“ธรรมนัส” ยันไม่มีดีลโมนาโก ปัดเจอ “ทักษิณ” ลั่นสูตร “แดง-เขียว-ส้ม” แค่ข่าวลวง ให้ฟังจากปากตน ชี้ ต้องให้โอกาสรัฐบาลทำงาน ย้ำ พรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่


เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ กทม. ถึงกรณีหายหน้าหายตาจากการเมืองจนเกิดกระแสข่าวดีลลับโมนาโก ว่า เรื่องการเมืองที่ตนหายไปนาน ตนพูดเสมอถึงแม้ว่าเราไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่เราอยากให้รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชน ปัญหาสังคม หรือปัญหาอื่นๆ 

ทั้งนี้ ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาตนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกๆ อย่างที่เป็นข่าว ในเรื่องการเมืองแทบจะไม่ได้เข้ามายุ่งเลย นอกจากดูแลพรรคและทำหน้าที่ดูแลพี่น้อง สส. ในฐานะหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ในการเป็นฝ่ายค้าน จะเห็นว่า สส.ของพรรคทำหน้าที่ในสมัยประชุมสภาอย่างจริงจังในฐานะเป็นฝ่ายค้าน ย้ำว่าเราจะทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมามีผลกระทบต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ลำบากอยู่ในขณะนี้ ส่วนเรื่องที่ตนเดินทางไปต่างประเทศเพิ่งกลับมานั้น เรื่องข่าวลือโมนาโกหรือเรื่องต่างๆ ขอยืนยันว่า ไม่มี เพราะตนไปเฉพาะครอบครัว และไม่ได้ไปเจอใครที่ต่างประเทศเลย มีเฉพาะคณะที่เดินทางไปด้วยเท่านั้น ขอยืนยัน 

ส่วนถามถึงกรณีสูตร “เขียว-แดง-ส้ม” เหมือนเคยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่เคยคุย ไม่เคยดีลอะไรกับใคร เมื่อถามต่อไปว่าเรื่องของการจับขั้วมันเป็นสัญญาณจริงหรือเป็นแค่การเบี่ยงเบนประเด็นจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า น่าจะเป็นเรื่องการวิเคราะห์การเมืองของนักวิชาการมากกว่า วิเคราะห์ว่าหากกรณีเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองมันจะเกิดขั้วการเมืองจากพรรคไหนมากกว่า ตนคิดว่าเป็นการวิเคราะห์จากการวิเคราะห์ของนักการเมืองหรือนักวิชาการจึงนำไปสู่การเผยแพร่ในโซเชียล ตนคิดว่าเป็นแบบนี้มากกว่า 

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุ เราต้องดูว่าเขาจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด จะอภิปรายรายบุคคลหรือทั้งคณะ ขณะที่คำถามต่อมา ในฐานะเป็นฝ่ายค้านจะมีส่วนร่วมหรือแลกเปลี่ยนกับคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส เผยสั้นๆ ว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน เมื่อถามอีกว่า พรรคกล้าธรรมมีข้อมูลอะไรหรือไม่ที่จะร่วมอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า มันต้องคุยกันก่อน เราจะไปคาดการณ์ว่าอภิปรายคนนั้นคนนี้ ต้องดูหลักฐานให้ละเอียด เท่าที่ตนเคยเป็นฝ่ายรัฐบาลและถูกอภิปรายมาทุกสมัย ตนเข้าใจอาการทุกอย่างดี เราจะไม่ทำอะไรโดยใช้อารมณ์และบุ่มบ่ามอย่างเด็ดขาด

ในประเด็นว่า ที่ผ่านมามีการยื่นตรวจสอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายฝ่ายจึงมองว่า ร.อ.ธรรมนัส น่าจะมีข้อมูลนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอบว่า ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตนอยู่ตรงนั้นมานาน และต้องให้ความยุติธรรมกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน ยังไม่ได้ทำอะไร ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องจากของตนทั้งนั้น ต้องให้ความเป็นธรรมเขา

ทางด้านคำถามว่าจะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านแบบเต็มตัว หรือจะคงไว้เผื่อสถานการณ์พลิกเกมการเมือง หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ระบุว่า ถ้าเห็นตนในการวางตัวทุกวัน หน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯ ตนทำเต็มที่ และตนเป็นคนให้โอกาสคน ในเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารบ้านเมืองก็ให้รัฐบาลแสดงฝีมือให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งมันไม่ไหวค่อยมานั่งคุยกัน เมื่อถามอีกว่าตอนนี้รัฐบาลโดนกระแสต่างๆ นานา มองว่ายังสามารถทำงานต่อไปได้หรือควรจะต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า ตรงนี้ไม่ทราบ ตนไม่ได้เป็นรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า โอกาสที่จะพลิกเป็น “เขียว แดง ส้ม” มีมากน้อยแค่ไหน ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เราไม่ได้มีการคุยกันเลย มันเป็นการคาดการณ์และการวิเคราะห์มากกว่า เมื่อถามย้ำว่าในอนาคตไม่ปิดประตู พร้อมที่จะคุยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่เหมือนพรรคอื่น ตนต้องคุยกับพี่น้องของตน

สำหรับกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แบะท่า เหมือนส่งสัญญาณมาทางพรรคกล้าธรรม จะรับไมตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า “เรื่องก่อนการเลือกตั้งผมลืมไปแล้ว” เมื่อถามย้ำ แปลว่าเริ่มต้นใหม่ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่ ผมหมายความว่า เรื่องก่อนการเลือกตั้ง ผมพูดแล้วว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ผมพูดมาโดยตลอด ก่อนการเลือกตั้งคนที่เคยเป็นศัตรูกันก็กลับมารักกันได้ ต้องเห็นกับประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการพูดคุยกันนะ ต้องขอยืนยัน เดี๋ยวไปแปลความหมาย ตัดคำพูดผม ตัดบางคำไป เดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย”

เมื่อถามว่า น.ส.ศิริกัญญา ระบุหลาบแล้วกับพรรคภูมิใจไทย แล้ว ร.อ.ธรรมนัส หลาบกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าเอาคำพูดของพรรคใดพรรคหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งมาเปรียบเทียบกับความคิดตน เพราะในพรรคกล้าธรรม ตนจะคิดคนเดียวทำคนเดียวไม่ได้ จะทำอะไรก็ตามจะต้องคุยกับพี่น้อง ทางด้านคำถามว่าที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมไม่ค่อยออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเท่าไหร่ หลายคนมองว่ารอร่วมรัฐบาลอยู่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ สังเกตในสภาฯ ทุกคนทำหน้าที่อย่างดี

ทั้งนี้ ในสายตาประเมินการทำงานของรัฐบาล 3 เดือนอย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า เราเป็นฝ่ายบริหารมานาน คงไม่วิพากษ์วิจารณ์ดีกว่า พี่น้องประชาชนรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนคำถามรัฐบาลควรต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่ ให้ถูกใจพี่น้องประชาชน ร.อ.ธรรมนัส ให้คำตอบว่า รัฐบาลที่ประกอบไปด้วย 2 พรรคใหญ่ หลายคนมีประสบการณ์ ตนคิดว่าอะไรมันน่าจะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า พรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทยยังจับมือกันได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เอางี้ ผมไม่เคยคุยกับพรรคไหน” เมื่อถามย้ำถ้ามีรัฐบาลเข้ามาติดต่อให้ไปเข้าร่วม คำแรกของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะพูดกับเขาคืออะไร ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตนเป็นคนทำงานทำจริง ถ้าจะกลับเข้าไปก็ต้องทำงานจริงๆ ถ้ากลับเข้าไปแล้วไม่ทำงาน เป็นเครื่องประกอบก็ไม่เป็น อยู่อย่างนี้ดีกว่า ขณะที่คำถามถ้ากลับเข้าไป จะต้องเอากระทรวงเกษตรฯ ที่ตัวเองถนัดหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ไม่จำเป็น ตนไม่ได้คาดการณ์อะไร อะไรก็ตามที่สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชน ประเทศชาติ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนก็พร้อมจะทำ อย่าไปคาดการณ์ว่าจะต้องเป็นรัฐบาลหรือไม่เป็น

นอกจากนี้ ในคำถามว่ากับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้คุยกับใครเลย ไม่ได้คุยกับพรรคไหนเลย อันนี้ยืนยัน ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าได้คุยกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธ โดยกล่าวว่าไม่มี เมื่อถามต่อไปว่าในอนาคต “เขียว แดง ส้ม” จะมีทางเกิดขึ้นได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะก่อนกล่าวว่า “ก็ถามถึงอนาคตที่มันยังไม่เกิด” ส่วนประเด็นคำถามว่าได้ยินดีกับ นายทักษิณ หลังได้รับอิสรภาพหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ไม่ได้คุยกันเลย

ในตอนท้ายเมื่อถามว่าได้มีการติดต่อกับ สส.บางกลุ่มของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า พวกเราเป็น สส. สังเกตเวลาตนเข้าสภาฯ ก็มีคนมาทักทายเยอะแยะ เป็นเรื่องปกติเพราะรู้จัก สส. เยอะ คุยกันเป็นเรื่องปกติ ในคำถามย้ำ แสดงว่าดีลต่างๆ ที่ออกมาเป็นข่าวไม่จริงใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ข่าวลือ ข่าวลวง ไม่ใช่ข่าวลับ” ผู้สื่อข่าวถามต่อ แต่ส่วนใหญ่ข่าวลือที่ออกมามันมักจะเป็นข่าวจริง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอบว่า ไม่จริงหรอกครับ ตนยืนยัน ฟังจากปากตนนี่.