กคพ.ถอยคดีอั้งยี่ซ่องโจร ลงมติ 11 ต่อ 4 งดออกเสียง 3 เสียง รับเป็นคดีพิเศษเฉพาะความผิดฐานฟอกเงิน ไม่แตะคดีภายใต้อำนาจ กกต. “ภูมิธรรม” แจงพิจารณาข้อกฎหมายโดยแท้ ไม่เกี่ยวความสัมพันธ์บุคคลหรือการเมือง “ทวี” เผยจ่อตั้งคณะทำงานสอบสวนเล็งขยายผลความผิดอาญาอั้งยี่ซ่องโจร “อิทธิพร” โต้ กกต.สอบอยู่คดีทุจริตเลือก สว. มี 122 เรื่อง ผ่านคณะสืบสวนไต่สวนแล้ว แจงยิบขั้นตอนทำงานต้องใช้เวลา ขีดเส้นให้จบใน 1 ปี ไม่พอขยายเวลาได้ “อนุทิน” ปัดดีล 4 บิ๊กการเมืองเอี่ยวมติ กคพ. อวย “นายกฯอิ๊งค์” แกร่งขึ้นทุกวัน “ธรรมนัส” โอ่กุมเสียง 34 สส.หนุนนายกฯสู้ศึกซักฟอก ศาลอาญาไม่อนุญาต “ทักษิณ” บินไปอินโดฯร่วมประชุมอาเซียน ชี้ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ “แพทองธาร” หารือ บ.เบเยอร์ เอจี ร่วมมืองานวิจัยพัฒนาเกษตรกรไทยที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติ 11 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ไม่รับคดีโพยฮั้วเลือก สว.ความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจรเป็นคดีพิเศษ แต่รับเฉพาะความผิดฐานฟอกเงินเป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 (1) ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนคดีฟอกเงินกคพ.ถกวาระร้อนส่งมวยแทนอื้อเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งที่ 3/2568 โดยบอร์ด กคพ.โดยตำแหน่งประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอรรถพล อรรถวรเดช ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง (ผู้แทนปลัดกระทรวงการคลัง) นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง (ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย) นายณรงค์ งามสมมิตร ที่ปรึกษากฎหมาย (ผู้แทนปลัดกระทรวงพาณิชย์) นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ (ผู้แทนอัยการสูงสุด) นายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา) พล.อ.พิสิษฐ์ นพเมือง เจ้ากรมพระธรรมนูญ นายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกฎหมาย (ผู้แทนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขาดประชุม 1 ราย คือ พล.ต.ท.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (ผู้แทน ผบ.ตร.)กรรมการสาย ตร.ขาดประชุม 3 รายขณะที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วยนายเพ็ชร ชินบุตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐ ศาสตร์ ที่มาเซ็นชื่อแต่ไม่เข้าร่วมประชุม นางดวงตา ตันโช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นายชาติพงษ์ จีระพันธุ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย นางทัชมัย ฤกษะสุต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพล และนายณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการธนาคาร ที่ขาดประชุมคือ พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสอบสวนคดีอาญา และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จึงมีบอร์ดเข้าประชุม 18 ราย ขาดประชุม 3 ราย“คำรบ” ซัดแก๊งฮั้วโยงระดับประเทศผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างประชุม พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. สว.สำรอง มาถือป้ายไวนิลส่งกำลังใจ กคพ.รอลุ้นฟังผลการพิจารณา โดย พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า ได้พบเห็น กระบวนการการฮั้วใช้โพยเลือกตั้งตั้งแต่วันแรกที่เลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ โดยเฉพาะยิ่งเมื่อวันที่ 26-27 มิ.ย. เลือกระดับประเทศที่เมืองทองธานี ได้นำข้อมูลผู้ทำโพยที่ถูกชักจูงผู้ที่เต็มใจและผู้ถูกหลอกร่วมทำโพยส่งให้ กกต.สอบสวนไปตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. หลังเลือก 1 วัน กกต.อยู่ระหว่างสอบสวน ยังไม่มีความชัดเจน จึงได้มาร้องดีเอสไอ สืบทราบว่าเครือข่ายดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงระดับประเทศ มีการวางแผนบงการฮั้วเลือกตั้ง สว.“อ้วน” แจงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอำนาจ กกต.ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ประธาน กคพ. พร้อม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม รองประธาน กคพ. ร่วมแถลงผลการประชุม โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า บอร์ด กคพ.พิจารณาข้อเท็จจริงหลังมีผู้มาร้องกล่าวหามีการกระทำความผิดตามกฎหมายเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ไม่ได้พิจารณากระบวนการเลือก สว. เห็นว่าการร้องทุกข์มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินซึ่งมีลักษณะเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ สอดคล้องกับกฎหมายกับการได้มาซึ่ง สว.ที่ระบุว่าการใช้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้เลือกหรือไม่เลือกผู้สมัคร เป็นความผิดฐานฟอกเงินด้วย โดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอำนาจและหน้าที่ของ กกต. กระทรวง ยธ.ดูแลการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับบุคคลที่กระทำความผิดตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น เป็นการทำงานลักษณะประสานงานร่วมกัน ดีเอสไอได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหาย นิ่งเฉยไม่ได้จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผลเสียจะเกิดกับประชาชน11 ต่อ 4 รับคดีพิเศษเฉพาะฟอกเงินนายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 18 คน มีผู้ลาประชุม 3 คน และอีก 1 คน ได้เซ็นชื่อเข้าร่วมประชุม แต่ขอออกจากที่ประชุมก่อน มีมติชี้ขาดฐานคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21(1) ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 บอร์ด กคพ. จะโหวตตามเสียงข้างมาก ทั้ง 18 คน มีมติรับเป็นคดีพิเศษ 11 คน งดออกเสียง 3 คน และไม่เห็นด้วย 4 คน ส่วนตามมาตรา 21 (2) ตามเสียง 2 ใน 3 ในที่ประชุม ไม่ได้เข้าเงื่อนไขดังกล่าว หากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 มาตรา 77 วรรคหนึ่ง อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของ กกต.ให้แจ้งต่อคณะกรรมการ กกต.ทราบ เพื่อพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของบุคคลหรือการเมือง เราพิจารณาตามข้อกฎหมายแท้ๆ ขณะนี้เป็นเพียงแค่กระบวนการที่รับมาเพื่อจะสืบสวนสอบสวน ทั้งหมดอยู่ที่ศาลยุติธรรมต้องเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย เราไม่ได้เป็นผู้ชี้ขาดความผิด“ทวี” เล็งขยายผลคดีอาญาฐานอั้งยี่ด้าน พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า หลังจากรับคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ จะเชิญพนักงานอัยการร่วมสอบสวนด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและอำนวยความยุติธรรม และจะตั้งคณะทำงานสอบสวนนำ ประสานข้อมูลกับ กกต.อยู่แล้ว ที่ผ่านมาร่วมกันทำงานกันมาตลอด เพราะข้อหาฟอกเงินความผิดอาญาอื่นไม่จำเป็นต้องเชิญผู้แทน กกต. ทั้งนี้ดีเอสไอทำเฉพาะกรณีความผิดเกี่ยวกับฟอกเงิน และอาจขยายผลเกี่ยวกับคดีอาญาอื่น เช่น อั้งยี่ แต่หากกลุ่ม สว.อยากมาแสดงความบริสุทธิ์ เราพร้อมจะรับฟังชี้มีทรัพย์สินกระทำผิดเกิน 300 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่บอร์ด กคพ.มีมติ 11 เสียงให้รับคดีความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ในคดีฮั้ว สว.67 ไว้เป็นคดีพิเศษเพียงฐานความเดียว เนื่องจากกรรมการได้ยกข้อหารือเมื่อการประชุมบอร์ด กคพ. ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 25 ก.พ.พบว่าลักษณะคดีความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ถือเป็นความผิดตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ให้เป็นคดีพิเศษได้ด้วยอำนาจอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการที่มี โดยเฉพาะชี้ขาดว่าให้เป็นความผิดฐานฟอกเงินทางอาญาแห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เพราะเข้าเงื่อนไขกรณีมีทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป เป็นความผิดตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 อยู่แล้ว จะเป็นคดีพิเศษได้โดยไม่ต้องอาศัยมติบอร์ด จากรายงานสืบสวนของดีเอสไอและการสอบปากคำพยาน ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการใช้เงินเกี่ยวกับขบวนการเลือก สว.67 มากเกิน 300 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงก่อนเลือก สว.ระดับอำเภอและต่อเนื่องจนถึงหลังจบการเลือก สว.ระดับประเทศ และหมายรวมถึงการเตรียมทรัพย์สินไว้ใช้กระทำความผิด ทั้งการใช้หรือผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาด้วย จึงวินิจฉัยให้รับคดีฟอกเงินไว้เป็นคดีพิเศษ ด้วยมติชี้ขาด 11 เสียงจากทั้งหมด 18 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียงผู้แทนกฤษฎีกา–ธปท.–มท.ไม่เห็นชอบผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการ กคพ.ที่มีมติไม่เห็นชอบ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา) 2.นายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ ผอ.อาวุโสฝ่ายกฎหมาย (ผู้แทนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) 3.นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง (ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย) และ 4.พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ส่วนผู้งดออกเสียง 3 ราย คือ 1.นายณรงค์ งามสมมิตร ที่ปรึกษากฎหมาย (ผู้แทนปลัดกระทรวงพาณิชย์) 2.นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ (ผู้แทนอัยการสูงสุด) และ 3.นายอรรถพล อรรถวรเดช ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงการคลัง (ผู้แทนปลัดกระทรวงการคลัง)ไม่แตะฐานความผิดในอำนาจ กกต.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการสอบสวนคดีพิเศษจากนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจะแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษขึ้น 1 ชุด สอบสวนข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์ต่อการทำสำนวนคดี หลังจากนี้หากสอบสวนขยายผลแล้วพบฐานอาญาความผิดอื่น เช่น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 (ฐานอั้งยี่) และความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (3) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษสามารถรับเพิ่มไว้ดำเนินการได้ เนื่องจากจะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุมของบอร์ด กคพ.อีกแล้ว แต่คณะพนักงานสอบสวนต้องไปสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน ส่วนกรณีฐานความผิดมาตรา 77 (1) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 จะเป็นอำนาจดำเนินการของ กกต. เพื่อไม่ให้ทับซ้อนหรือขัดแย้งทางกฎหมายระหว่าง 2 หน่วยงาน“บิ๊กเกรียง” ไม่หวั่นสอบฟอกเงินฮั้ว สว.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ กคพ.มีมติรับคดีฮั้วเลือก สว.เป็นคดีพิเศษ เฉพาะกรณีความผิดฐานฟอกเงินว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการ หน้าที่ใครหน้าที่มัน หากมีประเด็นดังกล่าวต้องเคลียร์กันไป ไม่ได้หนักใจ ให้เป็นไปตามกระบวนการ ทุกคนพร้อมชี้แจงหากมีรายชื่อ แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่รู้ว่ามีการกล่าวหาใครบ้าง เมื่อถามว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ระบุว่ามีรายชื่อ สว.กว่า 100 คน ตรงกับโพยที่หลุดออกมา พล.อ.เกรียงไกรย้อนถามว่า แล้วชื่อหลุดออกมาได้อย่างไร เมื่อถามว่า เป็นการล้มฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกรตอบว่า ไม่เคยได้ยิน แต่ได้ยินมาจากนักข่าว หลังจากนี้อาจต้องพูดคุยกัน ขอให้รู้ก่อนว่ามีรายชื่อ สว.คนใดบ้างที่ถูกกล่าวหา เขาเรียกมาคงจะรู้เอง“อิทธิพร” ยันสอบอยู่ทุจริตเลือก สว.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแผนการดำเนินโครงการจัดทำแผน ปฏิบัติการดิจิทัลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระยะ 5 ปี (กิจกรรม Kick-off Meeting) นายอิทธิพรกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้ที่ดีเอสไอประชุมกันอยู่ เราพูดๆกันอยู่ว่ามีข่าวว่า กกต.จะโอนเรื่องไปให้ดีเอสไอ กกต.จะไม่ทำเรื่องนี้แล้ว คนสงสัยว่าเราทำเรื่องคำร้อง สว.อยู่หรือเปล่า ทั้งตนและเลขาธิการ กกต.พูดไปหลายครั้งว่า คำร้อง สว.มีทั้งหมดกว่า 500 เรื่อง เป็นคำร้องเกี่ยวกับมาตรา 77 (1) กว่า 200 เรื่อง ทำเสร็จไปแล้วกว่า 100 เรื่อง ไม่รับก็มี แต่ที่อยู่ระหว่างเข้มข้นมีประมาณ 150 เรื่อง การสืบสวนไต่สวนต้องใช้เวลา คนเกี่ยวข้องมันเยอะ ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องให้มีโอกาสทราบรับรู้ชี้แจง แก้ข้อกล่าวหา จนคนลืมไปแล้วว่า กกต.ทำอยู่หรือเปล่าที่เขาร้องกันยังทำอยู่ แล้วเรื่องมาถึงคณะอนุฯของเราก็เยอะ แต่ดีเอสไอเท่าที่จำได้มีคำร้อง 3 เรื่อง ที่เขาจะรับหรือไม่รับ แต่ของเราที่ตรวจสอบล่าสุดมี 122 เรื่องที่ผ่านคณะสืบสวนไต่สวนมาแล้วขีดเส้นให้จบใน 1 ปีไม่พอขยายได้นายอิทธิพรกล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ถ้ามีระบบแสดงความเคลื่อนไหวของกระบวนการพิจารณาของเราให้คนได้รับรู้ รับทราบว่ากระบวนการคำร้องของกกต.มีกี่ขั้น ขั้นตอนพิจารณา กกต. ขั้นตอนที่ 1 คณะกรรมการสืบสวนไต่สวน 20 วัน +15 วัน +ได้อีก 15 วัน 2.สืบสวน ไต่สวนจังหวัดเสร็จแล้ว 3.ไป ผอ.จังหวัด 4.เข้ามาส่วนกลาง 5.คณะอนุฯ และ กกต. ถ้าเรามีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะบอกได้ว่าคำร้องเรื่องนี้เข้ามาส่วนกลางแล้วคนจะเห็นความคืบหน้าว่า คำร้องนี้ยื่นเมื่อ 18 ก.ค.2567 หลังวันเลือกระดับประเทศวันที่ 26 มิ.ย.2567 ถึงวันนี้เป็นวันที่ 6 มี.ค.2568 มันเหลืออีก 3 เดือนกว่าๆถึงจะครบปี ครบปีเป็นกำหนดเวลาที่เรากำหนดไว้เองว่าจะทำให้เสร็จภายใน 1 ปี ถ้าไม่เสร็จก็ขยายได้ แต่ต้องมีเหตุผลในการขยาย ฉะนั้นถ้าเรามีระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการทำงานเราศาลไม่อนุญาต “ทักษิณ” ขอไปอินโดฯเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เดินทางมายื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ตามที่มีหนังสือเชิญจากประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยนายทักษิณเดินทางมาด้วยรถเบนซ์ รุ่นมายบัค ทะเบียน ธษ 267 กรุงเทพ มหานคร มีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณเดินทางมาศาลอาญาด้วย ต่อมาเวลา 10.00 น. ศาลอาญาไต่สวนคำร้องใช้เวลาการไต่สวนนาน 2 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 12.02 น. นายทักษิณ เดินทางออกจากศาลอาญาต่อมาช่วงบ่าย ศาลอาญามีคำสั่งในคำร้องที่นายทักษิณ ชินวัตร ขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร“อนุทิน” อวยนายกฯ แกร่งขึ้นทุกวันอีกเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงปลาย มี.ค. ว่าฝ่ายตรงข้ามได้วิพากษ์วิจารณ์นายกฯ แต่เชื่อว่านายกฯเข้มแข็ง แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ลูกเสืออย่างไรก็เป็นเสือ อย่าลืมว่าเพิ่งทำงานมาได้แค่6 เดือนเท่านั้น เมื่อถามว่าพรรค ภท.ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาเสถียรภาพรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้น นายอนุทินตอบว่า ยืนยันสนับสนุนนายกฯ อย่างแน่นอน “จำได้ไหมตอนแรกมีข่าวจะอภิปรายรัฐมนตรี 10 ท่าน ผมบอกกับนายกฯเลยว่าผมจะโหวตให้ทุกคน แม้ตอนนั้นมีข่าวพรรคร่วมฯ มีปัญหาระหว่างกันก็ตาม แต่ผมยืนยันจะสนับสนุน หากผู้ที่ถูกอภิปรายทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย พรรค ภท.เรารักษามารยาทระหว่างกัน”มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลแข็งโป๊กเมื่อถามถึงเสถียรภาพของรัฐบาล นายอนุทินตอบว่า วันนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี รัฐบาลเข้มแข็งจะตาย นายกฯบอกมั่นใจ ครม.ก็ให้ความมั่นใจกับนายกฯว่าสนับสนุนเต็มความสามารถ ทำให้นายกฯชี้แจงการอภิปรายให้เคลียร์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เชื่อมั่นนายกฯชี้แจงได้ เมื่อถามว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายลงแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ยืนยันไม่มีสถานการณ์การเมืองตึงเครียด ไม่เคยเห็นความตึงเครียด และไม่เคยมีความตึงเครียด การอภิปรายครั้งนี้ยอมรับไม่รู้สึกอะไร แต่พรรค พท.เที่ยวนี้อาจเป็นครั้งแรกที่อยู่ในสถานะรัฐบาลผสม อาจกังวลบ้าง ในฐานะพรรคร่วมฯ ยืนยัน นอนยัน นั่งยันต่อนายกฯ ไม่มีอะไรต้องกังวล ถูกอภิปรายคนเดียว พรรคร่วมรัฐบาลพร้อมสนับสนุนปัดดีล 4 บิ๊กการเมืองเอี่ยวมติ กคพ.เมื่อถามถึงกรณี กคพ.รับเพียงคดีฐานฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ ไม่รับฐานอั้งยี่ซ่องโจร เป็นผลจากดีล4 ผู้มีบารมีทางการเมือง หารือที่บ้านจันทร์ส่องหล้า นายอนุทินกล่าวว่า นี่แหละหลอกถามอยู่นั่นแหละ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ สว. แต่มีเพื่อนเป็น สว.เพียบ สมัยก่อนไปประชุมสภาฯ เบื่อกินข้าวกับ สส.ข้ามไปกินข้าวกับ สว. วันนี้ไม่กล้าไปกินแล้ว เดี๋ยวหาว่าไปยุ่งวุ่นวาย ทำให้ทุกอย่างเดือดร้อน เมื่อถามว่าจะระวังตัวในการพบกับ สว.ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ได้ระมัดระวัง แต่จะนำไปวิเคราะห์ผิด ตนก็ซวย ช่วงนี้กำลังมีเรื่องร้อนอยู่ เมื่อถามว่า ได้โทรศัพท์หา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ให้กำลังใจหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ต้องให้กำลังใจ มั่นใจในเพื่อนไม่เป็นอั้งยี่ซ่องโจร ใครพูด ก็ไม่เชื่อ เมื่อถามว่า เหมือนดูสบายใจขึ้นที่ดีเอสไอไม่รับฐานอั้งยี่ซ่องโจรเป็นคดีพิเศษ นายอนุทินตอบว่า เป็นธรรมดา เพราะเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงกัน“ธรรมนัส–นฤมล” ทำบุญพรรค กธ.เมื่อเวลา 07.30 น. ที่อาคารพรรคกล้าธรรม (กธ.) ถนนรัชดาภิเษก กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ หัวหน้าพรรค นำคณะกรรมการบริหาร สส.และสมาชิกพรรค ทำบุญเปิดที่ทำการพรรค มี น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาร่วมด้วย โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เปลี่ยนชื่อจากอาคารปานศรีเป็นอาคารกล้าธรรม ที่นี่ตอนปี 62 ได้ สส.120 คน ฮวงจุ้ยดี เจ้าที่ดี ตอนนี้ศูนย์ทั้ง 4 ภาค จะเปิดภายในเดือน มี.ค. แต่ละจังหวัดอีก 68 ศูนย์ต้องเสร็จในเดือน เม.ย. พรรค กธ.พร้อมเลือกตั้งปี 70 แล้วผู้สมัคร สส.ของพรรคต้องเปิดมาแล้วร้องว้าวใช่เลย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ จะรวมพลของคนหลากหลายอาชีพทุกวัยนักรบอย่างตนไปลุยในพื้นที่เลือกตั้ง คอยดูแลประชาชนโอ่กำ 34 เสียงยกมือหนุนนายกฯร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ถึงจำนวนเสียง สส. พรรค กธ.ว่า ถ้าหากนับอย่างไม่เป็นทางการคือ 34 เสียง โดยทางการ สส. พรรค กธ.คือ 24 เสียงส่วนอีก 10 เสียงไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล และการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงนี้ เสียง พรรค กธ.จะไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด เมื่อถามว่าจะมี สส. พรรค พปชร.มาเพิ่มอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าไม่ทราบ เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้เคยระบุว่าสุดท้ายแล้ว สส.พรรค พปชร.จะย้ายมาอยู่ด้วย ตอนนี้มีการแสดงความจำนงแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าวันนี้เป็นวันมงคล ไม่อยากพูดถึงพรรคนู้นพรรคนี้ แต่เรายืนยันเสียงสนับสนุนรัฐบาลมี 34 เสียง ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.จะนำอภิปราย หัวหน้าพรรคการเมืองมีสิทธิจะอภิปรายตามสไตล์ของท่าน จะมีข้อมูลเด็ดหรือไม่ตนไม่ทราบ ในฐานะเคยใกล้ชิดถ้าตนยังอยู่คงไม่ให้ท่านอภิปราย ถ้าคนรักท่านต้องรักท่านจริงๆเพื่อไทย-ภูมิใจไทยตบจูบเรื่องปกติอย่าคิดมากร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. กับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ครูใหญ่แห่งพรรค ภท. เข้าพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะที่ยังมีปัญหาความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติ อย่าไปคิดมาก มีทุกพรรค เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลจะทำงานครบเทอมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องแยกแยะระหว่าง 2 สภาฯ สส.กับการได้มาซึ่ง สว.ไม่เกี่ยวกัน และเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว รัฐบาลเดินหน้าต่อได้ เมื่อถามถึงกรณี ครม.ทำหนังสือสอบถามศาลรัฐธรรมนูญถึงความชัดเจนคุณสมบัติรัฐมนตรีเรื่องจริยธรรมที่ถูกดำเนินคดี หลายฝ่ายมองว่าเพื่อเปิดทางให้ ร.อ.ธรรมนัสกลับมาเป็นรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกัน ไม่ทราบเรื่อง ต้องอย่าลืมว่าตนเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 2 สมัย และมีคำพิพากษาศาลชัดเจนอย่าไปหลงประเด็น เมื่อถามว่า หากปรับ ครม.พร้อมรับตำแหน่งหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปมองอะไรไกล รัฐมนตรี ทั้ง 3 คนที่ส่งไปดูแลกระทรวงเกษตรฯยังทำหน้าที่ได้ดี ขณะที่นางนฤมลกล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณการปรับ ครม.นายกฯคุย บ.เบเยอร์ฯพัฒนาเกษตรกรเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น กรุงเบอร์ลินที่ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมชม บริษัท Bayer AG บริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านค้นคว้าวิจัยและผลิตภัณฑ์ด้านชีว วิทยาศาสตร์ โดย น.ส.แพทองธารได้พบหารือกับ Dr.Christian Rommel หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา Global Head of Research and Development ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ได้พบหารือกันต่อเนื่องจากเมื่อเดือน ม.ค.68 ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส แสดงถึงโอกาสและความพร้อมร่วมมือกัน โดย น.ส.แพทองธารกล่าวว่า การแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน จะทำให้เกิดการพัฒนาและประชาชนได้รับประโยชน์แท้จริง ให้ความสำคัญกับการศึกษาและวิจัย พัฒนาเพื่อการเกษตรที่ก้าวหน้า ยกระดับชีวิตเกษตรกร เพิ่มผลผลิต เพิ่มราคาและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนและพร้อมร่วมมือในโครงการ better life farmer กับ Bayerด้านผู้บริหาร Bayer กล่าวว่า จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นความก้าวหน้าในงานวิจัยของบริษัทอย่างสร้างสรรค์ทั้งด้านเกษตรกรรมและชีววิทยา รวมทั้งหาแนวทางร่วมกันเพิ่มความร่วมมือระหว่างบริษัทกับประเทศไทยร่วมเวิร์กช็อป–หารือซีอีโอทริป.คอมต่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ที่ Berlin ExpoCenter City เป็นวันสุดท้ายของการจัดงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวระดับโลก Internationale Tourismus Borse หรือ ITB Berlin 2025 น.ส.แพทองธาร ได้เข้าเยี่ยมชมคูหาประเทศไทยเป็นวันที่ 2 มีนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวฯ น.ส.นันทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้อนรับ นายกฯได้พบปะและหารือกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานกิจกรรมไทยแลนด์ มินิมาร์ท พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ซื้อทั่วภูมิภาคยุโรปที่ร่วมกิจกรรมนี้ 30 ราย มีรายใหม่ 25 รายและได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป Scents of Thai DIY ทำถุงเครื่องหอมแบบไทยจากดอกไม้แห้งและน้ำมันหอมดอกไม้ไทย ร่วมชมจัดแสดง Thailand Green Destinations Map นำเสนอสินค้าท่องเที่ยวไทยที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ตลอดจนชมการสาธิตมวยไทยโบราณ ที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคยุโรปอย่างมาก นอกจากนี้นายกฯยังได้หารือกับผู้บริหาร Trip.com หนึ่งในผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของโลกด้วยหวังท่องเที่ยวคึกคักกระตุ้น ศก.ฟื้นต่อมาเวลา 18.20 น. น.ส.แพทองธาร ทวีตข้อความถึงการหารือกับ Trip.com หนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกด้านท่องเที่ยวแบบครบวงจร เนื้อหาสรุปว่า ขอบคุณที่บริษัทให้ความสำคัญจัดตั้งและการดำเนินงานในประเทศไทย มีส่วนช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว ทำให้การท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายของชาวต่างชาติ และได้พูดคุยถึงความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯและ ททท.สนับสนุนการขายผ่านโซเชียลมีเดีย แพ็กเกจและโปรแกรมการท่องเที่ยวไทย ทำให้การท่องเที่ยวไทยง่ายขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการใช้แพลตฟอร์ม Trip.com ช่วยสื่อสาร ทำความเข้าใจต่อนักท่องเที่ยวในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับประเทศไทย โดยเฉพาะต่อนักท่องเที่ยวชาวจีน เพราะเป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและมีผู้ติดตามชาวจีนจำนวนมาก เชื่อว่าจากการสนับสนุนของ Trip.com และทุกเครือข่ายที่รัฐบาลเดินหน้าเข้าพบหารือจะช่วยกันผลักดัน ทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่การท่องเที่ยวไทยคึกคัก มีสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย“โรม” ฉะ สมช.หมกเม็ดส่งกลับ 40 อุยกูร์เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เปิดเผยหลังการพิจารณาวาระผลกระทบจากการผลักดันชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีนว่า ได้ข้อมูลน่าสนใจว่า ในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) วันที่ 8 ม.ค.68 มีหนังสือจากทางการจีนส่งถึงไทย เพื่อขอตัวชาวอุยกูร์เป็นทางการ สมช.มีการประชุมและลงมติ 17 ม.ค.68 ถือเป็นข้อมูลสำคัญ เท่าที่ทราบมีการประชุมคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ หลังมีมติส่งตัวชาวอุยกูร์ ทั้ง 40 คนกลับจีน มีการยืนยันว่าจะไม่ส่งตัวกลับจีนแน่นอน การประชุมสภา สมช.ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็น 3 คีย์แมนสำคัญที่ตัดสินใจเรื่องนี้ โดยยึดเหตุผลส่งกลับไม่ชัดเจนว่าประเทศไทยได้ประโยชน์อะไร ที่ระบุว่าไม่มีประเทศที่สามพร้อมรับชาวอุยกูร์ พบข้อเท็จจริงไทยไม่เคยทำหนังสือเป็นทางการสอบถามประเทศที่สาม กระทรวงการต่างประเทศบอกว่าประเทศที่จริงจังที่สุดในการขอรับคนอุยกูร์คือจีนกต.ยันจีนให้คำรับรองส่งกลับคืนสู่สังคมด้านนายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงกับคณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯกรณีผลกระทบหลังส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีนว่า การส่งชาวจีน 40 คนกลับไปที่จีนเป็นคำร้องจากจีน มีหนังสือยืนยันและให้การรับรองให้กลับคืนสู่สังคมปกติ ถือว่าคำมั่นของจีนยืนยันที่จะไม่ทำให้ทั้ง 40 คน กลับไปสู่อันตราย เป็นปัจจัยทำให้รัฐบาลไทยส่งกลับ รัฐบาลเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดคือส่งตัวกลับไปยังจีน ไม่อยากให้เป็นประเด็นกับประเทศอื่นๆ เพราะแต่ละประเทศส่วนใหญ่เข้าใจดีและเป็นมิตรกับประเทศเรา แต่เราเห็นว่าหากประเทศที่สามยินดีจะรับคนจีนเหล่านี้ไปจริง ควรช่วยหารือเจรจากับจีน เพื่อยินดีให้ประเทศไทยส่งตัวไปยังประเทศที่สาม ส่วนข้อกังวลจะปลอดภัยจริงหรือไม่ เราจำเป็นต้องยึดมั่นคำพูดของมิตรประเทศเราคือจีน เรื่องนี้เป็นเพียงสมมติฐานความเชื่อของแต่ละบุคคล ต้องพิสูจน์กันต่อไป เป็นไปได้ที่จะเชิญจุฬาราชมนตรีเป็นผู้แทนไปร่วมติดตามต่อไป กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมร่วมมือ เพื่อให้รับทราบสถานะและสวัสดิภาพของคนเหล่านี้ต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่