“อภิสิทธิ์” เปิดงาน “สายฟ้าฮ่วมใจ ฮอมแฮงเมืองเหนือ” ย้ำ ปชป.เดินหน้าฟื้นศรัทธา ดึงคนเคยผูกพัน-คนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าขอเป็นพรรคหลัก ปัดอยู่ในสมการการเมือง 3 สี
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดโครงการให้ความรู้ทางการเมืองการปกครองในระบบประชาธิปไตยในงาน “สายฟ้าฮ่วมใจ ฮอมแฮงเมืองเหนือ” ที่โรงแรม Wintree City Resort Chiang Mai จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแกนนำพรรค อดีตผู้สมัคร สส.และตัวแทนสาขาพรรคภาคเหนือเข้าร่วมงานจำนวนมาก
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรคในพื้นที่ภาคเหนือว่า แม้การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคจะไม่มี สส.เขตในพื้นที่ภาคเหนือ แต่แกนนำและสมาชิกพรรคทุกคนยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสำคัญของภาคเหนือ เรื่องมลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงที่เป็นฤดูกาลแล้วลืมเลือนไป รวมถึงสารพิษในแหล่งน้ำ ที่เป็นเรื่องกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนโดยตรง ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับนโยบายการต่างประเทศเพื่อร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและจีน นอกจากนี้ ยังเน้นการผลักดันต้นทุนทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่และหลายเมืองในภาคเหนือ ให้เปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลจริงจังและตรงไปตรงมา พร้อมเสนอทางออกที่แตกต่าง เช่น โครงการ แลนด์บริดจ์ ที่เสนอให้ทำเป็น Southern Connect รวมถึงการเตือนรัฐบาลเรื่องการบริหารงบประมาณและการกู้เงินที่ต้องทำอย่างเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประเทศติดกับดักงบประมาณในอนาคต
เมื่อถามถึงกรณี “สมการการเมือง 3 สี” นายอภิสิทธิ์ กล่าวสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มว่า ให้ไปถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 3 สีนั้น เพราะไม่มีใครมาพูดคุยกับตนเอง ส่วนแนวทางการฟื้นฟูความนิยมของพรรคในภาคเหนือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้จำนวน สส. จะลดลงตามระบบการเลือกตั้ง แต่พรรคตั้งเป้ากลับมาเป็นพรรคการเมืองหลักที่เป็นทางเลือกของประชาชน โดยต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากกลุ่มคนที่เคยผูกพัน และสร้างความมั่นใจให้แก่คนรุ่นใหม่ ต้องใช้เวลา แต่เราพร้อมเดินหน้าอยู่แล้ว เพราะประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองเฉพาะกิจ เราต้องการที่จะเป็นทางเลือกของประชาชน กลับมาเป็นพรรคการเมืองหลักให้ได้ แต่ต้องใช้เวลา อย่างน้อยที่สุด การขับเคลื่อนในประเด็นที่สำคัญกับประชาชน แล้วต้องเป็นการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ เพราะประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองเฉพาะกิจ