ประชุม กสทช. ล่ม ตามคาดการณ์ 3 ครั้งต่อเนื่อง “องค์ประชุมไม่ครบ” ด้านหมอสรณ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอความเป็นธรรม ยืนยันไม่มีการหารือนอกรอบส่อถึงการ “ฮั้วกัน” จะเดินหน้าทำงานเข้าประชุมตามหน้าที่ เพราะถ้าไม่ทำก็เป็นเพียง “ตุ๊กตายาง” นั่งในตำแหน่งเท่านั้น



วันที่ 6 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดประชุมคณะกรรมการฯ กสทช. ซึ่งในวันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม หลังศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการฯ เดินเข้าห้องประชุมฯ ทางกรรมการ กสทช.จำนวน 3 คน ประกอบด้วย พลอากาศโท ดร.ธนพันธ์ หร่ายเจริญ, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย ก็ได้เดินออกจากห้องประชุม โดยใช้สิทธิ “ขอสงวนสิทธิไม่เข้าร่วมประชุมโดยเหตุผลทางกฎหมาย”


ขณะที่รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิรัยพงศ์ และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกสทช. ได้ยื่นหนังสือขอลาการประชุมฯ ไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้การประชุมไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้เนื่องจาก “องค์ประชุมไม่ครบ” อีกครั้ง นับเป็นการล่มติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 แล้ว สำหรับการประชุมบอร์ด กสทช.


ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการฯ ทั้ง 3 ท่าน มีจุดยืนคงเดิมในการไม่เข้าร่วมประชุมฯ ยึดตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งมีอำนาจเป็นที่สุด ไม่สามารถที่จะร่วมประชุมกับผู้ที่สละสิทธิ์แล้วได้ ซึ่งตามกฎหมายหากมีการร่วมประชุม มีการลงมติใดๆ มตินั้นย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายซึ่งมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงทั้งทางอาญาและทางปกครอง


สำหรับกรณีที่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ระบุว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อเพราะกลัวความผิดตามมาตรา 157 นั้น ทางศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ได้ยกเคสในอดีตของ คุณสุภิญญา กลางณรงค์ เมื่อปี 2560 มาเปรียบเทียบว่า เมื่อคุณสุภิญญาโดนคำพิพากษาเป็นที่สุด แล้วท่านก็ยุติปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งการยุติปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ก็ไม่ได้มีปัญหามาตรา 157 แต่อย่างใด และชี้ว่าในอดีตเมื่อประธานฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ที่ประชุมบอร์ดก็เคยเลือกกรรมการท่านอื่นขึ้นเป็นประธานฯ ในที่ประชุมและดำเนินการพิจารณาได้


พลอากาศโท ดร.ธนพันธ์ หร่ายเจริญ กล่าวเสริมเพื่อสร้างความชัดเจนว่า การไม่เข้าร่วมประชุมไม่ใช่เรื่องของกรรมการแค่ 3 ท่าน แต่มีคณะกรรมการฯ ท่านอื่นไม่เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน ยืนยันไม่ได้เป็นการ “walk out” แต่ไม่สามารถอยู่ในห้องประชุมและปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ หากประเด็นสถานะของประธาน กสทช. ยังไม่ได้ข้อยุติ ยืนยันทางคณะกรรมการฯ คงไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานหรือทำงานร่วมกับทางศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ได้ 


ขณะที่ประเด็นว่าการไม่เข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการฯ เป็นต้นเหตุทำให้เกิดวาระพิจารณาคงค้างนั้น เผยว่า วาระค้างสะสมมีมานาน 2-3 ปีแล้ว เนื่องจากอำนาจในการจัดและสลับวาระการประชุมตามระเบียบเป็นของประธานฯ แต่เพียงผู้เดียว แม้กรรมการฯ จะเคยทำหนังสือทวงถามทุก 3 เดือน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ


สำหรับทางออก ทางคณะกรรมการฯ เห็นว่าควรมีการหารือนอกรอบร่วมกันก่อน เพื่อพิจารณาถึงประเด็นสถานะของประธาน กสทช. มิฉะนั้น รูปแบบของการประชุมบอร์ดฯ ในครั้งหน้าก็คงไม่ต่างจากเดิม พร้อมนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย เพื่อขอความชัดเจน ให้องค์กรสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย


ด้านศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการฯ แถลงต่อสื่อมวลชน ยืนยันว่าจะยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไป เนื่องจากไม่มีคำสั่งหรือข้อบังคับใดสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมปฏิเสธข้อเสนอให้มีการหารือนอกรอบหรือการลงมติของกรรมการฯ เนื่องจากมองว่าการหารือนอกรอบก็คือการ “ฮั้วกัน” ซึ่งการจะลงเสียงเพื่อสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นี้ ไม่มีกฎหมายรองรับ


ทั้งนี้ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ได้เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไปตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในหลายกรณี โดยยืนยันว่าตลอดการดำรงตำแหน่ง 4 ปี 4 เดือน ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานมาโดยตลอด ส่วนประเด็นเรื่องการสละสิทธิ์ตามข้อสังเกตต่างๆ นั้น ได้ดำเนินการตามขั้นตอนผ่านประธานวุฒิสภาและเป็นไปตามความเห็นของกฤษฎีกา


“การประชุมบอกว่าให้ลงมติให้ประธานหยุดปฏิบัติหน้าที่ มันไม่มีอยู่ในกฎระเบียบข้อบังคับ ผมถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผมเป็นส่วนหนึ่งที่ผมมาอยู่ตรงนี้ ถ้าผมไม่ทำผมก็เป็นตุ๊กตายางเช่นเดียวกันถูกไหมครับ” 


ขอความร่วมมือจากกรรมการทุกท่านให้เข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการตามระเบียบวาระ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยยืนยันกำหนดการประชุมนัดถัดไปในวันที่ 11 และ 13 สิงหาคมที่จะถึงนี้