“สุชาติ” ตอกกลับ “ไอซ์ รักชนก” กล่าวหางบกระจุกแค่พื้นที่ สส.ภูมิใจไทย เหน็บ ตรวจสอบแต่ไร้องค์ความรู้ ต้องเป็นมืออาชีพกว่านี้ โอ่ เป็นคนรักษาผลประโยชน์ชาติสูงสุดในหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ
เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 6,500 ล้านบาท ที่กว่าครึ่งกระจุกอยู่ในพื้นที่ สส.พรรคภูมิใจไทย ว่า ตนมองว่าตั้งคำถามได้ แต่คำถามที่ตั้งต้องเป็นคำถามที่ควรเป็นเรื่องจริง อย่าสร้างความเชื่อผิดแบบเดิมๆ เช่น งบประมาณ 6,500 ล้านบาท เขาพูดถูกหมดว่า 1,000 กว่าล้านบาทเป็นหน่วยงานทำเอง แต่อีก 5,000 กว่าล้านบาท เป็นการประมูลงาน มีทีโออาร์ ซึ่งกรอบที่ตนให้ยืนยันว่างบประมาณทั้งหมดตนรู้อยู่แล้วว่าจะมีคำถามอะไรตามมา จึงกำชับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ว่าคำขอเรื่องน้ำบาดาลทั้งหมดจะต้องอยู่ในแผนน้ำอยู่แล้ว ต้องผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ผ่านการประชุมหลายขั้นตอน และพื้นที่ที่จะไปเจาะน้ำบาดาลต้องมีพื้นที่ภัยแล้งอยู่แล้ว
สิ่งสำคัญที่สุดคือ คำถามที่ว่าทำไมงบประมาณ 6,000 กว่าล้านบาท มาอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย และมาพูดถึงกลุ่มตนว่างบฯ อยู่ 3,000 ล้านบาท ตนเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ลองไปดูในพื้นที่เขต 1 จ.ชลบุรี ของตนว่ามีหรือไม่ มันไม่ได้มีการสำรวจใหม่ ถ้าจำไม่ผิดเป็นคำขอเดิมตั้งแต่ปี 2566 - 2569 เป็นคำขอเดิมซึ่งขอมาจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกที่ ซึ่งเขามีความเดือดร้อน จึงขอถามกลับว่า ถ้าเป็นรัฐบาล เป็นความหวังดีของนายกรัฐมนตรี การพยากรณ์อากาศทั่วโลกเกิดซูเปอร์เอลนีโญขึ้นมาแล้วไม่มีน้ำใช้ รัฐบาลจะมานั่งขุดหรือเจาะน้ำบาดาลมาใช้ มันทันกินหรือไม่ และเมื่อรัฐบาลมีการพยากรณ์อากาศที่เป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงมีแผนการเจาะน้ำบาดาลใต้ดินเอาขึ้นมาให้พี่น้องประชาชนที่มีพื้นที่แห้งแล้งใช้อุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตร
นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า จากที่ น.ส.รักชนก ได้พูดทั้งหมด ท่านอย่าลืมว่าพรรคประชาชนมี สส.แบบแบ่งเขต 80 กว่าเขต อยู่ใน กทม. 33 เขต อยู่นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ท่านว่าพื้นที่เหล่านี้เจาะบ่อบาดาลได้หรือไม่ หรือมีพื้นที่ทางการเกษตรและมีภัยแล้งเกิดขึ้นหรือไม่ อันนี้คนตรวจสอบต้องมีองค์ความรู้ของตัวเองด้วยว่าการที่จะพูดอะไรออกมามันบ่งบอกถึงองค์ความรู้ ว่าไม่รู้ มันแย่ถ้าเป็นฝ่ายค้าน นอกจากนี้รู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคการเมืองไหนจะได้ สส.กี่คน กี่เขต คำขอพวกนี้เกิดก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทั้งนั้น เราไม่ได้มีการสำรวจ เป็นคำของบประมาณออร์แกนิกทั้งหมด มีการกระจายไปอยู่พรรคกล้าธรรม 1,000 กว่าล้านบาท ตนอยากให้มองว่าเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่าเอามาเป็นเรื่องการเมือง ท่านต้องมีความคิดความอ่านที่จะเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือการที่พรรคภูมิใจไทยได้งบเยอะ เพราะได้ สส.แบบแบ่งเขตเยอะใช่หรือไม่ นายสุชาติ ตอบว่า ถ้าลองพรรคของ น.ส.รักชนก มี สส. 200 คน ก็อาจได้งบประมาณมากที่สุดหรือไม่ เพราะเราไม่รู้ว่า ปี 2569 เลือกตั้งมาใครจะได้มากกว่ากัน เราไม่ได้มองตัว สส. เป็นเกณฑ์ตั้ง เรามองพื้นที่คำขอของ อปท. ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่าคำถามที่จะตามมาคืออะไร ได้งบประมาณมาไปสำรวจเฉพาะในเขต สส. ตัวเองหรือไม่
นี่คือคำถามที่ทำให้สังคมไทยมีความสับสนกับนักการเมืองฝ่ายค้านที่ตรวจสอบโดยไม่มีองค์ความรู้ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเมืองไทย โดยอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้าไปชี้แจงที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ตอบคำถามหมด ตอบอย่างหนึ่ง แต่เขามีการตั้งธงอีกอย่างหนึ่ง ออกมาจากห้องเขาก็พูดตามที่เขาตั้งธงไว้ นี่คือนิสัยของเขา อยากให้ประชาชนช่วยจับตาดูพฤติกรรมเหล่านี้ว่าการที่จะเป็นนักการเมืองที่ดีหรือฝ่ายตรวจสอบที่ดี องค์ประกอบต้องเอาหลักความจริง พูดบนความจริงในสังคม อย่าเอาหลักความจริงมาบิดเบือนสร้างความเชื่อในสังคมแบบนี้ ทำให้คนทำงานท้อแท้
ทางด้านคำถามว่ามั่นใจหรือไม่จะสามารถชี้แจงได้หากมีการยื่นอภิปราย นายสุชาติ ระบุ ทุกสิ่งทุกอย่างมีการวางแผนไว้หมดแล้วว่า ถ้าเขาถามคำถามนี้แล้วจะต้องตอบอย่างไรจากความบริสุทธิ์ใจในสิ่งที่เราทำ ยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำเป็นคำขอแบบออร์แกนิกทั้งหมด ไม่ใช่การไปสำรวจใหม่ ตนบริสุทธิ์ใจ “ตั้งแต่ผมมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ผมรื้อกิจการโรงแรมเป็นหมื่นล้าน เสียหายทีละพันล้าน ผมว่าผมเป็นคนรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติสูงที่สุดในหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบอยู่” ส่วนที่มีการตั้งคำถามเรื่องงบกลาง สามารถชี้แจงโดยอธิบดีได้ เพราะตนไม่สามารถเข้าไปรับรู้ได้ งบกลางที่ทำ องค์ประกอบมีครบหรือไม่ ซึ่งการจะได้งบกลางต้องผ่านสำนักงบประมาณ แผนบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่เราขออะไรไปแล้วเขาให้หมด ต้องผ่านการพิจารณาทั้งหมด