“ยศชนัน” ลั่น พร้อมตอบฝ่ายค้าน ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวหากถูกซักฟอก ชี้ ปมสหรัฐฯ กดดันเลือกข้างเอไอ ไทยต้องสร้างพื้นฐานข้อมูล-ความรู้ให้แน่น หวังเป็นแต้มต่อ เลือกความเหมาะสมทางเทคโนโลยีได้


เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว. มีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงแล้วหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เอาให้ชัดเจน เรามีการตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีการทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอน เป็นไปตามกระบวนการ มันไม่ใช่ว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจ เพราะเราทำตามกระบวนการมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรต้องกังวลในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามย้ำ การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของนายยศชนัน โดยนายยศชนัน ถามกลับว่า ตนถูกอภิปรายหรือ เมื่อถามอีกว่าจะต้องมีการเตรียมตัวหรือให้พรรคเพื่อไทยติวอะไรหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีมีความรับผิดชอบในเรื่องนี้เต็มที่ มาเรื่องนี้ได้ด้วยสิ่งที่ประเทศมอบหมายมาให้ทำ ไม่มีการนำเรื่องนี้มาเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้นทำเต็มที่ เตรียมข้อมูลและสามารถตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียม และไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องการแยกส่วนของการเมืองกับของกระทรวง 

นายยศชนัน ยังให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กับประเทศจีน ว่า เรื่องเอไอมีหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ทำเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการพูดคุยกันในกลุ่มพอสมควร และจากการที่เดินทางไปร่วมประชุมเอไอที่ประเทศจีน ในการประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก (WIC) อาจจำเป็นจะต้องเข้าร่วม แต่จะต้องมีบางมุมที่ต้องพิจารณา ในส่วนของประเทศไทยหากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นประเทศที่เป็นกลาง ฉะนั้น ในมุมการเข้าร่วมจะต้องมีมุมเหล่านี้ เลยจะต้องมีการหารือกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าจะวางตัวอย่างไรเพื่อหาแง่มุมต่างๆ

เมื่อถามต่อไปมองว่าการเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่ นายยศชนัน ระบุว่า ท้ายที่สุดแล้วเป็นอย่างที่ตนพูดมาตลอด ตอนนี้ภายในเรามีความพยายามทำความเข้มแข็งในเรื่องพื้นฐานที่ขาดไม่ได้เลย ซึ่งที่ผ่านมาเราคุยกับหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ในเรื่องพื้นฐานของไทยให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นเราจะถูกต่อรองโดยตลอด ฉะนั้นที่เร่งทำมา 2-3 เดือน เพื่อให้เรามีเรื่องพื้นฐานเป็นของเราเอง แม้จะถูกปฏิเสธบางเรื่องแต่ก็พออยู่ได้ และมีความคืบหน้าพอสมควร ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด นอกจากนี้ มีการเตรียมคนทั้งในและต่างประเทศเพื่อเตรียมทีมให้สามารถทำเรื่องเหล่านี้ร่วมกัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง และจากนั้นไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริงๆ ว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการตั้งแผนต่างๆ ซึ่งเคยเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด

ในคำถามว่าการออกมากดดันของประเทศมหาอำนาจเช่นนี้ ไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ นายยศชนัน เผยว่า ความรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น เราพูดมาตลอดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่เอไออย่างเดียว เอไอคือชั้นบนสุด ข้างล่างคือเรื่องข้อมูลทั้งหมด รัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม แต่ตรงไหนเสี่ยงรัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ ภาคเอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง ดังนั้น เรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ มีความเชื่อมโยงกันหมด เราก็ทำมาตลอด 3 เดือนนี้ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องเอไอ แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริงๆ คือเรื่องของฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัย และข้อมูลต่างๆ ด้วย ถ้าเรามีฐานข้อมูลก็จะมีฐานข้อมูลว่า เอไอตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับใคร หรือตัวไหนที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง

นายยศชนัน กล่าวต่อไปว่า ถ้าเรามีพื้นฐานที่แน่นก็จะตอบง่ายเลยว่าเรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น เรื่องนี้มองว่าควรจะต้องลงทุนจริงๆ และทุกคนต้องมาร่วมกัน ใช้คอนเนกชั่นทั้งรัฐและเอกชนผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพราะมองว่าเอไอเป็นสับเซต (Subset) ของเทคโนโลยี และอยากให้มองในภาพรวมว่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทยที่ทุกคนตระหนักและมองเห็นว่าจะต้องทำอย่างจริงจัง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไร นายยศชนัน กล่าวตอบว่า ขอให้มั่นใจ เพราะเราทำ กรอ. 4 ขา คือ 1. ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 2. การขาย กำกับดูแลโดยนางศุภจีสุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 3. คนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแล จะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย ดังนั้น ขณะนี้เราเตรียมความพร้อมอย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุนและเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย มีความสามารถในการดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งเราสามารถมองในเรื่องกฎระเบียบในการใช้ กรอ. เป็นตัวขับเคลื่อน และ 4. การพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดู.