“เอกนัฏ” ปูด มีความพยายามวิ่งเต้น-ข่มขู่เจ้าหน้าที่ ปมตรวจเหล็กอาคาร สตง. ลั่น เกิดอะไรขึ้นขอรับผิดชอบเอง เตรียมตั้ง คกก.สอบสวนขยายผล ตรวจซ้ำเก็บตัวอย่างแบบชี้เป้า จ่อลงพื้นที่โรงงานซินเคอหยวนที่ระยอง หากลักลอบดำเนินคดีเพิ่ม
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 เมษายน 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้ากรณีนำทีมเข้าไปตรวจวัสดุก่อสร้างในจุดที่เกิดอาคาร สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งได้ขออนุญาต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ซึ่งมีทีมกู้ภัยมาช่วยตัดเหล็กและเก็บตัวอย่างมาได้ 6 ประเภท ทั้งเหล็กกลมและเหล็กข้ออ้อย 3 ยี่ห้อ จากการตรวจสอบเมื่อวานพบว่ามีเหล็ก 2 ขนาดที่ไม่ได้มาตรฐาน คือเหล็กไซส์ 20 และ 32 มาจากยี่ห้อเดียวกัน
ส่วนจะสั่งปิดโรงงานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า เหล็กที่พบมาจากผู้ผลิตที่มาจากกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งหยุดโรงงานไปเมื่อเดือนธันวาคม 2567 จากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขยายผล ซึ่งตามปกติเมื่อพบว่ามีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานต้องเรียกเก็บของมาให้หมด ให้ผู้ผลิตหยุด และปรับปรุงก่อน ซึ่งในกรณีนี้กระทรวงอุตสาหกรรมให้หยุดและปรับปรุงไปแล้ว จึงต้องไปดูว่ามีผลพอที่จะให้เพิกถอนใบอนุญาตได้เลยหรือไม่
...
เมื่อถามต่อไปว่าเหล็ก 2 ขนาดที่ไม่ได้มาตรฐานจะอนุมานว่าเป็นทั้งล็อตที่ใช้ในการก่อสร้างหรือเฉพาะที่สุ่มตรวจตัวอย่าง นายเอกนัฏ ตอบว่าการเข้าไปสุ่มตรวจจะทำ 2 รอบ โดยรอบแรกพื้นที่เกิดเหตุมีการกู้ภัยอยู่จึงเป็นการสุ่มตัวอย่าง เพราะไม่อยากเข้าไปในพื้นที่อาคารที่กำลังมีการกู้ภัย ระหว่างเก็บตัวอย่างก็ได้มีการติดกล้องกับเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันว่าเก็บจากจุดไหนบ้าง แต่ละประเภทมีหลายตัวอย่าง และตอนที่ลำเลียงออกไป รวมถึงการแกะตัวอย่างก่อนตรวจสอบก็มีสื่อมวลชนบันทึกภาพอยู่ สำหรับรอบต่อไปจะเข้าพื้นที่ไปพร้อมกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่นายกรัฐมนตรีตั้งไว้แล้ว โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมตำรวจ ซึ่งจะเป็นการเก็บแบบชี้เป้า ซึ่งจะต้องมีแบบ และจะต้องเอา BoQ ของผู้รับเหมาว่ามีเหล็กประเภทไหนบ้าง เก็บให้ครบทุกประเภท หลายตัวอย่าง และเก็บในจุดที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่ทำให้ตึกถล่ม ซึ่งจะเป็นการเก็บเต็มรูปแบบกว่าครั้งแรก
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ตนก็อึ้งเหมือนกัน เพราะโรงงานที่พบว่าผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานนี้เป็นโรงงานที่ตนไปตรวจและสั่งปิดไปตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่การก่อสร้างเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 สร้างมาแล้ว 5 ปี ซึ่งในการตรวจเหล็กจะตรวจ 2 ส่วน คือคุณสมบัติด้านการกล และคุณสมบัติทางเคมี ครั้งแรกที่ไปตรวจตกทางเคมี และล่าสุดที่ตรวจเมื่อวาน (31 มีนาคม 2568) คือตกทางกล ที่ผ่านมาสั่งให้หยุดและอายัดของกลาง เรียกเก็บสินค้ามา และให้หยุดเพื่อปรับปรุง ตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่มีการเปิดตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อสั่งให้หยุดปรับปรุง พอปรับปรุงแล้วก็หนังสือมาเพื่อสั่งเปิดและต้องเอาของมาตรวจอีกที ถ้ายังตกอีกคราวนี้ก็อาจจะปิดและเพิกถอนใบอนุญาต มอก.
ดังนั้น หลักฐานทั้งหมดที่เก็บมาได้ในครั้งนี้ก็จะดูว่าเพียงพอหรือไม่ที่จะไม่ให้เปิดอีก เพราะถ้าเปิดอีกผลิตออกมาก็มีปัญหาอีก เราก็ต้องใช้กฎหมายเพื่อผลประโยชน์ประชาชน เรื่องนี้ตนต่อสู้มาตลอด ไม่ใช่เรื่องเหล็กอย่างเดียว ยังมีเรื่องสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย พยายามเรียกเก็บของที่ไม่ได้มาตรฐาน และที่ผ่านมาตนดำเนินการตรวจและปิดโรงงานเหล็กไปแล้ว 7 โรงงาน อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 3 โรงงาน มูลค่า 400 ล้านบาท อีกนัยหนึ่งคือมีอุตสาหกรรมธุรกิจศูนย์เหรียญที่มาอยู่ในประเทศแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับไทย เป็นทุนต่างชาติ 100% จ้างงานต่างด้าว 100% ภาษีบางเจ้าไม่ต้องจ่ายและได้รับ BOI ด้วย ซึ่งจากที่ตนทำมา 6 เดือน บางเรื่องมีลักษณะการดำเนินงานเป็นกระบวนการ
รมว.อุตสาหกรรม เผยต่อไปว่า เมื่อวานนี้อยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ตนนำทีมไปเก็บหลักฐานเองทั้งหมด เพราะเชื่อว่าหลักฐานบางส่วนมีความสำคัญและมีน้ำหนัก สร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนได้ข่าวว่ายังมีความพยายามวิ่งเต้นและข่มขู่เจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ตนเข้าใจ ไม่เป็นไร ถ้าไม่กล้าพูด ตนก็จะพูดเอง เกิดอะไรขึ้นตนรับผิดชอบเอง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ตนคิดว่าเราปล่อยปละละเลยต่อไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 เมษายน 2568 จะมีการลงพื้นที่ตรวจโรงงาน ซินเคอหยวน ต.หนองละลอก จ.ระยอง ที่สั่งปิด หลัง สส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่พบว่าโรงงานดังกล่าวยังมีความเคลื่อนไหวพบรถบรรทุกขนฝุ่นแดง ทั้งที่มีการสั่งปิดตั้งแต่ปี 2567 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการลักลอบผลิตเหล็กอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ หากพื้นที่แล้วตรวจพบว่ามีการลักลอบ จะถูกตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีเพิ่มอีก.