แผ่นดินไหว ได้เวลาสังคายนา อะไรๆที่ “ไม่ไหว”1 สัปดาห์กว่าผ่านไป กับธรณีพิบัติภัยครั้งใหญ่ของประเทศไทย นอกจากยังต้องเอาใจช่วยทีมที่เข้าไปช่วยเหลือ ขุดค้นผู้ติดอยู่ในซากตึกสำนักงาน สตง.หลังใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ถึงแม้ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์ แต่ยังไงการค้นหาก็ไม่หยุดต้องนำเอาร่างผู้เคราะห์ร้ายกลับคืนสู่ครอบครัวและญาติมิตรพิบัติภัยรอบนี้ คือ “ภัยร่วม” ของคนไทย ทุกฝ่ายทุกหน่วยงานต่างระดมกำลัง ร่วมใจคลี่คลาย “หน้างาน” เป็นกลไกที่ไม่ได้นัดหมายฟันเฟืองเฉพาะกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคำว่า “น้ำใจ”แต่ที่ซ่อนอยู่และเปิดออกมาหลังแผ่นดินไหว ปมประสิทธิภาพของระบบควบคุมและกำกับดูแล ไล่ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน การส่งข้อมูลข่าวสารประชาชน “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ของขึ้นใส่หน่วยงานที่รับผิดชอบ จี้เรื่องประสานงาน บี้ปมประสิทธิภาพกันแหม็บๆพูดไม่ทันขาดคำ วันถัดๆมาก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่คิวต่อเนื่องเหตุการณ์ผู้คนยังผวาเหตุแผ่นดินไหว แตกตื่น ตระหนก หวาดกลัว เกิดอาการแพนิกไปทุกหย่อมหญ้า ขณะที่ปมปัญหาข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนล่าช้า ก็ยังคงอยู่อย่างที่เคยมาเป็นอีกช็อตที่รัฐบาลจะแก้ไขปากเปล่าเฉพาะหน้า แบบ “ไฟไหม้ฟาง” ปล่อยให้ระบบเตือนภัยพิบัติ ภัยสาธารณะ วิกฤติฉุกเฉิน อีเมอร์เจนซี เซลล์บรอดแคสต์ ยังอืดเป็นเรือเกลือThai Alert ลุกโชน วูบเดียวดับ ไม่ได้อีกแล้วเช่นเดียวกัน อีกหลากปัญหา การขุดค้นต้นตอสาเหตุ ตึกราชการที่กำลังก่อสร้างถล่ม สะท้อนความล้มเหลวได้หลายอย่าง ทั้งโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โปร่งใสหรือไม่ การควบคุมงาน แบบก่อสร้าง โครงสร้างทางวิศวกรรม มีการใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างตามมาตรฐานเพียงใดเริ่มคุ้ยลึกไปถึงเหล็กก่อสร้าง ในเรื่องคุณภาพมาตรฐาน และคงลากสาวไปกระทั่ง อิฐ หิน ดิน ทราย ปูน ที่ใช้กับตึกที่พังพาบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตื่นตัว ตรวจสอบทุกมุม โดยเฉพาะบริษัทที่รับผิดชอบโครงการ เอกชนไทยที่เข้าร่วมการค้ากับกลุ่มทุนจากประเทศจีน โดนสแกนกันละเอียดยิบ ถึงการรับงานโครงการรัฐหลายแห่ง หลายโครงการ วงเงินรวมหลายพันล้านบาท กับที่ตั้งบริษัทลักษณะห้องแถว มีนอมินีคนไทยรับจ้างถือหุ้นหรือไม่จนเกิดกระแสไม่วางใจทุนจีนบุกไทย แหยงคุณภาพแบรนด์ “เมด อิน ไชน่า”ตื่นทุนต่างชาติยึดครองไทย เป็นกระแสสังคมกดดันรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอาจริงเอาจังเสียทีกับกลุ่มทุนใหญ่ต่างชาติ โดยเฉพาะจากดินแดนหลังม่านไม้ไผ่ ไม่ได้เป็นพี่เป็นน้องไปทุกรายบางส่วนเผ่นหนีจากสงครามการค้าเข้ามา บางส่วนเห็นช่องโหว่ระบบในไทย ขาดการควบคุมดูแล กฎเกณฑ์หละหลวม ถึงได้เกิดปรากฏการณ์เข้ามาทุ่มตลาดการกอบโกยทรัพยากร ขนเงินตรากำไรกลับไปสู่ประเทศตัวเองปล่อยให้ประเทศเรากลายเป็นดินแดนว่างเปล่าผลประโยชน์ เป็นเมืองศูนย์เหรียญอย่างที่ฝ่ายค้าน พรรคประชาชนเพิ่งจุดประเด็นไว้ในศึกซักฟอกหมาดๆจึงถึงเวลา รัฐบาลไทย “นายกฯแพทองธาร” จะอาศัยวิกฤติพิบัติภัยครั้งนี้ ยกเครื่องทั้งระบบการค้าการขาย การลงทุน การส่งเสริมเจ้าสัวที่ไม่รู้ทุนสีไหนเข้ามาขุดทองต้องไม่ปล่อยให้คนไทย ประเทศไทยต้อง “มือเปล่า”ศูนย์บาท ศูนย์หยวน ศูนย์ดอลฯ สูญสิ้นไปทุกเหรียญนั่นก็จะเป็นข้อดีที่มองเห็นจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ในรอบนี้สำหรับประเทศไทย และกับตัวผู้นำหญิง รวมไปถึงที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อย่าง “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” จะร่วมด้วยช่วยกันออกแรงยกเครื่องระบบ โครงสร้างที่มีปัญหา สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เพราะจะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ ความแข็งแกร่งรัฐบาลเพื่อไทย และผู้นำหญิงผู้ถูกครอบครองจะเจ๋งพอหรือไม่ กับตั๋วอำนาจที่ได้รับเพื่อให้ดูแลบ้านเมือง.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม