ผู้นำฝ่ายค้านปักหมุดที่เดิมไม่แก้ญัตติร้อน เตือนประมุขฝ่ายนิติบัญญัติรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถอภิปรายนายกฯได้ทันสมัยประชุมนี้ “ศิริกัญญา” สอนเชิง “อิ๊งค์” กล้าขึ้นเวทีซักฟอกโชว์ภาวะผู้นำ ขึงขังข้อมูลพร้อมเต็มร้อยวาง 20 ขุนพลลากไส้ชนิดดุเด็ดเผ็ดมัน พปชร.ยื่น ป.ป.ช.เอาผิดจริยธรรม “วันนอร์” ยึกยักไม่บรรจุระเบียบวาระ ประธานสภาฯตั้งการ์ดสูงต้องแก้ปมร้อนก่อน ย้ำหารือหลายฝ่ายรอบคอบเห็นทางออกเหมือนกัน เพื่อไทยขู่ฟ่อระวังไม่ได้ขึ้นเวทีชำแหละ “แพทองธาร” ยึดกติกาสภาเชียร์ลบรายชื่อคุณพ่อออกจากบัญชี ปฏิเสธล็อบบี้ให้ถอนชื่อ “ทักษิณ” แย้มเปิดทางนัดคุย “อนุทิน” บ่อยขึ้น อัปเดตเนื้องานรัฐบาลกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือด่วนถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชน ขอให้ตัดชื่อบุคคลที่สามคือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ล่าสุดผู้นำฝ่ายค้านยืนยันญัตติถูกต้อง ย้ำไม่แก้ไข เตือนประมุขฝ่ายนิติบัญญัติต้องรับผิดเต็มๆหากเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถซักฟอกได้ทันในสมัยประชุมนี้“อิ๊งค์” อยากนัดคุย “อนุทิน” บ่อยขึ้นเมื่อวันที่ 9 มี.ค. เวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีร่วมหารือที่บ้านจันทร์ส่องหล้า กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรค ภท.ว่า คุยทุกเรื่องที่จำเป็น ทั้งในเรื่องนโยบายว่าคิดเห็นอย่างไร เดินอย่างไรต่อ ควรเดินอย่างไรกันดี เป็นสิ่งที่ได้ปรึกษากัน ส่วนที่พูดคุยแค่กับพรรค ภท.นั้น อย่างที่เคยบอกเรานัดคุยกัน หากคุยทีละพรรคทีละกลุ่มจะคุยรายละเอียดได้มากกว่า วันนั้นนายอนุทินไปเจอนายทักษิณก่อนอยู่แล้ว และเจอกันเรื่อยๆไม่ได้แปลกใหม่ ความจริงอยากให้นัดกันบ่อยๆด้วยซ้ำ เพื่ออัปเดตว่าเนื้องานไปถึงไหน เพราะนายอนุทินนอกจากเป็นหัวหน้าพรรค ภท. ยังเป็น รมว.มหาดไทย มีอีกหลายอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบของท่าน ความจริงยังมีรองนายกฯ อีกหลายท่านที่ต้องคุยแยกเช่นกัน เพราะมีความรับผิดชอบภายใต้รองนายกฯเยอะ การพบกันไม่มีอะไรเกินความคาดหมายยัน พท.-ภท.ไม่ขัดแย้งแค่เห็นต่างเมื่อถามว่าจากนี้จะเห็นความร่วมมือระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรค ภท.เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้นหรือไม่หลังการพบกันครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านี้เหมือนขัดแย้งกัน น.ส.แพทองธารตอบว่า จริงๆไม่ได้มีอะไรที่ขัดแย้งเป็นเรื่องเป็นราว มีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันอย่างที่เคยบอกไป ถึงมาคุยตกลงว่าจะเดินอย่างไรกันต่อ เพราะมันไม่ได้เป็นความขัดแย้งที่ขัดแย้ง เป็นแค่ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน บางเรื่องผู้ประสานงานระหว่างกลางของพรรค ภท.กับพรรคเพื่อไทยบางทีไม่ได้ประสานกันชัดเจน ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องแก้ บางทีตนกับนายอนุทินคุยกันแล้วแบบหนึ่ง แต่พอประสานลงไปข้างล่างก็อีกแบบหนึ่ง มีความผิดพลาดทางการสื่อสารด้วย ฉะนั้นต้องจัดกันใหม่ว่าใครจะคุยแบบไหน เพราะบางทีงานแบบนี้ต้องคุยกันหลายคนปฏิเสธล็อบบี้ถอนชื่อ “ทักษิณ”เมื่อถามถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือให้พรรคร่วมฝ่ายค้านนำชื่อบุคคลที่สามคือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถูก ตั้งข้อสังเกตว่ามีการล็อบบี้ให้เอาชื่อออกหรือไม่ น.ส. แพทองธารตอบว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎ กระบวนการ และระบบของรัฐสภา ถ้าจะล็อบบี้อะไรแบบนี้ได้สบายเลย ล็อบบี้ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นตามกฎที่ตั้งไว้ หากไม่มีกฎไม่มีหลักก็เอาชื่อใครเข้าก็ได้ จะไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ยืนยันทุกอย่างเป็นตามกฎไม่มีการล็อบบี้ เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการนำชื่อคนนอกมาใส่ในญัตติ น.ส.แพทองธารตอบว่า “ไม่ควรนะคะ ถ้าจะพูดถึงใครคนนั้นต้องมีสิทธิโต้ตอบชี้แจง ถ้าเขาไม่อยู่ในนั้นแล้วพูดถึงเขาผ่านปาวๆ ผ่านทีวีแล้วเขาจะทำอย่างไร มันไม่สมควร แต่ไม่ทราบจริงๆอย่างที่บอกกฎหมายไม่แน่น ก็ให้ประธานสภาฯว่าไปตามนั้นเลย” เมื่อถามว่าในฐานะนายกฯเจนวาย พร้อมใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า พร้อม เดี๋ยวจะคอยหาข้อมูลเพิ่มเติมไปเรื่อยๆว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องอะไร พยายามเตรียมคำตอบให้ครบ ส่วนกรอบวันอภิปรายนั้น ยังไม่ทราบว่าตกลงกี่วันกันแน่ เมื่อถามว่าจะสองวันสามวันก็พร้อมใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารถามกลับว่า “เรามีสิทธิเลือกหรือไม่ อยากรู้ แต่ไม่ทราบให้ตกลงกันเลย”พท.เย้ยฝ่ายค้านกลัวนายใหญ่ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยืนยันไม่ตัดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากเนื้อหาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ฝ่ายค้านรู้อยู่แล้วหากทำเช่นนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร อาจไม่บรรจุระเบียบ วาระ จะไม่สามารถอภิปรายได้ จึงบอกว่าฝ่ายค้านตั้งใจอภิปรายจริงๆหรือไม่ ทำไมไม่สนใจอภิปรายรัฐมนตรีในหลายกระทรวง กลัวนายทักษิณหรืออย่างไร ทำไมต้องอภิปรายให้ได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่วิปรัฐบาล อยู่ที่ฝ่ายค้านไปเคลียร์กับประธานสภาฯอย่างไร หากช้าไปเวลาจะไม่ทัน หมดโอกาสอภิปราย ถ้าอภิปรายบุคคลภายนอกก็ไปต่อไม่ได้ หากฝ่ายค้านไม่แก้ไขญัตติและวาระถูกบรรจุ จะเกิดความวุ่นวายล้านเปอร์เซ็นต์ ฝั่งตนคงไม่ให้พูด พูดมาก็ประท้วง จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ในอนาคตอภิปรายคนภายนอกได้ใช่หรือไม่ อะไรนักหนากับนายทักษิณกลัวหรือ การยื่นญัตติเช่นนี้ของฝ่ายค้าน เป็นเรื่องการเมือง นายทักษิณไม่ได้บริหารกระทรวงใดให้คำปรึกษาคนที่เข้าไปขอคำปรึกษาหากฝ่ายค้านอภิปรายไม่ได้ พวกตนไม่ได้เดือดร้อน มีกฎหมายอื่นรอเข้าสภาอีกเยอะ ไม่ชอบมานั่งวิวาทะขู่ฟ่อระวังไม่ได้ขึ้นเวทีชำแหละนายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านยืนยันไม่ตัดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านกับประธานสภาฯต้องพูดคุยกัน ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค พท. เราได้เตรียมเนื้อหาในส่วนที่คาดว่าจะถูกอภิปรายไว้แล้ว เช่น นโยบายพรรค อุยกูร์ เตรียมซัพพอร์ตรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านไม่แก้และวาระถูกบรรจุ มองว่าจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายดนุพรตอบว่า คาดเดายาก หากวุ่นวายต้องดูว่าประมาณไหน แต่ขณะนี้เห็นมี พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมในวันที่ 10 เม.ย. หากไม่ได้บรรจุญัตติเท่ากับฝ่ายค้านไม่ได้อภิปราย ต้องรอเปิดสมัยประชุมถัดไป เมื่อถามว่า มองว่าฝ่ายค้านควรแก้ญัตติหรือไม่ นายดนุพรตอบว่า ฝ่ายค้านอยากพูดถึงนายทักษิณ แต่นายทักษิณไม่ได้อยู่ใน ครม. ไม่สามารถชี้แจงได้ ประธานสภาฯคงมองออกว่าหากไม่แก้ญัตติ แล้วมีการอภิปรายพาดพิง นายทักษิณทั้งวัน การประชุมคงวุ่นวายแน่นอน“วันนอร์” ตั้งการ์ดสูงต้องแก้ญัตติวันเดียวกัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านระบุไม่แก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ที่ระบุชื่อคนนอกในญัตติว่า ฝ่ายค้านโต้แย้งได้ ต้องดูข้อโต้แย้งที่ส่งกลับมา จากนั้นจะปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ชื่อนายทักษิณที่อยู่ในญัตตินั้น ข้อบังคับสภาระบุว่าห้ามกล่าวถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น แค่กล่าวถึงก็ห้ามอยู่แล้ว แต่เขียนเป็นญัตติชัดเจนยิ่งกว่ากล่าว จะนำไปสู่การประท้วงวุ่นวายในสภา ประธานต้องรับผิดชอบในฐานะอนุญาตให้ญัตติที่มีชื่อบุคคลภายนอกเข้าไป ถ้ามีการฟ้องร้อง ประธานเป็นจำเลยด้วย ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ ฝ่ายค้านอภิปรายได้ทุกเรื่อง ยกเว้นที่ข้อบังคับห้าม ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุหนังสือที่ประธานสภาฯส่งกลับไปให้ฝ่ายค้านแก้ไขญัตติ เลยกำหนดเวลา 7 วันไปแล้ว ทำให้ไม่มีอำนาจสั่งแก้ญัตตินั้น การนับกำหนดเวลาเริ่มจากวันรุ่งขึ้นจากที่วันยื่นญัตติเป็นวันที่หนึ่ง ได้แจ้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน วันที่ 6 มี.ค. ยังอยู่ในกรอบ 7 วัน ส่วนที่ในหนังสือระบุวันที่ 7 มี.ค. เป็นเรื่องขั้นตอนหนังสือ แต่วันที่ 6 มี.ค. เชิญผู้นำฝ่ายค้านมารับทราบแล้ว ให้เอาไปแก้ไขชื่อบุคคลภายนอก ถือว่ารับทราบแล้ว แต่ผู้นำฝ่ายค้านไม่นำญัตติกลับไป จึงทำหนังสือแจ้งผู้นำฝ่ายค้านให้รับทราบ ดังนั้นถือว่ารับทราบแล้วในวันที่ 6 มี.ค.ช่วงบ่ายๆ ส่วนวันที่ 7 มี.ค. เป็นขั้นตอนหนังสือ การแจ้งให้ทราบ แจ้งด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ยกหลายฝ่ายร่วมพิจารณารอบคอบนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ต้องการสร้างความเข้าใจก่อนกับผู้นำฝ่ายค้าน หากจะเอาไปแก้ก็เอาไปแก้ แต่หากไม่แก้ก็ยืนยันกันตามที่ได้คุยไปแล้ว ส่วนที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ระบุว่า ประธานสภาทำไม่ถูกต้อง ถือเป็นความคิดเห็นนายพริษฐ์ ทุกคนคิดเห็นได้ ประธานมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น อาศัยข้อกฎหมายประกอบต่างๆก่อนตัดสินใจ ส่วนกรณีเรียกวิป 3 ฝ่ายมาหารือ เป็นการตกลงเรื่องอื่น แต่อำนาจบรรจุวาระเป็นของประธาน ประธานสภาฯไม่ได้ตัดสินคนเดียว ฟังจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายกฎหมาย ข้อบังคับการประชุม เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ ที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณาเรื่องญัตติ กระทู้ ต้องให้ความเห็นเบื้องต้น ทุกฝ่ายให้ความเห็นมาเรียบร้อยว่าการกล่าวถึงบุคคลภายนอกจะเป็นประเด็น เรื่องข้อบังคับ ความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมจึงแจ้งให้ประธานทราบ ก็เห็นด้วยตามนั้น จึงเรียกผู้นำฝ่ายค้าน มารับทราบตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 6 มี.ค.“ณัฐพงษ์” ย้ำญัตติร้อนตรงปกเป๊ะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ยืนยันทำหนังสือด่วนถึงผู้นำฝ่ายค้านทันในกรอบ 7 วันว่า นายวันมูหะมัดนอร์เรียกไปหารือจริง แต่ต้องดูตามระเบียบของกฎหมายต่อว่าต้องตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการหรือไม่ ในวันนั้น ไปชี้แจงว่าเป็นสิทธิของพรรคฝ่ายค้านที่สามารถยื่นญัตติได้ ยืนยันจะไม่มีการแก้ด้วย ทางนายวันมูหะมัด นอร์พยายามคืนญัตติกลับมาให้ แต่ตนปฏิเสธไป ตอนนี้ร่างญัตติน่าจะอยู่ที่นายวันมูหะมัดนอร์ยืนยันตามข้อเท็จจริงที่เรียกไปหารือนอกรอบ ไม่ทราบหารือนอกรอบเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ การแจ้งกลับภายใน 7 วันต้องตอบเป็นหนังสือหรือไม่ หากดูตามกรอบหนังสือที่ส่งมาก็เลยกรอบเวลาจริง ส่วนกรณีไม่ยอมบรรจุญัตตินั้น ยืนยันเป็นสิทธิของสมาชิกที่ยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามอำนาจในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อำนาจประธานสภาฯในการใช้ดุลพินิจจะไม่บรรจุ หากดูตามข้อบังคับแค่ให้ประธานสภาฯดูในส่วนข้อบกพร่องว่า มีคำผิด มีสมาชิกเข้าชื่อไม่ครบหรือไม่ ส่วนเนื้อหาญัตติใส่อะไรได้ไม่ได้เป็นสิทธิของสมาชิก เป็นไปตามหลักการของตัวญัตติอยู่แล้วใครพาดพิงคนนอกรับผิดชอบเองเมื่อถามว่าประธานสภาฯยืนยันให้นำชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯออกจากญัตติ แต่พรรคฝ่ายค้านยืนยันไม่เอาออก นายณัฐพงษ์ตอบว่า ในวันนั้น คุยกันในเรื่องนี้เกือบครึ่งชั่วโมง นายวันมูหะมัดนอร์ ก็กังวลบรรยากาศในที่ประชุมมีการประท้วง แต่ตนยืนยันการที่ใส่ชื่อนายทักษิณลงในญัตติ ทำให้สามารถอภิปรายอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น ไม่ต้องพูดอะไรอ้อมค้อม แต่ได้รับข้อยืนยันกลับมาว่ากลัวมีการพาดพิงคนนอก ข้อบังคับไม่ได้ห้ามพาดพิงคนนอก แต่มีการเขียนว่าไม่ให้พาดพิงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น เรายืนยันว่าจำเป็นต้องมีชื่อ นายทักษิณเองเคยให้สัมภาษณ์ว่ามีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน ในตัวญัตติก็เป็นไปตามข้อเท็จจริงตามที่นายทักษิณพูดเองด้วยซ้ำ การรับผิดชอบคำพูดของสมาชิกพาดพิงคนนอกที่ทำให้เกิดความเสียหาย เป็นความรับผิดชอบของผู้อภิปรายประธานสภาฯไม่เกี่ยว ทั้งนี้ในวันนั้นนายวันมูหะมัดนอร์ก็ตอบกลับมาจริง เกรงถูกฟ้องในฐานะประธานสภาฯที่มีอำนาจในการบรรจุญัตติ ถ้าบุคคลอื่นเสียหายจะถูกฟ้องร้องไปด้วย ทำให้ไม่สามารถบรรจุญัตติได้ยืนยันไม่แก้ญัตติซักฟอกรัฐบาลเมื่อถามว่าเป็นเกมการเมืองล้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ไม่ทันในสมัยประชุมนี้ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ขอให้นายวันมูหะมัดนอร์ดำเนินทุกอย่างไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติควรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านถ่วงดุลตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ไม่ควรต้องมาออกตัวรับแทนนายทักษิณ ไม่เช่นนั้นประชาชนส่วนหนึ่งอาจมองได้ว่าประธานสภาฯพยายามปกป้องฝ่ายบริหารหรือไม่ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อถามว่าญัตติเข้าสู่ที่ประชุมทันสมัยนี้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ฝ่ายค้านต้องยืนยันตามสิทธิว่ายังมีเวลาปรึกษาหารือกันได้อีกสักหนึ่งสัปดาห์ แต่ท้ายที่สุดทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่สามารถอภิปรายได้ทันในสมัยประชุมนี้ ไม่มีใครต้องรับผิดชอบไปมากกว่านายวันมูหะมัดนอร์ ในฐานะที่เป็นผู้บรรจุญัตติ เมื่อถามว่ายืนยันไม่นำชื่อนายทักษิณออกจากญัตติ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ตอนนี้ต้องยืนยัน หากยอมเลยก็เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในอนาคต ในเรื่องนี้ขอทำทีละสเต็ป อย่าคิดไปไกลว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเข้าไม่ทันสมัย ประชุมนี้ ยืนยันตามหลักการว่าคัดค้านการวินิจฉัยของประธานสภาฯก่อน“ศิริกัญญา” กังวลเกมยื้อญัตติซักฟอกขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ ถึงความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯว่า ขณะนี้ข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจมั่นใจเต็มร้อย เสร็จมาสักระยะแล้ว ยกเว้นข้อมูลของ สส.ที่จะต้องอภิปรายประเด็นภาวะผู้นำ หรือความล้มเหลวทางการบริหารราชการ มันมีเรื่องใหม่เข้ามาเรื่อย หลายสัปดาห์เลยต้องเติมสคริปต์ไม่หยุด เป็นการแก้เล็กๆโครงใหญ่จบแล้ว ส่วนกรณีที่ประธานสภา ขอให้ถอนชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ยืนยันเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ จะใส่ชื่อหรือไม่ใส่ชื่อนายทักษิณ ลองถามนายทักษิณ สบายใจหรือไม่มีชื่ออยู่ในญัตติ คิดว่านายทักษิณคงเซย์เยส คงโอเคน่าจะมั่นใจว่า น.ส.แพทองธารตอบได้แน่นอนว่า ถ้าโอเคจะได้เดินหน้าเจรจาเรื่องวันเวลาอภิปราย กันต่อ ที่ทาง ครม.แย็บๆมาว่าน่าอภิปรายได้ช่วง 24-28 มี.ค. แต่ยังไม่ได้พูดคุยในเรื่องนี้ ไม่รู้กำหนดการอภิปรายต้องเลื่อนไปจนถึงต้นเดือน เม.ย.หรือไม่ รู้สึกกังวลเวลาสมัยประชุมนี้ใกล้หมดเต็มทีในวันที่ 10 เม.ย.นี้สอนเชิง “อ๊ิงค์” กล้าโชว์ภาวะผู้นำเมื่อถามกรณีรัฐบาลส่งสัญญาณให้อภิปรายแค่วันเดียวพอนั้น กลัวอะไร น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้เป็นเวทีที่ดีมาก นายกฯจะได้แสดงภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ ได้โชว์ให้เห็น เราเห็นการอภิปรายแบบคล้ายๆอย่างนี้มาก่อน สมัยพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายภาวะผู้นำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลุกขึ้นตอบได้อย่างสุขุม สง่าผ่าเผย จบข้อกล่าวหาในเรื่องความไม่มีภาวะผู้นำไปได้อย่างดี ดังนั้นมันง่ายมากที่นายกฯ จะแก้ต่างในประเด็นเหล่านี้ ดังนั้นไม่เห็นประเด็นให้อภิปรายเหลือวันเดียวไปเพื่ออะไร เปิดโต๊ะเจรจาดีกว่า ฝ่ายค้านจะไล่เรียงให้ฟังต้องการใช้ทั้งหมดกี่ชั่วโมง มีผู้อภิปรายกี่คน เหลือเวลาให้นายกฯ หรือนายกฯมอบหมายใครขึ้นมาตอบ ก็ต้องใช้เวลาเพิ่มทั้งนั้น เมื่อถามย้ำว่า ยิ่งปิดปากฝ่ายค้านสังคมยิ่งเคลือบแคลงพฤติกรรม และข้อกล่าวหานายกฯหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบใช่ ตนไม่ต้องพูดเองเลย20 ขุนพลพร้อมลากไส้ชนิดดุดันเข้มข้น“ทุกคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียเป็นเอกฉันท์ เวลาที่มีข่าวว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลหรือวิปรัฐบาล ขอแค่หนึ่งวัน ทุกคนคอมเมนต์เป็นเอกฉันท์เลยว่า กลัวอะไร ปิดปากฝ่ายค้าน การที่เปิดตัวอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน 5 วัน อาจเป็นเพื่อต่อเหลือวัน 3 วันอย่างนี้ เราสามารถบริหารจัดการเรื่องเวลาให้มันลงได้ ทำให้ มันเป็นไปตามปกติดีกว่า อย่าเล่นเกมตรงนี้เลย ดูไม่ดีกับทางฝั่งรัฐบาลเอง” น.ส.ศิริกัญญากล่าวเมื่อถามว่า สส.พรรค ปชน.ขึ้นอภิปรายกี่คน น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า 20 คนได้ ต้องยอมรับหลายคนมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด มีสกิลขุดคุ้ยค้นหาข้อมูล รวมไปถึงลีลาที่จะอภิปรายต้องเข้มข้น ดุเด็ดเผ็ดมันยิ่งขึ้น โดยมีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. มาช่วยในช่วงสคริปต์เติมลีลา ทำให้การอภิปรายสนุกยิ่งขึ้น รวมถึงนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.มาร่วมทีมการเตรียมผู้อภิปรายพปชร.เตือนอย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือนายชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า กรณี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ฝ่ายค้านแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตัดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออก เพราะเป็นคนนอกและจะทำให้มีปัญหาฟ้องร้องนั้น พรรค พปชร.ได้ประชุมวงเล็กวันที่ 9 มี.ค. ก่อนประชุมพรรค พปชร.วันที่ 11 มี.ค.และก่อนจะประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดท่าทีเรื่องนี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะสังคมรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เอามือเดียวไปปิดฟ้าปิดมิดเหรอ วันนี้ต้องแฟร์ มีอะไรก็พูดจากัน เรื่องของบ้านเมืองต้องตรวจสอบกัน แล้วไปกลัวทำไมถ้าไม่มีความผิด หากยังยืนยันถ้าไม่แก้ญัตติจะไม่บรรจุระเบียบวาระการประชุม น่าจะบานปลาย วันนี้ต้องชัดเจนคุณทำเพื่อใคร ถ้าทำเพื่อประเทศชาติและระบอบประชาธิปไตย ต้องมีความโปร่งใส หากอภิปรายพาดพิงคนนอก ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ฟ้องหมิ่น ประมาทได้ จะไปกลัวทำไม ในเมื่อคนนอกเคยระบุว่า สทร. ผู้อภิปรายรู้รับผิดชอบในสิ่งที่พูดไป เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่จะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายชัยมงคลตอบว่า ตามประเพณีฝ่ายค้านยื่นญัตติต้องบรรจุระเบียบวาระยื่น ป.ป.ช.เอาผิดจริยธรรม “วันนอร์”นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติการณ์ทุจริต จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ กรณีไม่บรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี กรณีประธานสภาฯขอให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน แก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยให้นำชื่อคนนอกออกจากญัตติ อ้างขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 176 ที่ให้ตรวจสอบข้อบกพร่องของญัตติและแจ้งให้ผู้เสนอญัตติทราบใน 7 วันนั้น แต่การตรวจสอบข้อบกพร่องในญัตติดังกล่าวไม่ได้อยู่ในระยะเวลา 7 วัน เพราะยื่นญัตติวันที่ 27 ก.พ. 68 แต่นายวันมูหะมัดนอร์ทำหนังสือตอบกลับนายณัฐพงษ์ว่าญัตติมีข้อบกพร่อง วันที่ 7 มี.ค.68 เกินระยะเวลา 7 วันตามที่ข้อบังคับกำหนด อาจเป็นการใช้หน้าที่และอำนาจโดยไม่ชอบ วางตัวไม่เป็นกลาง ข้อกล่าวอ้างของประธานสภาฯมิอาจรับฟังได้ มีเจตนาหาเหตุไม่บรรจุญัตติดังกล่าว มีพฤติการณ์จงใจฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุม เข้าข่ายไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นกลาง หาเหตุเอื้อประโยชน์ให้นายกฯหรือไม่ ดังนั้นขอให้ ป.ป.ช.มีหนังสือถึงประธานสภาฯให้รีบบรรจุญัตติดังกล่าวโดยเร็วทสท.บี้นายกฯแสดงภาวะผู้นำนายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงภาวะผู้นำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ว่า รัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลล้วนพึ่งพาไม่ได้ ไร้ภูมิความรู้ เห็นได้จากการสัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนหลายครั้ง การทำงานระหว่างกระทรวงไม่มีการประสานงานที่ดีพอ สะท้อนผู้นำรัฐบาลไม่สามารถควบคุม ครม.ได้ ปล่อยให้ต่างคนต่างทำงาน ดังนั้น ขอเรียกร้องให้นายกฯแสดงภาวะผู้นำแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้ประชาชน โดยดึงเรื่องเร่งด่วนแก้ไขราคาสินค้าเกษตรเข้าที่ประชุม ครม. หลังจากที่เกษตรกรไม่รับมาตรการที่ออกไป หากทำเพียงเท่านี้ยังไม่ได้ ขอให้เตรียมรับมือแรงต่อต้านจากประชาชน ที่จะยกระดับขับไล่รัฐบาลจากปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ข้าวของแพง สวนทางกับรายได้ตกต่ำ หนี้สินครัวเรือนและหนี้นอกระบบ ทั้งยังมีข้อสงสัยในเรื่องประโยชน์ทับซ้อน ที่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลเหมือนเช่นในอดีตได้“วันชัย” บอกอย่าใส่ใจชื่อ “ทักษิณ”นายวันชัย สอนศิริ อดีต สว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯจะมีชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในญัตติหรือไม่ ไม่สำคัญ ดูจากเนื้อหาสาระที่อภิปราย คนอภิปราย เป็นการปะทะกันของคนรุ่นเจนวายต่อเจนวาย ไอแพดต่อไอแพดเอไอต่อเอไอ ไม่ใช่มาจากฝ่ายค้านที่มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถตรงต่อเรื่องนั้นๆ คงเป็นข้อมูลที่ได้รับมา แล้วเอามาประมวลโดยผู้อภิปรายบางคน อาจไม่รู้จริง เพราะอภิปรายครั้งที่ผ่านๆมา ตะบี้ตะบันอ่านไอแพดเป็นวรรคเป็นเวร ไม่ลืมหูลืมตา ไม่แน่ใจว่า รู้จริงต่อเรื่องนั้นๆหรือไม่ จึงไม่มีอะไรน่ากลัว น่าตื่นเต้น ไม่ทำให้นายกฯสั่นสะเทือนได้ ยิ่งตอนนี้ฝ่ายค้านมีชนักปักอกอยู่ที่ ป.ป.ช. รอดหรือไม่ น่าจะวิตกมากกว่า คงทำให้พะวงหน้าพะวงหลัง ดังนั้นจะถกเถียงเรื่องชื่อนายทักษิณมีอยู่ในญัตติหรือไม่ อย่าไปห่วงเรื่องชื่อนายทักษิณในญัตติเลย ผ่านๆไปเหอะ ฝ่ายค้านคงขออภิปรายทำหน้าที่ฝ่ายค้านเท่านั้น เนื้ออภิปรายคงไม่เท่าไหร่ ลำพังฝ่ายค้านแค่อยู่ให้รักษาตัวรอดปลอดภัยก็เก่งแล้วนิด้าโพลแนะซักฟอก 3 วันเหมาะวันเดียวกัน “นิด้าโพล” เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ไม่ไว้วางใจแค่นายกฯ” สำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 3-4 มี.ค.68 เมื่อถามความคิดเห็นเกี่ยวกับฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ร้อยละ 36.49 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯและ ครม.ทั้งหมด ร้อยละ 31.83 ระบุว่า เห็นด้วยอภิปรายฯนายกฯเพียงคนเดียว ร้อยละ 17.63 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลยกับการอภิปรายนายกฯหรือรัฐมนตรี ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีบางคน ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเฉพาะรัฐมนตรี ไม่รวมนายกฯ ร้อยละ 37.25 เห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการอภิปราย คือ จำนวน 3 วัน เมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากทราบผลการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ ร้อยละ 53.44 ระบุว่า ยังคงอยู่ในตำแหน่งเหมือนเดิม ร้อยละ 31.22 ระบุว่า จะมีการปรับ ครม. ร้อยละ 28.17 ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหมือนเดิม ร้อยละ 21.15 ระบุว่า ครม.ไม่เปลี่ยนแปลงดุสิตโพลชี้เกมการเมืองคือแบ่งเค้กขณะที่สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,227 คน เรื่อง “เกมการเมืองไทย ณ วันนี้” ระหว่างวันที่ 4-7 มี.ค. พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 62.75 มองว่าลักษณะของเกมการเมืองคือ การแบ่งเค้ก แบ่งตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ร้อยละ 60.46 เห็นว่าในรัฐบาลนี้กรณีที่เป็นการเล่นเกมการเมือง คือ โจมตีกันไปมา ปล่อยข่าวปลอม ดิสเครดิต ร้อยละ 80.77 มองว่าเกมการเมืองเป็นเรื่องปกติของการเมืองไทย มีมานาน เห็นมาทุกยุคสมัย มุ่งหวังแต่อำนาจและผลประโยชน์ ร้อยละ 42.95 มองว่าเกมการเมืองเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และร้อยละ 79.63 เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าเกมการเมืองทำให้การเมืองไทยล้าหลังประเทศอื่นๆนายกฯปลื้ม ITB Berlin 2025อีกเรื่องเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายหลังเข้าร่วมงาน ITB Berlin 2025 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 3-8 มี.ค. โดยนายกฯ แถลงสรุปว่างาน ITB Berlin 2025 ที่มีหลายประเทศทั่วโลกจัด ปีนี้บูธของประเทศไทยทำได้ดีมาก ได้รับคำชมจากประเทศอื่นๆ ขอให้เครดิต กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดงาน โดยมีตัวแทนไทยจาก จ.น่าน ตรัง และอีกหลายจังหวัดที่ไปจัดบูธ จากการเดินดูบูธประเทศอื่นๆเห็นว่าอยากจะปรับปรุงอะไรให้การท่องเที่ยวของประเทศ ไทยน่ามายิ่งขึ้น เมื่อถามว่านายกฯไปเดินซุปเปอร์มาร์เกต และตลาดที่ต่างประเทศมีมิติอะไรที่สามารถนำมาต่อยอดของไทยได้บ้าง นายกฯตอบว่า ได้เห็นสินค้าจากประเทศอื่นๆ รวมถึงสินค้าของไทยที่ราคาดีมาก โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เป็นแนวทางเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้ น่าจะมีการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อถนอมสินค้า รวมถึงการวิจัยทำให้ผลไม้ ของสดหรือข้าวที่นำไปขายต่างประเทศมีวิธีที่เป็นมาตรฐานและเอกลักษณ์ของไทยมีความพิเศษ ทำไมต้องซื้อของไทยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่