“พิพัฒน์” ลัดฟ้าสู่มอสโกบรรลุข้อตกลงความร่วมมือ 7 ด้าน ดึงเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะยานยนต์ไร้คนขับ ปูทางสร้างความมั่นคง
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. (เวลาท้องถิ่น) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และนายศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหพันธรัฐรัสเซีย เข้าหารือและลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่ง ร่วมกับ นายแอนเดรย์ เซอร์เกเยวิช นิกิติน (H.E. Mr. Andrey Sergeevich Nikitin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ณ กระทรวงคมนาคม สหพันธรัฐรัสเซีย
การลงนามในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและรัสเซีย ซึ่งจะครบรอบ 130 ปี ในปี 2570 และเป็นการต่อยอดความร่วมมือระดับรัฐบาลภายหลังการเยือนรัสเซียของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยนายพิพัฒน์เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของการเดินทางมาครั้งนี้ คือการเปิดประตูรับองค์ความรู้และเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อนำมาพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทย โดยเฉพาะระบบราง การขนส่งอัจฉริยะ เทคโนโลยีอัตโนมัติ การขนส่งทางน้ำ การบิน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย
“เทคโนโลยีด้านการขนส่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงต้องเปิดกว้าง เรียนรู้ และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจากนานาชาติมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของเรา โดยมีเป้าหมายหลักคือทำให้ประชาชนเดินทางสะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น ลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ” นายพิพัฒน์ กล่าว
สำหรับกรอบความร่วมมือ 7 ด้านยุทธศาสตร์ประกอบด้วย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือในโครงการระบบราง ทางถนน การเดินเรือ และการบิน การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) เชื่อมโยงระบบขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร เพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาบุคลากร จัดฝึกอบรมวิชาชีพ ยกระดับผู้เชี่ยวชาญไทยให้พร้อมรองรับเทคโนโลยีคมนาคมยุคใหม่ ความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย แลกเปลี่ยนงานวิจัย และศึกษาองค์ความรู้สมัยพัฒนาระบบขนส่งร่วมกัน เทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อการขนส่ง ใช้ระบบค้นหาและดาวเทียมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและความปลอดภัย ความมั่นคงและความปลอดภัย แลกเปลี่ยนมาตรฐานการยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่ง และเวทีระหว่างประเทศ ผลักดันบทบาทไทยในเครือข่ายคมนาคมระดับโลก ผ่านกรอบ ESCAP, APEC, ASEAN และ ASEM
ในการหารือครั้งนี้ ฝ่ายรัสเซียได้นำเสนอความก้าวหน้าด้าน Smart Transport และ Unmanned Technology (เทคโนโลยีไร้คนขับ) ซึ่งรัสเซียใช้นวัตกรรมนี้ในระบบรถไฟ รถไฟใต้ดิน รถราง การเดินเรือ รวมถึงการพัฒนากฎหมายรองรับยานยนต์ไร้คนขับและการใช้รถบรรทุกอัตโนมัติบนเส้นทางขนส่งสินค้า นอกจากนี้ รัสเซียยังพร้อมสนับสนุนสถาบันการศึกษาเฉพาะทาง เพื่อฝึกอบรมและส่งเสริมการทำวิจัยร่วมกัน ทำให้ไทยไม่เพียงแค่ “เป็นผู้ใช้เทคโนโลยี” แต่สามารถพัฒนาบุคลากรให้บริหารจัดการเทคโนโลยีได้เองในระยะยาว
ด้าน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวเสริมว่า กระทรวงฯ จะเร่งต่อยอดใน 4 สาขาที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางน้ำ ระบบราง และระบบขนส่งอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิคและพิจารณาปรับใช้ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายของประเทศไทย ยืนยันกระทรวงคมนาคมพร้อมเปิดกว้างรับความร่วมมือกับทุกประเทศโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ