หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มอง “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” หนึ่งในมาตรการหารายได้ให้ประเทศ ชี้ มีทั้งข้อดี-ข้อด้อย รอถกในประชุมสภาฯ สมัยหน้า ยัน รัฐบาลยินดีรับฟัง มอง หากสร้างงานให้กลุ่มเปราะบางได้เป็นเรื่องดี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 เมษายน 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมสองพันบุรี จ.สุพรรณบุรี ถึงจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อกรณีร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... หรือ ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ว่า ตอนนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ผ่านขั้นตอนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เบื้องต้นเราต้องเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่ ครม. เสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นหนึ่งในมาตรการที่จะหารายได้ให้กับประเทศ และต้องเข้าใจก่อนว่าการที่ประเทศชาติจะมีรายจ่ายมากมาย แม้แต่กระทรวง พม. ที่เราร้องขอเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุเพิ่ม ทุกอย่างล้วนเป็นรายจ่าย แต่รายได้ของรัฐบาลทุกวันนี้มีจำกัด ส่วนรายจ่ายมีมากมายเหลือเกิน

...

ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาลคือหารายได้ ตนคิดว่าเป็นเวลาที่ท่านใดมีแนวทางอย่างไร รัฐบาลยินดีรับฟัง และจะเอาแนวทางนี้ไปศึกษาเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างเร็วที่สุด ขั้นตอนขณะนี้เบื้องต้นรอสมัยประชุมสภาฯ หน้า คงจะมาถกกันว่าแนวทางของสภาฯ จะมีแนวทางอย่างไรในฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งตอนนั้นคงจะต้องมีการประชุมพรรคอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเห็นด้วยกับแนวทางหารายได้ในส่วนนี้หรือไม่ นายวราวุธ ตอบว่า ตนคิดว่ามีหลายมุม เช่น ตนทำงานในฐานะ รมว.พม. หากเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นี้ จะเป็นแหล่งสร้างงานให้กับพี่น้องกลุ่มเปราะบางที่พรรคชาติไทยพัฒนาดูแลอยู่ ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะวันนี้คนพิการเกือบ 4 ล้านชีวิต มีงานทำยังไม่ถึงครึ่ง หรือแม้แต่ผู้สูงอายุในปัจจุบันที่เรามีเกือบ 14 ล้านคน หากพวกเขาเหล่านั้นมีรายได้ของตัวเอง ก็จะแบ่งเบาภารกิจในการเยียวยา ลดการพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาลไป ดังนั้น จึงมีทั้งข้อดีและข้อด้อย การที่จะพิจารณาต่างๆ คงต้องเป็นแนวทางของฝ่ายนิติบัญญัตินำไปพิจารณาต่อไป.