กกต. แจงปมเจ้าหน้าที่รับเงินโอน 8.6 แสน เป็นพนักงานสืบสวนและไต่สวนคดีทุจริตเลือกตั้ง สส. ไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. สั่งสอบวินัย - ส่ง ป.ป.ช. ฟ้องอาญา และปลดออกแล้ว


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้ว สว. พบเส้นทางการเงินใน จ.อำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ของสำนักงาน กกต. จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ระหว่างเดือนเมษายน - กรกฎาคม 2567 ว่า กรณีพฤติการณ์รับโอนเงินที่เกิดขึ้นในปี 2567 มีความเกี่ยวข้องกับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานของสำนักงาน กกต. และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ระหว่างวันที่ 7 เมษายน - 22 กรกฎาคม 2567 โดยการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่อย่างใด ซึ่งสำนักงาน กกต. ได้มีการดำเนินการใน 4 มาตรการ ดังนี้ 

1. มีคำสั่งให้พนักงานคนดังกล่าวออกจากงานไว้ก่อน  

2. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และการสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน (อนุ ก.กกต.) เพื่อพิจารณามีมติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป 

3. แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญา กับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการตามที่ปรากฏเป็นข่าว และบุคคลอื่น จำนวน 2 ราย 

4. รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา 136 พ.ร.ป.ว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2560 

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต. ได้สั่งลงโทษปลดพนักงานคนดังกล่าวออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว

ส่วนกรณีเส้นทางการเงินใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ลำพูน สงขลา และอำนาจเจริญ หลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนการพิจารณาแล้ว และสำนักงาน กกต. ยืนยันว่าให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส ความสุจริต และความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนต่อไป.