พรรคประชาชน เผยปฏิทินอภิปรายไม่ไว้วางใจ โกง สว. ถูกจับขึ้นเขียงแน่นอน ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงินนักการเมืองท้องถิ่น จี้เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่


วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ภายหลังจบเวที “เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์” โดยยืนยันว่าในสมัยประชุมหน้า จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแน่นอน ส่วนจะเป็นช่วงเดือนไหนต้องหารือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพิจารณาเกี่ยวกับปฏิทินการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะรัฐสภาจะเปิดสมัยประชุมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เบื้องต้นจะมีวาระพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณปี 2570 วาระ 2-3 ซึ่งคาดว่าจะเข้าในช่วงเดือนกันยายน

นอกจากนี้ ยังพบว่าในเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยฉบับเต็มของคำร้องพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ออกมาแล้ว จึงอาจจะเดินหน้าเปิดการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญหรือไม่ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน แต่คงไม่ได้ชักช้า ยืนยันการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่เสียของแน่นอน 

ทั้งนี้ เนื้อหาการอภิปรายมีเรื่องการโกง สว. แน่นอน รวมถึงเรื่องกรณีการโกงสอบท้องถิ่น โครงการ  TH-AI Passport การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน พรรคประชาชนได้ให้การบ้าน สส. ขณะนี้มีหลายคนเริ่มนำเสนอข้อมูลแล้ว ยืนยันว่ากรณีการฮั้ว สว. มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เพราะรัฐมนตรีที่อยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) นี้ก็อยู่ในสถานะที่ถูกกล่าวหา ซึ่งน่าจะเป็นคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับคนใน ครม. เยอะที่สุดคดีหนึ่ง 

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐสภาต้อนรับ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งเมียนมา จนมีการวิจารณ์ว่าพรรคประชาชนไม่ได้เรียกร้องที่มากพอ ปล่อยให้ สส. ดำเนินการส่วนตัวนั้น ยืนยันในนามพรรคประชาชนว่าไม่เห็นด้วยกับท่าทีของรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ซึ่งได้แสดงความเห็นด้วยหลายวิธี หนึ่งในนั้นการแสดงออกของ นายอนุสรณ์ คัดค้านการตัดสินใจของประธานรัฐสภาด้วยสันติวิธี 

ขณะเดียวกัน นายพริษฐ์ ยังให้สัมภาษณ์เรื่องหลักฐานการโยงเส้นเงินถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น ประการแรก ตนพบว่ามีบุคคลที่ทำหน้าที่ ส.อบจ.อำนาจเจริญ มีการโอนเงินให้กับพนักงานสอบสวนของ กกต. จำนวน 860,000 บาท ซึ่ง กกต. ควรชี้แจงทันทีว่าสอบสวนแล้ว และข้อเท็จจริงการโอนเงินดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เกี่ยวกับการเลือก สว. หรือไม่ เพราะพบหลักฐานการโอนเงินช่วงเดือนเมษายน ถึงกรกฎาคม 2567 ช่วงการเลือก สว. พอดี 

ประการที่สอง ตนอยากให้มองหลักฐานแต่ละชิ้นว่าเป็นจิ๊กซอว์หลายส่วนนำมาประกอบกัน เส้นทางการเงินยอดเงิน 860,000 บาท อาจไม่ใช่ผู้สมัคร สว. เป็นผู้โอน แต่เมื่อประกอบกับหลักฐานอื่น ใบสั่งและเส้นทางการเงินในจังหวัดอื่น เชื่อได้ว่ากระบวนการโกง สว. มีอยู่จริง ซึ่งหาก กกต. มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิด ต้องส่งเรื่องไปยังศาล 

ส่วนบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ กกต. ที่พบว่ารับเงินนั้น จากเอกสาร กกต. ปี 2567 ปรากฏชื่อเป็นพนักงานสอบสวนไต่สวนวินิจฉัยฝ่าย 7 ตนมีข้อสงสัยว่ามีอำนาจแค่ไหน รับผิดชอบอะไร เป็นหน้าที่ของ กกต. ชี้แจง ส่วนคนที่โอนเงินให้เป็น ส.อบจ.อำนาจเจริญ และปรากฏภาพร่วมกิจกรรมกับรัฐมนตรีรายหนึ่งอยู่หลายครั้ง 

เมื่อถามต่อไปว่า กกต. ออกเอกสารข่าวว่าจะพิจารณาคดีฮั้ว สว. ภายในเดือนสิงหาคมนี้ มองว่ากระแสกดดันจากภายนอกมีผลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมาย กกต. ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 90 วัน การที่ให้คำมั่นว่าจะเสร็จในเดือนสิงหาคม ถือว่าเป็นไปตามกรอบเวลา 90 วัน ที่จะครบในช่วงต้นเดือนกันยายน สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จบเมื่อไหร่ แต่จบอย่างไร สิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นคือ กกต. ตัดตอนกระบวนการยุติธรรมให้เรื่องไปไม่ถึงศาล 

ผู้สื่อข่าวถามต่อ หาก กกต. ไม่ตอบฝ่ายค้านว่าจะดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่รับเงิน มีช่องทางเอาผิดได้หรือไม่ ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางไหน นายพริษฐ์ ถามกลับสื่อมวลชนว่า ให้เวลากี่วันดี ตนให้โอกาส กกต. 1-2 วัน ว่าจะชี้แจงหรือไม่ มั่นใจว่าเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ เชื่อว่า กกต. เข้าถึงได้เช่นกัน หากสอบสวนไปแล้วขอให้ชี้แจงว่าเรื่องถึงขั้นไหน หากยังไม่ได้สอบสวน ตนพร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นต่อ กกต.

ทางด้านคำถามว่าข้อสรุปสำนวนของ กกต. อาจไม่ได้นำเรื่องเส้นเงินมาเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้น้ำหนักของสำนวนเบาหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า กกต. มีหน้าที่นำพยานหลักฐานทุกส่วน ทั้งโพยและเส้นเงินไปพิจารณา หากความปรากฏว่าไม่ได้นำไปพิจารณา ต้องถามกลับว่า กกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ 

ส่วนประเด็นว่า สว. ดำรงตำแหน่งมาถึงครึ่งทางแล้ว จะมีโอกาสไปยื่นให้เป็นโมฆะหรือไม่ นายพริษฐ์ ตอบว่า ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตอนนี้ต้องพิจารณาว่า กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หากส่งตามข้อเรียกร้อง หากคนที่ถูกส่งเรื่องไปยังศาลเป็น สว. จะมีกรอบกฎหมายเรื่องของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรม.