“ชัยชนะ” กำชับตำรวจภาค 8 คุมเข้มนอมินี-สแกมเมอร์ จับตากลุ่มต่างชาติใช้ภูเก็ตเป็นฐานก่ออาชญากรรม ขณะที่นายอำเภอถลางแจ้งที่ประชุมคดีหาดบางเทา ศาลฎีกายืนคำตัดสินศาลชั้นต้น จำคุกจำเลย 1 ปี
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการดำเนินงานของตำรวจภูธรภาค 8 โดยมี พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 8
นายชัยชนะ ได้กำชับให้ตำรวจภูธรภาค 8 และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและติดตามการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะปัญหาการใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) การถือครองที่ดินหรือประกอบธุรกิจโดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ตลอดจนการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่เข้ามาใช้พื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดฝั่งอันดามันเป็นฐานปฏิบัติการ
นายชัยชนะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาการบุกรุกที่ดินอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันยังพบปัญหาอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่ต้องเร่งจัดการ ทั้งแก๊งสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายพนันออนไลน์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 8
“เดิมทีเราให้ความสำคัญกับกลุ่มทุนจีนสีเทาที่เข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทย แต่ข้อมูลที่ได้รับรายงานจากเครือข่ายในพื้นที่พบว่า ปัจจุบันในพื้นที่ภาค 8 มีกลุ่มบุคคลสัญชาติอินเดียเข้ามาเช่าบ้านและเช่าที่พักในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ดำเนินการสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานความมั่นคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”
นอกจากนี้ นายชัยชนะ ยังสะท้อนถึงปัญหาการใช้ “นอมินี” ของกลุ่มทุนต่างชาติ ทั้งจากรัสเซีย อิสราเอล จีน และประเทศอื่น ๆ ที่เข้ามาจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายและโครงสร้างการถือหุ้น เพื่อประกอบธุรกิจแทนคนไทยหรือถือครองทรัพย์สินในลักษณะที่อาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ เพื่อป้องกันการใช้นอมินีอำพรางการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ
นายชัยชนะ ย้ำว่าการแก้ไขปัญหานอมินี อาชญากรรมข้ามชาติ และแก๊งสแกมเมอร์ จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างตำรวจภูธรภาค 8 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อปิดช่องว่างของกฎหมาย ป้องกันการกระทำผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับรายงานความคืบหน้าคดีบุกรุกที่ดินสาธารณะบริเวณหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง โดยนางสาววิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลางรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 ปี และปรับ 100,000 บาท ขณะที่คดีที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
นายชัยชนะ กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้บุกรุกที่ดินสาธารณะ พร้อมย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐ การใช้นอมินีถือครองทรัพย์สิน หรือการกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบอื่น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม