ความเป็นไปในรัฐบาลช่วงนี้คงไม่น่ามีอะไรพิเศษนอกจากภารกิจรูทีนตามปกติ เพราะสภาปิดสมัยประชุมจึงไม่มีประเด็นให้เกิดความขัดแย้งนอกจากกำหนดการของนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ที่จะเดินทางไปเยือนกัมพูชาก็ไม่น่าจะมีอะไรใหม่ เพราะเรื่องเอ็มโอยู 44 นั้นรัฐบาลไทยคงไม่หยิบยกขึ้นมาหารือ เพราะยังมีปัญหาความขัดแย้งในประเทศที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและของแสลงของรัฐบาลอีกเรื่องหนึ่งก็คือการพิจารณางบประมาณประจำปี 2569 ซึ่งจะมีการประชุมสภานัดพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ก่อนคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 28-30 พ.ค.68ก็คงไม่มีอะไร เพราะทุกพรรคต่างก็ต้องให้งบประมาณผ่านสภาเพื่อนำเงินมาบริหารประเทศจะมีก็แค่ใคร พรรคไหนจะได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นที่บอกว่า “เพื่อไทย” อาจจะใช้เรื่องนี้เพื่อต่อรองกับพรรคร่วมเพื่อให้สนับสนุนนโยบายนั้นคงทำไม่ได้ง่ายๆเพราะงบประมาณนั้นเกี่ยวข้องกับทุกพรรคอยู่แล้วหากเล่นเกมกันมากอาจจะถูกควํ่าได้ งบประมาณถ้าไม่ผ่านสภา นายกรัฐมนตรีก็ต้องลาออกหรือยุบสภาเป็นเกมที่เสี่ยงเกินไปไม่ต่างกับกฎหมาย “กาสิโน” ที่ “เพื่อไทย” ต้องเลื่อนพิจารณาไปก่อนกลางคัน ทั้งๆที่เร่งวันเร่งคืนแต่จำใจต้องถอยก่อนเพราะได้ไม่คุ้มเสีย!พูดถึงกฎหมาย “กาสิโน” ที่ “เพื่อไทย” จนถึงวันนี้ก็ยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเดินหน้าไปอย่างไร เพราะแรงต่อต้านค่อนข้างจะกว้างทั้งในสภาและนอกสภาแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองก็ไปคนละทางเป็นจุดที่ทำให้ “เพื่อไทย”-“ภูมิใจไทย” จะเป็นฟางเส้นสุดท้าย จนมาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอายังไงกันแน่“เพื่อไทย” เองก็ไม่กล้าการันตีด้วยการเปิดทางถอย แล้วว่ายังไม่รีบหากไม่ผ่านในรัฐบาลชุดนี้รอรัฐบาลต่อไปก็ได้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคก็ไม่มีพรรคไหนยืนยันชัดถ้อยชัดคำว่าจะสนับสนุนแน่นอนว่าปัจจัยต่างๆที่ไม่เอื้ออำนวยนี้ “เพื่อไทย” แม้ระดับหางแถวจะออกยืนยันว่าไม่มีปัญหา แต่ความเคลื่อนไหวในระดับสูงดูจะหันไปสนใจเรื่องอื่นๆมากกว่าไม่ว่าจะเป็นการแก้เกม “ทรัมป์” ขึ้นภาษี หรือการแก้ไขปัญหาในเมียนมา ซึ่งน่าจะได้คะแนนนิยมมากกว่าจะมาเสี่ยงกับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ในทางการเมืองนั้นนอกจากรัฐบาลที่ต้องมีเสถียรภาพแล้วการเป็นพรรคแกนนำก็ต้องมีความมั่นคงในเสียงสนับสนุนที่จะทำให้สามารถสร้างผลงานได้อย่างเป็นอิสระ ไม่มีพรรคร่วมมาคอยขัดขวาง“ทักษิณ” ยํ้าเรื่องนี้มาตลอดจากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ก็จะต้องเกิดปัญหาอย่างรัฐบาลชุดปัจจุบันดังนั้น เกมการเมืองที่สำคัญสุดก็คือจะต้องชนะเลือกตั้งให้มากที่สุดเป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือรัฐบาลผสมที่พรรคแกนนำมีอำนาจทุกองคาพยพ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจะทำอย่างนั้นได้หรือไม่ยิ่ง “ทักษิณ” นิยมการเมืองแบบ “ผูกขาด” ไม่ยอมแบ่งอำนาจให้ใครนอกจากคนใน “ตระกูล” เท่านั้นจึงเป็นเรื่องยากกว่าการเมืองในยุคก่อนหน้านี้ก็ด้วยความคิดอย่างนี้ทุกอย่างมันจึงยากมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม