ในที่สุดรัฐบาลก็ยอมรับ ต้องทบทวน “โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งใช้เงินมหาศาลถึง 500,000 ล้านบาท หลังจากที่แจกให้กลุ่มเปราะบาง/คนพิการ/ผู้สูงอายุไปแล้ว 200,000 ล้านบาท เดือนหน้าจะแจกเฟส 3 กลุ่มอายุ 16–20 ปี 15 ล้านคน อีก 150,000 ล้านบาท แต่คงไม่ได้แจกแล้ว คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง เปิดเผยว่า มาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์ ทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัว กำลังซื้อทั่วโลกลดลง การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบ ผู้ผลิตอาจต้องลดกำลังการผลิต รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง “โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” ต้องมีการทบทวนใหม่แปลความก็คือ รัฐบาลจะยกเลิกโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นโครงการหาเสียงเรือธงของพรรคเพื่อไทยรองนายกฯพิชัย เปิดเผยด้วยว่า เมื่อการค้าโลกหดตัว ภาคส่งออกไทยจะมีปัญหาใหญ่ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแน่ รัฐบาลต้องเตรียมตัวลงทุนโครงสร้างพื้นฐานช่วยตัวเองลงทุนให้เกิดการจ้างงาน ทำให้รัฐบาลต้องพิจารณาขยับเพดานหนี้สาธารณะ 70% ต่อจีดีพีในปัจจุบัน เงินที่จะไปลงทุน ต้องเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์คุ้มค่า สร้างอนาคตให้กับประเทศ ต้องเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และถือโอกาสปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ จากกรอบการเจรจากับสหรัฐฯ เราได้วางยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปอาหารเพื่อส่งออก ส่วนตัวมองว่า โครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรลงทุนผมเห็นด้วยกับ รองนายกฯพิชัย ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องปฏิรูปตัวเองเสียทีช่วงที่ผ่านมา สื่อมวลชนอย่างผม นักธุรกิจ นายธนาคาร นักวิชาการ นักวิเคราะห์ทุกสำนัก ต่างก็ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ล้าหลัง เพื่อเตรียมรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เสนอให้ขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เพื่อกู้เงินมาลงทุนในโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นนิวเอสเคิร์ฟ และคัดค้าน “โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” ให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคนใช้ฟรีโดยไม่ต้องทำงาน ด้วยวงเงินมหาศาลถึง 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้และเงินภาษีของชาติ หวังหาเสียงทางการเมืองล่วงหน้า แต่สร้างความเสียหายต่องบประมาณของชาติ แม้พรรคเพื่อไทยจะดันทุรังแจกไปแล้ว 2 เฟส ประมาณ 200,000 ล้านบาท แต่เศรษฐกิจก็ไม่ได้ดีขึ้น เสียทั้งเงินเสียทั้งโอกาสของชาติเดือนหน้าอย่างช้ามิถุนายน รัฐบาลเพื่อไทยสัญญาจะแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ให้กับ กลุ่มวัยรุ่นอายุ 16–20 ปี 15 ล้านคน หวังซื้อใจคนรุ่นใหม่ล่วงหน้า จะแจกเป็น “เงินดิจิทัล” ผ่าน “แอปทางรัฐ” ใช้เงินงบประมาณ 150,000 ล้านบาทแต่วันนี้ผมฟันธงล่วงหน้าได้เลย อาจจะได้กินแห้วเสียแล้ว เพราะรัฐบาลถังแตกไม่มีเงินแจกแล้ว แม้จะตั้งสำรอง 130,000– 140,000 ล้านบาทไว้ในงบปี 2568 ก็ตาม แต่วันนี้เศรษฐกิจไทยกำลังเจอวิกฤติหนัก จำเป็นต้องใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่า ต้องช่วยเหลือผู้ส่งออกและเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบหนัก ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยยังดันทุรังเอาเงินภาษีที่มีจำกัด ไปแจกอีลุ่ยฉุยแฉกเพื่อหาเสียงล่วงหน้าอีก รัฐบาลชุดนี้คงจะอยู่ยาก หรืออยู่ไม่ได้แน่นอน ประชาชนคงทนรับไม่ได้แน่นอนส่วน การแจกเงินหมื่นเฟส 4 สำหรับ กลุ่มอายุ 21–59 ปี 38 ล้านคน ต้องใช้เงินสูงถึง 380,000 ล้านบาท ซึ่งพรรคเพื่อไทยสัญญาว่า จะแจกในไตรมาส 3 ผมคิดว่า ลืมไปได้เลย รัฐบาลไม่มีเงินแจกแน่นอน แม้จะเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะขึ้นไปถึง 80% ก็ตามประเทศชาติกำลังเผชิญวิกฤติร้ายแรง คนไทยทุกคนกำลังดิ้นรนช่วยกันกอบกู้ชาติ ถ้าพรรคเพื่อไทยยังคิดเอาเงินของชาติไปแจกหาเสียงอีก ก็ไม่ควรจะอยู่เป็นรัฐบาลต่อไป."ลม เปลี่ยนทิศ"คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม