและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับกรณีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.กทม. พรรคประชาชน
โดยเมื่อเวลา 17.00 น. น.ส.รักชนก ได้เดินทางมายัง สน.ทองหล่อ โดยนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก สืบเนื่องจากกรณีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น แจ้งความดำเนินคดีข้อหาเผยแพร่ข้อมูลโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกตกใจ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
ทางฝ่ายทนายความของนายสุชาติ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาดูขั้นตอนการพิมพ์ลายนิ้วมือของ น.ส.รักชนก ซึ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีรวม 2 คดี ยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมชี้แจงประเด็นที่อีกฝ่ายอ้างเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตว่า การโพสต์ถ้อยคำในลักษณะ “เถื่อน ถอย ชั่ว” หรือการกล่าวหาเรื่องทุจริตรับสินบนนั้น ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ตามปกติ แต่เป็นการกล่าวหาและทำลายชื่อเสียง ทั้งนี้ยังเตรียมนำเรื่องยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบประเด็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเพิ่มเติมด้วย
ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ได้ใช้เวลาเข้าพบพนักงานสอบสวนประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจะออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือตามขั้นตอนต่อหน้าสื่อมวลชนที่รอติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมให้สัมภาษณ์ ยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยชี้แจงว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและใช้อำนาจรัฐ ย่อมต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์หรือติชมได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากไม่สามารถอดทนต่อคำวิจารณ์ได้ก็ควรพิจารณาตัวเอง ลาออกจากตำแหน่งไปทำอาชีพอื่น ยืนยันตนพร้อมสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมและจะยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป
นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังได้ให้สัมภาษณ์ เพิ่มเติมถึงกรณีการตรวจสอบโครงการ TH -AI Passport โดยระบุว่า ล่าสุด รัฐมนตรี ปลัด และผู้ตรวจการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ไม่ได้เดินทางมาชี้แจงต่อกรรมาธิการด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้คณะผู้ร่าง TOR และคณะกรรมการประเมินผล ซึ่งไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ต่อกรรมาธิการได้ มาเป็นผู้ชี้แจงแทน ตนจึงเห็นว่าบุคคลระดับผู้บริหารควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการมาชี้แจงและส่งมอบเอกสารสำคัญ 3 รายการที่เคยร้องขอไป ได้แก่ ข้อเสนอเชิงเทคนิค (Proposal) เกณฑ์การให้คะแนน และสัญญาฉบับแก้ไข แทนที่จะหลีกเลี่ยงหรือออกเอกสารชี้แจงข่าวที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งนี้ หากมีการเปิดตัวและให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนใช้งานโครงการเมื่อใด ตนจะนำเรื่องเข้ายื่นต่อ ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป