ในที่สุด รัฐบาลก็ “ถอยกรูด” แบบเส้นยาแดงผ่าแปด!! ก่อนหน้าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 30 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) วันที่ 9 เม.ย.68 เพียง 1 วัน

หลังจากเร่งรัดผลักดันให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณา “ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ...” ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. วันที่ 28 มี.ค.68 และได้บรรจุเป็นเรื่องพิจารณาเรื่องแรก

เพราะต้องการให้พิจารณาเสร็จก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 11 เม.ย.นี้ ชี้ชัดว่า รัฐบาลและพรรคร่วมต้องการได้ “ประโยชน์” โดยเร็วจาก “กาสิโน” จึงต้องรีบผลักดันให้ผ่านการพิจารณา และลงมติเร็วที่สุด

ท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักของคนทั้งประเทศ และท่ามกลางวิกฤติประเทศรอบด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ความเสียหายจากแผ่นดินไหว ผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

โดยฝ่ายที่ค้านหัวชนฝา ไม่อยากให้ “กาสิโน” เกิด เพราะมองว่าเสี่ยงต่อการฟอกเงิน อาชญากรรม อาชญากร ค้ามนุษย์ ธุรกิจผิดกฎหมาย เกิดทุจริตมโหฬาร ที่สำคัญ ไม่เชื่อว่ากาสิโนจะทำให้รายได้คนไทยเพิ่มขึ้น เกิดเม็ดเงินทางเศรษฐกิจตามที่อ้าง

กลับกัน จะเกิดผลกระทบต่อสังคม และเห็นตัวอย่างจากเพื่อนบ้าน ที่แม้มีกาสิโนแต่ประชาชนยังไม่รวย ยังเข้ามาทำงานในไทย และเศรษฐกิจประเทศก็ยังไม่ดีขึ้น

แม้ว่าร่างกฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์สวยหรู คือ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย สถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ที่มีกาสิโน อันจะก่อให้เกิดการลงทุน นำรายได้เข้าประเทศ และส่งเสริมการจ้างงาน
พร้อมกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผลกระทบด้านลบไว้หมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม เป็นการดีที่ในช่วงแถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม. วันที่ 8 เม.ย.68 นายกรัฐมนตรี “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” บอกเองว่า จากการหารือกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล มีมติตรงกันให้เลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไปก่อน

...

เพราะประเทศกำลังเผชิญวิกฤติหลายด้าน ทั้งแผ่นดินไหว การเยียวยาผู้ประสบภัย และสหรัฐฯขึ้นภาษีไทย ซึ่งรัฐบาลต้องหาทางออกเร่งด่วน “ไม่ใช่ซื้อเวลา แต่จัดลำดับความสำคัญ” ที่สำคัญกฎหมายนี้ยังคงอยู่ ไม่ได้ถอนออก เพียงแต่ขอเวลาทำความเข้าใจประชาชนให้ชัดเจน

โดยก่อนหน้านี้นายกฯบอกว่า อยากให้คนไทยมองว่า Entertainment Complex เป็นการสร้างการท่องเที่ยวแบบใหม่ และ Entertainment Complex ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะภายในนี้มีพื้นที่กาสิโนไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนอีก 90% จะเป็นฮอลล์คอนเสิร์ต สนามกีฬา สวนน้ำ โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ

คาดจะสร้างรายได้ 1.19-2.38 แสนล้านบาท รัฐมีรายได้เพิ่ม 1.2-3.9 หมื่นล้านบาทต่อปี จ้างงานเพิ่มขึ้น ที่สำคัญมีกฎหมายควบคุม เพื่อป้องกันติดพนัน มีมาตรการป้องกัน แก้ไข เยียวยาผลกระทบแล้ว

ข้อดีของ Entertainment Complex ที่นายกฯและรัฐบาลบอกคนไทย น่าจะเชื่อได้ ถ้าพูดในประเทศที่ไม่มีทุจริต อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง แต่บังเอิญพูดในประเทศไทย เชื่อไม่ได้!!

ฟันนี่เอส

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม