เป็นอีกเดิมพันของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่จะวัดว่ายังมีบารมีมากน้อยแค่ไหนในแวดวงการเมือง ผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองกฎหมายว่าด้วยสถานบันเทิงครบวงจร (กาสิโน) ที่ปลุกปั้นมาตั้งแต่ต้นจนเป็นรูปเป็นร่าง และสภากำลังพิจารณาวาระที่ 1 วันนี้ (9 เม.ย.68)แต่กว่าจะผลักดันมาถึงขั้นนี้ก็ต้องเร่งรีบร้อนรนแปลกเหมือนกับว่าจะต้องเอาให้ได้วันนี้วันพรุ่ง จนจับสังเกตกันได้ก็เลยถูกโยงว่ามีการดีลล่วงหน้ากับ “นายทุน” ต่างชาติเอาไว้ว่าจะต้องทำให้สำเร็จในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ก็รูปการณ์มันเป็นอย่างนี้ จะให้มองเป็นอย่างอื่นได้อย่างไรเสียงคัดค้านที่รัฐบาลบอกว่าก็แค่พวก “ขาประจำ” แต่ที่ไหนได้วันนี้ได้แตกหมู่แตกเหล่าขยายวงกว้างจนน่าจะวิตกแทนรัฐบาล“จะกล้าฝืนกระแส” ได้หรือ?แต่อีกมุมหนึ่งก็มีข่าวว่า “ทักษิณ” ได้ขู่พรรคร่วมรัฐบาลเอาไว้ว่า หากพรรคไหนไม่ยกมือสนับสนุนจะขับพ้นรัฐบาลแม้พลพรรค “เพื่อไทย” จะปฏิเสธว่าไม่จริง แต่มีการพูดคุยแล้วเห็นชอบร่วมกันทุกอย่างไปด้วยดี ไม่มีปัญหาก็ว่ากันไป!เพราะยังมีอีกหลายยกกว่ากฎหมายจะผ่านออกมาได้ ตั้งแต่วาระที่ 1 การตั้ง กมธ.จนไปถึงวาระที่ 2 และ 3ที่สำคัญจะต้องผ่านด่าน สว.อีกด้วยในขั้น กมธ.นั้นประเด็นที่น่าสนใจก็คือคนไทยที่จะเข้าไปเล่นใน “กาสิโน 10% ได้” จะต้องมีเงินในบัญชี 50 ล้านบาทหมุนเวียนในบัญชี 6 เดือนเรื่องนี้สภาพความเป็นจริงแล้วคนไทยมีเงินในบัญชีมากขนาดนี้จะมีสักกี่คน และจะเข้าไปเล่นกี่คน พูดง่ายๆ ว่าหากกฎหมายออกมาแบบนี้ไม่มีลูกค้าคนไทยแน่!แล้วทำไมรัฐบาลไม่แก้ไขก่อนจะเสนอสภาคำตอบก็คือต้องเร่งรัดให้กฎหมายผ่านวาระที่ 1 ก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขกันในขั้นแปรญัตติ ก็เลยถูกจับไต๋ที่บอกว่าไม่เร่งรีบ (นายกรัฐมนตรีพูดเอง)กฎหมายฉบับนี้ “เพื่อไทย” ในฐานะแกนนำรัฐบาล ที่ต้องการให้สถานบันเทิงครบวงจรเกิด เพื่อหวังได้เงินการแก้ไขเศรษฐกิจซึ่งเป็นทางรอดเดียวที่จะหาเงินนับแสนล้านบาทได้อีกทั้งยังมีค่า “หัวคิว” อีกต่างหาก!ประเด็นที่มีกระแสคัดค้านกว้างขวางก็เพราะกลัวว่าประเทศไทยจะเละเทะ คนไทยจะติดพนันงอมแงมเพราะไม่สามารถที่จะควบคุมได้ เนื่องจากทุกวันนี้การบังคับใช้กฎหมายก็แย่อยู่แล้วต่างกับสิงคโปร์ที่แน่นอนและไว้ใจได้อีกทั้งความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจคนชื่อ “ทักษิณ” นี่แหละที่ทำให้กระแสต่อต้านกว้างขวางมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งที่ความจริงแล้วประโยชน์ที่จะได้นั้นก็มากโข ตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จขนาดมี ประเทศอย่างญี่ปุ่นก็คิดเพราะคงเล็งเห็นแล้วว่าจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตจากรายได้การท่องเที่ยวถ้าควบคุมได้ก็ไม่น่ามีปัญหาคือเรื่องนี้ต้องมองทั้งด้านดีและด้านร้าย เพราะมันมีผลจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นแต่วันนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองเรื่องใหญ่ของประเทศเพราะมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงอยู่ที่นักการเมืองจะตัดสินใจมันอยู่ที่จุดยืนของแต่ละคน แต่ละพรรคโดยมีผลประโยชน์ก้อนใหญ่เป็นเดิมพันที่โยงไปถึงการเลือกตั้งด้วย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม