ฝ่ายค้านเดินหน้าคดีฮั้วสว.ไม่หยุด อดีตผู้สมัครแฉยับลอกโพยเอิกเกริก และรับรองคุณสมบัติผู้สมัครมั่ว ซัดเลขาธิการกกต. รู้มีกระบวนการฮั้ว แต่ไม่จัดการ ท้า กกต. เปิดหีบลงคะแนน พิสูจน์โพยฮั้ว
วันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือกสว.- เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้วสว. (ภาค พิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” มีพยานบุคคลร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเสวนา ได้แก่ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ อดีตผู้สมัครสว. พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครสว. และพ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการกกต. โดยนางศรินทรกล่าวว่า สิ่งที่แปลกใจมากในวันเลือกสว. ระดับประเทศ 26 มิ.ย. 2567 คือ กกต.ประกาศว่ารอบเลือกไขว้จะไม่ให้เอาเอกสารเข้าไป จะทำอะไรก็ทำเลย หลายคนจึงลอกโพยกันลืม แต่ไม่คิดว่าจะฮั้วกันใหญ่ขนาดนี้ ต่อมาช่วงบ่ายมีผู้สมัครบางคนถือแฟ้มเข้าไปในห้อง ก็สงสัยเหตุใดถือแฟ้มเข้าไปได้ หลังเข้าไปแล้วมีกระบวนการโกงเกิดขึ้น จึงแจ้งนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แต่ได้รับคำตอบว่า ใครๆก็ทำกัน ทำแล้วแพ้จะมาโวยวายทำไม จากนั้นตนเดินทางไปพักผ่อนที่ญี่ปุ่น พอกลับมาไปร้องศาลฎีกา แต่ศาลบอกว่าตนไม่มีอำนาจฟ้อง หลังจากที่เลือกสว. เสร็จสิ้น ได้กลับศึกษาคุณสมบัติผู้สมัครสว.หลายคน พบว่า บางคนอายุ 40 ปี เขียนว่าเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย 10 ปี เมื่อไปตรวจสอบพบเป็นข้อมูลเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่อ้างเป็นพยาบาลโรงพยาบาลสินแพทย์ ทั้งที่ไม่ใช่ความจริง จึงทำเรื่องให้กกต.ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2567 แต่เรื่องเงียบ จนบุคคลดังกล่าวได้เป็น สว.ชุดปัจจุบัน
พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครสว. กล่าวว่า ได้นำข้อมูลการเลือกสว.ไม่สุจริตไปแจ้งต่อกกต. ว่า ในการเลือกสว.ระดับอำเภอ บางคนมีบัตรประชารัฐก็ยังมาสมัครสว. บางคนตอนเช้าใส่หมวกกันน็อกไปทวงหนี้ ตอนบ่ายมาสมัคร หลายคนพบว่า มีผู้รับรองคนเดียวกัน หรือมีใบรับรองแพทย์ที่ออกจากแพทย์คนเดียวกัน แต่กกต.ปล่อยให้คนไม่มีสิทธิมาสมัคร ได้ทำเรื่องไปยังกกต.ตั้งแต่ปี 2567 ชี้เป้าคนไม่มีคุณสมบัติ ต่อมาเดือนธ.ค. 2568 กกต. แจ้งว่า ประธานกกต. วินิจฉัยชี้ขาดว่า ไม่ให้ดำเนินคดีอาญากับอสม. 7 คนที่ตนชี้เป้าไปอีก 13 คนยกคำร้อง ก็ไม่เข้าใจเหตุผล เพราะคนที่เป็นอสม.ได้ ต้องมีการอบรม ผ่านหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เห็นกันอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้ ประเด็นนี้ควรปรับแก้ให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรม เป็นผู้เสียหายในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ฝากฝ่ายค้านไปถามรมว.มหาดไทย ให้ตรวจสอบผอ.กกต. ระดับอำเภอที่พิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครสว. สามารถลิงก์ข้อมูลกรมการปกครองได้ทั่วประเทศ มีข้อมูลผู้สมัครอยู่ในคอมพิวเตอร์ จะได้รู้ว่า ใครคือพ่อแม่ลูก ผัวเมียที่สมัครคราวเดียวกัน เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่กลับปล่อยเกียร์ว่างไม่ทำ รมว.มหาดไทย เอาไม้เรียวหวดก้นหน่อยดีหรือไม่ ตนไม่สังกัดพรรคใด ไม่แบ่งแยกเป็นสีไหน แต่ที่มาวันนี้ เพราะ สีทนไม่ได้
พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการกกต. ได้เปิดคลิปวิดีโอการส่งโพยเข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง และการเก็บโพย การเลือกสว. วันที่ 26 มิ.ย. 2567 ช่วงเวลา 18.30 น. ที่เสียงในคลิปมีการประกาศว่า ไม่ให้เอกสารเข้าไป และพูดชัดว่าจะแจกเอกสารสว. 3 ฉบับใหม่ให้ผู้สมัครที่ผ่านรอบเช้ามา ขณะที่คลิปที่ 2 ช่วงเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่เดินถามว่า ใครมีโพย ห้ามมีโพย พร้อมเดินเก็บโพย คลิปที่ 3 เป็นภาพนายนิยม จันทร์เยี่ยม ผอ.กกต.อุตรดิตถ์ เก็บโพยมาเต็มกระเป๋า และลงบันทึกเซ็นเอกสารประจำหน่วยว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่นายแสวงกลับบอกว่าไม่มีอะไร การฮั้วจะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ในวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการเลือกสว. มีผู้สมัครจดโพยในใบสว.3 จึงแจ้งนายแสวง แต่นายแสวงบอกว่า “เขาวางแผนกันมาแบบนี้ ปล่อยให้เขาเอาสว.3 เข้าไปในรอบไขว้ได้” บ่งชี้ว่า นายแสวงรู้อยู่ก่อนแล้วว่า วางแผนกันมา มี 3 ข้อที่ทำให้การ เลือกสว. ไม่ชอบมาพากล คือ 1.จัดสถานที่เลือกสว.ในห้องแบบรวม ไม่เป็นความลับตามกฎหมาย 2.ระเบียบที่เขียนไว้ว่า ให้ใช้หมายเลขเดิม ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับประเทศ ทำให้วางแผนฮั้วได้ 3.ประธานกกต.ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน แต่ปรากฏว่าตั้งลูกน้องนายแสวงมาสอบนายแสวงเอง กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาล มีเหตุสงสัยควรส่งฟ้องศาล ไม่ใช่ยกเรื่อง กกต.อย่าทำตัวเป็นศาล ต้องส่งศาล เรื่องคะแนนซ้ำจะเป็นจริงหรือไม่ ขอให้เปิดหีบลงคะแนนพิสูจน์การลงคะแนนฮั้ว ขอท้ากกต. ให้เปิดหีบพิสูจน์