รอยเตอร์รายงานข่าวล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ระบุว่า ไม่มีความกังวลกับสถานการณ์ที่ตามมาหลังประกาศใช้มาตรการด้านภาษีสินค้านำเข้า กับประเทศต่างๆทั่วโลก ขณะที่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เองมูลค่าหายไปแล้วเกือบ 6 ล้านล้านดอลลาร์ คนอเมริกันที่เดือดร้อนจากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของ ทรัมป์ กว่าล้านคนจาก 50 รัฐ ออกมาประท้วง แต่ ทรัมป์ ก็ยังย้ำว่าทำเพื่อประโยชน์ของคนอเมริกันส่วนใหญ่ ไม่แคร์สื่อแม้แต่น้อย“ผมไม่อยากให้อะไรๆมันแย่หรอกนะ แต่บางครั้งคุณต้องกินยาเพื่อแก้ไขปัญหา” สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้คุยกับ ผู้นำยุโรปและเอเชีย ที่หวังจะชักจูงให้ลดภาษีที่สูงถึง 50% และจะมีผลในสัปดาห์นี้“พวกเขาจะมาหารือ พวกเขาอยากคุย แต่ผมจะไม่มีการคุยจนกว่าพวกเขาจะจ่ายเงินจำนวนมากต่อปีเสียก่อน” เป็นคำตอบสุดท้ายของทรัมป์ ไม่ต้องไปตีความให้เมื่อยตุ้มนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ออกแถลงการณ์ ท่าทีของไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯมีข้อความบางตอนระบุว่า มีหลายประเทศที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับไทย หมายความว่าไม่เฉพาะประเทศไทยที่ถูกขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า มีหลายประเทศไปเจรจาพูดคุยกับรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่มีใครได้ข้อสรุปการเจรจาอะไรออกมาชัดเจนรัฐบาลไม่ได้รับมือล่าช้า เพราะมีการตั้งคณะทำงานติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯมาตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.แล้ว มีการหารือกับภาคเอกชนและตัวแทนของสหรัฐฯมาตลอด ซึ่งในปลายสัปดาห์นี้ รัฐบาลไทยจะส่งรองนายกฯ และ รมว.คลัง พิชัย ชุณหวชิร ไปหารือกับหลายภาคส่วนในสหรัฐฯ มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำหรับที่เราจะสื่อสารกับสหรัฐฯว่า ประเทศไทยไม่ใช่แค่ผู้ส่งออกเท่านั้น แต่เราคือพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ที่เชื่อถือได้ในระยะยาว โดยไทยจะมีการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯมากขึ้น ในด้านพลังงาน อากาศยาน และสินค้าการเกษตร โดยไทยมีแผนจะสร้างความร่วมมือกับภาคเกษตร อุตสาหกรรม และกลุ่มอื่นๆที่มีส่วนได้เสียสำคัญในระบอบประชาธิปไตยสหรัฐฯนายกฯยังยืนยันด้วยว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ สร้างฐานเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงแข็งแรง และเท่าทันโลก ให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีศักดิ์ศรีแต่เราเคยปฏิเสธที่จะซื้อเครื่องบินรบจากสหรัฐฯ เราเคยแสดงมิตรไมตรีกับจีนทั้งในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง เลือกข้างไปแล้ว เราได้เปรียบดุลการค้าจากสหรัฐฯอยู่มาก เศรษฐกิจในประเทศเราไม่พร้อมที่จะรับมือกับสงครามการค้าใดๆทั้งสิ้น จีดีพีเราต่ำสุดและต่ำได้อีก เราไม่มีกำลังซื้อในประเทศ เรากำลังสูญเสียมูลค่าการส่งออกนับหมื่นล้านดอลลาร์ เราต่างกับจีน ในการที่จะไปต่อรองตอบโต้ใดๆกับประเทศใดๆ ในโลกยุคใหม่ไม่มีมิตรไม่มีศัตรูไม่ใช่เพราะช้าหรือเร็ว แต่เพราะเรากำลังจะถึงทางตัน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม