ศาลฎีกานัดตรวจหลักฐานคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ทนายเผยพยาน 60 ปาก แบ่ง 3 กลุ่มหลัก คาด “พิธา - ณัฐพงษ์” เข้าเบิกความด้วยตัวเอง พร้อมขอบคุณศาลเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ศาลฎีกานัดตรวจหลักฐานคดี คมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติผู้ร้อง กับ อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากที่ทั้งหมดลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศาลเห็นควรกำหนดวันไต่สวนพยานผู้ร้องจำนวน 4 นัด 9 ปาก โดยนัดไต่สวนพยานปากแรกวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ส่วนพยานผู้คัดค้านจำนวน 60 ปาก กำหนดเริ่มไต่สวนพยานนัดแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 และนัดสุดท้ายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2570 ก่อนนัดฟังคำพิพากษาต่อไป โดยศาลกำชับให้คู่ความทำบัญชีตารางพยานเพื่อให้การไต่สวนแต่ละนัด พร้อมกำหนดประเด็นให้ศาลทราบ รวมถึงแนวคำถามมาก่อนเพื่อให้ศาลพิจารณาอนุญาตว่าจะให้ถามคำถามดังกล่าวหรือไม่ 

นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความฝ่ายผู้คัดค้าน กล่าวว่า สำหรับพยานทั้ง 60 ปาก สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 

1. กลุ่มผู้คัดค้าน ตัวอดีต สส. ซึ่งคาดว่าบุคคลสำคัญอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคประชาชน จะเข้าเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง   

2. กลุ่มนักวิชาการ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อให้ความเห็นทางวิชาการที่ครอบคลุมมากกว่าประเด็นทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว 

3. กลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์ เป็นผู้ที่รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ในสมัยดังกล่าว 

นายนิธิ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นหลักของคดีนี้คือการกระทำของฝ่ายผู้คัดค้าน 44 อดีต สส. ไม่ได้เป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม สำหรับการที่มีพยานจำนวนมาก ไม่ใช่การยื้อเวลาอย่างแน่นอน สังเกตได้ว่าศาลอนุญาตตามที่ทีมทนายร้องขอ เพราะศาลต้องการให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทีมทนายความต้องการนำเสนอข้อเท็จจริง ความเห็น และพยานหลักฐานต่างๆ เข้าสู่สำนวนอย่างครบถ้วน ต้องขอขอบคุณศาลที่เปิดโอกาสให้ได้นำเสนออย่างเต็มที่.