คงเห็นภาพฉากสงครามยุคสมัยใหม่โดยมีผลประโยชน์เป็นเดิมพัน มีการใช้ “การค้า” เป็นอาวุธแทนยุทโธปกรณ์อย่างที่เคยปฏิบัติมาเพราะผู้นำชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ “โดนัลด์ ทรัมป์” นั้นเป็นนักธุรกิจ ก็ต้องใช้ความเป็นพ่อค้าที่ตัวเองชำนาญมาเป็นเครื่องมือเห็นได้จากเขาไม่ชอบสงครามในรูปแบบเก่า โดยพยายามสงบศึกในตะวันออกกลาง และรัสเซียกับยูเครนแต่มาเปิดฉากสงครามการค้ากับจีนเพราะ “ทรัมป์” วาง “สี จิ้นผิง” เป็นศัตรูหมายเลข 1นับจากเดินหน้านโยบายตั้งกำแพงภาษีสูงขึ้นเกือบทุกประเทศทั่วโลก โดยอ้างว่าประเทศเหล่านี้เอาเปรียบสหรัฐฯที่ได้ดุลการค้ามากกว่าเริ่มจากการประกาศขึ้นภาษีทุกประเทศ 10% เป็นพื้นฐานแคนาดาและเม็กซิโกมากกว่าประเทศอื่นๆ“จีน” นั้นโดนมากที่สุด!ด้วยนโยบายของ “ทรัมป์” นั้นได้เขย่าโลกอย่างชัดเจน ว่ากันว่าเป็นแนวทางของโลกยุคสมัยใหม่ที่สหรัฐฯเข้ามาคุมเศรษฐกิจโลกไม่ใช่ “การค้าเสรี” อย่างที่สหรัฐฯเริ่มต้นกำหนดให้ทุกประเทศทั่วโลกปฏิบัติตามแต่ยุคใหม่นี้สหรัฐฯจะเป็นผู้กำหนดเองนับแต่การประกาศใช้นโยบายนี้ คณะทำงานของ “ทรัมป์” ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อเกาะติดสภาพความเป็นไปตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประเมินผลและดูปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตามมา ทำให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเป็นรายวันก็ว่าได้ประกาศขึ้นภาษีประเทศนั้นวันนี้ พอพรุ่งนี้ก็เปลี่ยนหรือเปลี่ยนในวันเดียวกันเว้นแต่ “จีน” เท่านั้นที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะจีนไม่กลัวและสู้ทุกรูปแบบ สหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีจีนก็ขึ้นภาษีด้วยแต่เนื่องจากนโยบายนี้เกิดผลกระทบไปทั่วโลกแม้แต่สหรัฐฯเองซึ่งชาวอเมริกันได้ชุมนุมประท้วงทั่วประเทศไม่เห็นด้วยเพราะได้รับความเดือดร้อนด้วย จึงต้องหาทางผ่อนปรนจากการประเมินผลพบว่าประเทศที่มีรายชื่อถูกขึ้นภาษีนั้นส่วนใหญ่ไม่ตอบโต้และขอเจรจานั้นเท่ากับ “ทรัมป์” ชนะไปครึ่งหนึ่งแล้วอีกทั้งจีนก็ประกาศที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีด้วยการยกระดับให้สูงขึ้น อันแสดงให้เห็นว่าจีนก็ใช้วิธีหาพวกเพื่อให้สนับสนุนและตีตัวออกจากสหรัฐฯ“ทรัมป์” จึงอาศัยเงื่อนไขนี้ไม่ขึ้นภาษีประเทศที่ไม่ตอบโต้ในเวลา 90 วัน เพื่อหวังเสียงสนับสนุนนั่นทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกขึ้นยกแผงเพราะสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีระหว่างนี้ประเทศต่างๆก็คงต้องหาวิธีการเจรจากันต่อไปเพราะมีเวลาอีกนานพอสมควรที่จะเชื่อมต่อหรือคิดค้นมุมในการเจรจาให้ได้ประโยชน์แต่ “จีน” ก็ต้องหาทางต่อสู้กับสหรัฐฯ เพราะมีความได้เปรียบสหรัฐฯในด้านต่างๆมากพอสมควร ซึ่งมิใช่การขึ้นภาษีตอบโต้เท่านั้นเชื่อได้ว่าการต่อสู้จะต้องเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆเพราะแต่ละฝ่ายไม่มีใครยอมใคร ที่สำคัญก็คือแพ้ไม่ได้“ไทย” ยังมีเวลาที่จะคิดและหาทางแก้ไขเพราะยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนัก นอกจากการเตรียมตัวเข้าสู่การเจรจาเท่านั้นอีกประเด็นที่ห่วงกันก็คือจะต้องมีการวางแผนเพื่อตั้งรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้วยการปรับจูนอะไรหลายอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาวันนี้ช้างสารสู้รบกัน แต่ประเทศเล็กๆอย่างไทยก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม