“มิน อ่อง หล่าย” ชี้จุดแข็งเมียนมาในฐานะ Land Bridge เชื่อมอาเซียน-เอเชียตะวันออก เร่งเดินหน้าโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายและไซเบอร์ซิตี้ พร้อมชูนโยบายยกเว้นภาษี EV ระบบชำระเงิน บาท-จ๊าด


  วันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand–Myanmar Business Forum 2026 โดยได้กล่าว รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยและยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้พบกับผู้แทนภาคธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงหลายท่าน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน

การลงนามความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนเมียนมา–ไทยในครั้งนี้ มุ่งเน้นการใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างสมดุล (Complementary Economy) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ผลักดันนวัตกรรม และสร้างความมั่นคงในระยะยาว  เมียนมาและไทยมีพรมแดนติดต่อกันยาวนาน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งในระดับประชาชน รัฐบาล และภาคธุรกิจ การค้าชายแดน (เช่น ด่านเมียวดี–แม่สอด, ด่านเกาะสอง–ระนอง และด่านท่าขี้เหล็ก–แม่สาย) ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

เชื่อ เมียนมา เป็นสะพานเชื่อม

 นายมิน อ่อง หล่ายกล่าวต่อว่า ปัจจุบัน โลกนี้มีการเชื่อมโยงกันอย่างเข้มงวดรวดเร็ว และมีการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ประเทศเมียนมามีปัจจัยพื้นฐานที่เกื้อกูลต่อการพัฒนา ทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และตำแหน่งทางภูมิภาคที่ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ประเทศเมียนมาตั้งอยู่ในจุดที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมทางบก (Land bridge) ระหว่างอาเซียนและเอเชียตะวันออก ด้วยตำแหน่งที่ได้ชื่อว่าประตูด้านตะวันตก เมียนมาจึงเป็นส่วนสำคัญสำหรับการคมนาคมขนส่งทางทะเลในอันดามัน เมียนมากำลังพัฒนาโครงการสำคัญ เช่น ติลาวา, เจาะพยู SEZ และโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษเจาะพยู และเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และโครงการท่าเรือน้ำลึก โดยท่าเรือน้ำลึกทวายนี้อยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด และเป็นจุดส่งออกสินค้าที่ใกล้ที่สุดของไทยไปยังภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันตก

หวังเชื่อมเส้นทางเอเชีย

 นายมิน อ่อง หล่าย กล่าวด้วยว่า การเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเอเชีย (Asian Highway) และโครงข่ายสายไฟฟ้าเอเชีย ทำให้เมียนมาได้มีโอกาสในการเชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค ประเทศเมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพ อุดมสมบูรณ์ และมีทรัพยากรเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ เราให้ความสำคัญและส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจต่างๆ เช่น การผลิตปุ๋ย การแปรรูปอาหาร ขนม การสาธารณสุข การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นอกจากนี้ ยังส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป เช่น การผลิตยางพารา และประเทศไทยมีความเชื่อมสานด้านบริการทางการแพทย์และการบริหารจัดการสุขภาพ ดังนั้น เพื่อที่จะช่วยให้การเดินทาง เมียวดี ท่าขี้เหล็ก และ เกาะสอง จึงมีโอกาสการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ในเขตเศรษฐกิจชายแดน


ฟุ้งใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว

นายมิน อ่อง หล่าย กล่าวว่า รัฐบาลของเรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการลงทุนทั้งจากภายในและต่างประเทศ โดยพยายามสร้างสภาวะทางเศรษฐกิจที่โปร่งใส ชัดเจน ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้สะดวก รวดเร็ว และให้การสนับสนุนนโยบายที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนในเมียนมาและไทย ได้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2012 จึงขอเชิญชวนให้นักธุรกิจมีความมั่นใจในการเข้ามาลงทุน เพื่อคุ้มครองการลงทุนภายในประเทศ เมียนมาได้บังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้ง 4 ฉบับอย่างเต็มรูปแบบในปี 2024 และได้จัดตั้งระบบรองรับการแลกเปลี่ยนการค้าโดยใช้เงินจ๊าดหรือบาท เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2022

ชูยกเว้นภาษีรถไฟฟ้า

นายมิน อ่อง หล่าย กล่าวอีกว่า เพื่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการลงทุน รัฐบาลได้ดำเนินการปฏิรูปทางเศรษฐกิจหลายด้าน เช่น การยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้า เราเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดย่อยและรายย่อย (MSMEs) ซึ่งเป็นฟื้นฟูสำคัญทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ผ่านการทบทวนขั้นตอนปฏิบัติงานและการฟื้นความร่วมมือกับธุรกิจในภูมิภาค เรากำลังปรับปรุงกระบวนการทำงานไปสู่ระบบดิจิทัล ตามแผนที่ทางดิจิทัลเมียนมา 2023

พร้อมกันนี้ เรากำลังดำเนินโครงการ ยะดะนาโบน ไซเบอร์ซิตี้ บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ในพื้นที่ภูเขาทอง (Pyin Oo Lwin) ของเมียนมาที่มีสภาพอากาศดี จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้

หวัง 2 ประเทศร่วมมือ

ท้ายที่สุดนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานฟอรัมในวันนี้จะช่วยกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในมิติใหม่ และขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อความเข้มแข็ง ทั้งการลงทุน การค้าขายชายแดน การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคการนำข้อได้เปรียบทางทรัพยากรเมียนมา พลังงาน มาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยี เงินทุน และความเชี่ยวชาญ ถ้านำมารวมกันแล้วก็จะเกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win Outcome) อย่างมั่นคงขออวยพรให้การเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจทั้งสองฝ่ายมีความเข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน