“วราวุธ” แจงนายกฯยังไม่ส่งสัญญาณปรับ ครม.มายังพรรคร่วมรัฐบาล ย้ำ ชทพ.สงบเสงี่ยม ไม่แลกหมัดกับใคร พร้อมหนุนเอนเตอร์เทนเมนต์ฯหารายได้เข้าประเทศ “สุทิน” เผยเพื่อไทยยังนิ่งกระแสปรับ ครม. ติง สว.จ้องสอยเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ต้องมีเหตุผล “นพดล” โอ่ “ทักษิณ” ออกโรงช่วยคลี่คลายเมียนมาได้เยอะ “อนุทิน” ย้ำแน่นแฟ้น “นายใหญ่” ไร้ปัญหาร่วมรัฐบาลนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ยืนยันนายกรัฐมนตรียังไม่ส่งสัญญาณการปรับ ครม. มายังพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส. พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ ทั้งหมดคืออำนาจของนายกฯ“วราวุธ” ยันไร้สัญญาณปรับ ครม.เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 19 เม.ย. ที่ จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีชื่ออาจถูกปรับไปเป็น รมว.ต่างประเทศว่า การเป็น รมว.ต่างประเทศไม่ใช่ว่าต้องพูดภาษาอังกฤษเก่งเท่านั้น แต่ต้องมีองค์ความรู้หลายอย่าง ส่วนการจะปรับ ครม.อย่างไรเป็นดุลพินิจนายกรัฐมนตรี ยืนยันยังไม่ได้รับสัญญาณจะปรับ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรใน ครม. ดังนั้น ยังทำงานตามปกติ ไม่กังวล เมื่อถามว่าถ้ามีการปรับก็พร้อมใช่หรือไม่ นายวราวุธตอบว่า อย่าถ้าเลย วันนี้ข้าราชการกระทรวง พม. ทำงานกันขยันขันแข็ง ไม่อยากให้เสียกำลังใจ พูดกับข้าราชการว่าวันนี้ยังเป็น รมว.พม.อยู่ ส่วนเรื่องอนาคตขอให้เป็นเรื่องในอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือนายกฯเป็นคนกำหนดว่าจะปรับ ครม.หรือไม่ ตอนนี้ทำงานเต็มที่ในตำแหน่ง รมว.พม.ชทพ.สงบเสงี่ยมไม่แลกหมัดใครนายวราวุธยังกล่าวถึงเอกภาพของรัฐบาลว่า ช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 3 เดือนนี้ อุณหภูมิการเมืองคงเบาลง เพราะ สส.ทุกคนตั้งหน้า ตั้งตาทำงานในพื้นที่มากกว่า แต่ช่วงเดือน พ.ค.จะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลอื่นที่มีการแลกกันคนละหมัด พรรคชาติไทยพัฒนาวางยุทธศาสตร์อย่างไร นายวราวุธตอบว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ คุณพ่อสอนเสมอว่ามีมิตร 100 คนก็น้อยเกินไป มีศัตรู 1 คนก็มากเกินไป ดังนั้นแนวทางทำงานของเราเน้นการทำงาน และสร้างพันธมิตรทางการเมืองมากกว่า เพื่อทำงานให้พี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพ เราคงไม่มีหมัดไปแลกกับใคร เมื่อถามว่าเหมือนไผ่ลู่ลม นายวราวุธตอบว่า เรายินดีช่วยกันทุกพรรค แม้กระทั่งทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะ สส. เพราะทุกคนล้วนเป็นผู้แทนประชาชน เราเอาผลงานเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน ส่วนกรณีพรรคร่วมรัฐบาลส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช ชนกันเอง เหมือนการแต่งงานลิ้นกับฟันเป็นเรื่องปกติชูเอนเตอร์เทนเมนต์ฯหารายได้ผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนพรรค ชทพ.ต่อร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นายวราวุธตอบว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่ ครม.เสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นหนึ่งในมาตรการหารายได้ให้ประเทศ และต้องเข้าใจก่อนว่าการที่ประเทศชาติจะมีรายจ่ายมากมาย แม้แต่กระทรวง พม. ที่เราร้องขอเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุเพิ่ม ทุกอย่างล้วนเป็นรายจ่าย แต่รายได้ของรัฐบาลทุกวันนี้มีจำกัด แต่รายจ่ายมีมากมายเหลือเกิน หน้าที่ของรัฐบาลคือหารายได้ รัฐบาลยินดีรับฟังและจะเอาแนวทางนี้ไปศึกษาเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศโดยเร็วที่สุด ต้องรอสมัยประชุมสภาฯหน้า คงมาถกกันว่าแนวทางของสภาฯจะเป็นอย่างไร เมื่อถามย้ำว่าเห็นด้วยกับแนวทางหารายได้แบบนี้หรือไม่ นายวราวุธตอบว่า มีหลายมุม อย่างตนในฐานะ รมว.พม. หากเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นแหล่งสร้างงานให้พี่น้องกลุ่มเปราะบางได้ คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะวันนี้คนพิการเกือบ 4 ล้านชีวิตมีงานทำยังไม่ถึงครึ่ง และปัจจุบันเรามีจำนวนผู้สูงอายุเกือบ 14 ล้านคน หากพวกเขามีรายได้ของตัวเอง จะแบ่งเบาเรื่องการเยียวยาลดการพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาล จึงมีทั้งข้อดีและข้อด้อยติงวุฒิสอยร่างกาสิโนต้องมีเหตุผลขณะที่นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร วุฒิสภา ระบุให้สภาผู้แทนราษฎรรอผลการศึกษาของ กมธ.วุฒิสภา เสร็จก่อน หากดึงดันเสนอร่างกฎหมาย จะยื่นตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรมของผู้ที่โหวตรับหลักการว่า แล้วแต่ สว.จะคิด แต่ระบบนิติบัญญัติเป็นระบบที่ทำกันมาช้านาน เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อะไรก็ตรวจสอบจริยธรรม ต้องมีเหตุผลและความผิดจริง ส่วนการพูดคุยทำความเข้าใจกับ สว. คงคุยตามรูปแบบที่เป็นไปได้ เมื่อถามว่าเรื่องนี้ยังมีความเห็นต่างในพรรคร่วมรัฐบาล จะส่งผลถึงการทำงานร่วมกันหรือไม่ นายสุทินตอบว่า หากพูดคุยก็คงเข้าใจกัน คงไม่มีปัญหา เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจจะทำงานจนครบเทอมใช่หรือไม่ นายสุทินตอบว่า การทำงานของรัฐบาลมีหลายเรื่องต้องทำ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้อย่างเดียว มีหลายเรื่องพรรคร่วมรัฐบาลต้องทำร่วมกัน แต่ละพรรคคงไม่คิดเอาเรื่องนี้เป็นเหตุให้ทำงานต่อไปไม่ได้เพื่อไทยยังนิ่งกระแสข่าวปรับ ครม.นายสุทินยังกล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ในส่วนของพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่ในพรรคได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ แต่ระดับ สส.ยังไม่คุยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดคืออำนาจของนายกฯ เราไว้ใจในตัวนายกฯ เมื่อถามว่ามองว่าจะมีการปรับ ครม.เร็วๆนี้หรือไม่ นายวิสุทธิ์ตอบว่า เห็นตามข่าว แต่อย่างไรไม่ทราบ เป็นอำนาจของ นายกฯ แล้วแต่การตัดสินใจของท่าน เราเชื่อมั่นชาติอาเซียนพร้อมช่วยเมียนมานายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการร่วมคณะ รมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะประเทศประธานอาเซียน ตามคำเชิญของ รมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ไปเยือนเมียนมา เพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากเหตุแผ่นดินไหวว่า จากการหารือกับเมียนมาและมาเลเซีย เพื่อประสานการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียน ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบพื้นที่เมืองมัณฑะเลย์ และดีใจที่ได้เห็นการดำเนินการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของไทยต่อเนื่องผ่านการผลัดเปลี่ยนกำลังคนภารกิจชุดเฉพาะกิจของไทย ชุดที่ 3 ขอบคุณทีมชุดแพทย์ และบุคลากรด้านสาธารณสุข จากกระทรวงสาธารณสุข ทหาร และชุดช่างจากกองบัญชาการกองทัพไทย รวมถึงผู้มีส่วนร่วมทุกคน ประเทศไทยพร้อมยืนหยัดข้างชาวเมียนมาเสมอพท.โอ่ “ทักษิณ” ออกโรงช่วยได้เยอะนายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการพบปะหารือของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี มาเลเซีย ประธานอาเซียน กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธานอาเซียน ถึงการสร้างสันติภาพในเมียนมาว่า การพบปะของนายอันวาร์และนายทักษิณเป็นเรื่องที่น่ายินดี นายทักษิณถือเป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ มีเครือข่ายเพื่อนผู้นำที่มีบทบาทในเวทีโลกอย่างกว้างขวาง คงช่วยให้คำแนะนำประธานอาเซียนและทำให้กระบวนการสร้างสันติภาพในเมียนมาเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เมื่อนายทักษิณมีบทบาทร่วมกับนายอันวาร์ ทำให้การขับเคลื่อนเจรจาสร้างสันติภาพในเมียนมากับกลุ่มต่างๆ เกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน ผลที่ตามมาน่าจะวิน-วินทุกฝ่าย ทั้งประชาชนชาวเมียนมาโดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุและสตรี ไม่ต้องหลบลี้หนีภัยข้ามแดนมาไทย นับว่าจะเป็นยุคที่การต่างประเทศ ไทยกลับมาโดดเด่น และวัดกันด้วยผลลัพธ์อีกครั้งเย้ยฝ่ายค้านโรยเกลือแค่ทำแก้เขินนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เตรียมใช้มาตรการโรยเกลือรัฐบาลต่อเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยการยื่นเรื่องตรวจสอบนายกฯต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ถือเป็นสิทธิ์เข้าใจได้ แต่คนที่ดูการอภิปรายอยู่คงไม่คิดอย่างนั้น เพราะเกลือไม่ถึง ไม่ได้ดุเดือด เป็นข้อมูลเก่า ไม่ส่งผลให้เป็นงานยากของรัฐบาล และฝ่ายรัฐบาลชี้แจงได้ชัดเจน โดยเฉพาะนายกฯตอบได้ครบถ้วนทุกประเด็น ส่วนจะเรียกว่าเป็นการยื่นแก้เก้อแก้เขิน หรือยื่นตามระเบียบก็ว่ากันไป รัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ประชาชนยังจับตาดูอยู่ว่าฝ่ายค้านยุคนี้ค้านทุกเรื่องหรือไม่ หรือค้านแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรหรือไม่“หนู” แน่นแฟ้น “นายใหญ่” ไร้ปัญหาวันเดียวกัน นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อเที่ยงวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปเยี่ยมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะรู้จักกันมานาน พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกัน นายอนุทินยืนยันว่าไม่มีปัญหาในการร่วมรัฐบาล เพราะกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีความสนิทสนมและเคารพรักกันมาแน่นแฟ้น ทั้งนี้ นายอนุทินได้เลี้ยงอาหารเที่ยง มีปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง มาร่วมวงด้วยชทพ.ไม่เปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรคที่โรงแรมสองพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2568 มีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธาน มีบรรดาแกนนำพรรค อาทิ นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี เลขาธิการพรรค นายอนุรักษ์ จุรีมาศ นายอนุชา สะสมทรัพย์ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ นายกนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรค รวมถึงนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค นายเสมอกัน เที่ยงธรรม นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เข้าร่วมพร้อมหน้า มีวาระรับทราบผลการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และให้ความเห็นชอบงบการเงินประจำปี 2567 โดยยังไม่มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค ทุกตำแหน่งยังคงเดิมนายกฯปลื้มยอด 7 วันอันตรายลดอีกเรื่อง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้รับรายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนและการบังคับใช้กฎหมาย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ในช่วง 7 วันอันตราย 10-17 เม.ย. พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บลดลงมากกว่า 27% ส่วนสถิติผู้เสียชีวิตลดลงกว่า 8% เมื่อเปรียบเทียบกับสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง ถือเป็นความสำเร็จที่เป็นไปตามเป้าหมาย และข้อสั่งการนายกฯในที่ประชุม ครม.ก่อนเทศกาล ทั้งนี้ นายกฯขอบคุณทุกภาคส่วนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างเข้มแข็ง ชูความสำเร็จครั้งนี้เป็นต้นแบบมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญอื่นๆของประเทศ เพื่อให้ตัวเลขอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ลดลงต่อเนื่องในระยะยาว ขณะที่เทศกาลสงกรานต์หลายพื้นที่ยังคงมีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนในวันไหลของจังหวัดต่างๆ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแลป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่