โหมงานจนเครื่องรวน ต้องเบรกซ่อมร่างแป๊บสภาพอิดโรย “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยื่นใบลาป่วย ยกเลิกภารกิจ 1 วัน จากอาการหลอดลมอักเสบ เสียงแหบแห้ง ให้น้ำเกลือเติมพลังแล้ว แต่เอาไม่อยู่ ต้องหยุดพักบ้างภายใต้สถานการณ์ภาคบังคับ พักนานไม่ได้ ตามโปรแกรมสำคัญที่รออยู่คือ การแก้ปัญหาโจทย์เศรษฐกิจ ภารกิจเร่งด่วนอย่างที่เพิ่งเห็นช็อตสำคัญ เปิดทำเนียบรัฐบาลหารือคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ดึงหัวขบวนจากหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมวางแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้วิกฤติปากท้องประชาชนตีคู่ไปกับที่ นายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง หารือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งขับเคลื่อนนโยบายการทำงานให้เดินไปทิศทางเดียวกัน ทั้งเรื่องอัตราเงินเฟ้อ นโยบายลดดอกเบี้ย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางการลงทุน ร่วมด้วยช่วยกัน พลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศอีกทางหัวหมุน มือเป็นระวิงทุกฝ่าย โหมปั่นผลงานกู้เศรษฐกิจ มาเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นหลักประกันให้รัฐบาลอยู่ยาว ในยามที่พายุการเมืองกำลังก่อตัวผสมโรง ร่วมเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลตามร่องรอยซ่อนกลทางการเมือง มีการสร้างเงื่อนไขต่อรอง เปิดเกมวัดพลังกันต่อเนื่องตัวอย่างชัดๆ กรณีขับเคลื่อนการนิรโทษกรรมคดีการเมือง เกมที่พรรคเพื่อไทยตกที่นั่งเสียเปรียบ เป็นเสียงข้างมากแต่คุมเกมไม่ได้ ต้องใส่เกียร์ถอยเล่นตามน้ำไปกับพรรคร่วมรัฐบาล ไม่นิรโทษกรรมความผิด มาตรา 112สถานการณ์ตกเป็นรอง คอยไล่แก้เกม ประนอมดุลอำนาจเพื่อนร่วมรัฐบาลตลอดแม้กระทั่งกรณีร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่ต้องตั้ง กมธ. ร่วม สส.-สว. มาเจรจาปลดล็อกหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ในการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ก็ยังพลาดท่า เสียเก้าอี้ประธาน กมธ.ร่วม ให้ฝ่าย สว.สัญญาณแปร่งๆ ผิดปกติในฝ่ายเดียวกันเอง ทั้งเสียง สส.มาไม่ครบ 14 คน ในวันโหวตเลือกประธาน กมธ. การที่ สส.พรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนลงคะแนนสนับสนุนยกเก้าอี้สำคัญให้ฝั่งวุฒิสภา หรือบางคนงดออกเสียงผิดธรรมชาติหลายจุด เจาะจงสกัดพรรคเพื่อไทยคุมเกมแก้กฎหมายประชามติโดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลเสียงแตก เริ่มเห็นเค้าลางปลายทางปรับจูนหลักเกณฑ์ประชามติ ไม่มีทางกลับไปใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว ตามที่ค่ายแดงหวังไว้ได้แน่อำนาจคุมเกมแก้กฎหมายสำคัญไม่ได้อยู่ในการควบคุม หนำซ้ำยังตกอยู่ในวงล้อมพรรคร่วมรัฐบาลแม้กระทั่งการเสนอแก้รัฐธรรมนูญก็ดูทรงคุมธงลำบาก ไม่แคล้วถูกต่อรองกดดันหนักจากเพื่อนร่วมรัฐบาลต้องไปเปิดโหมดวัดพลังกันอีกครั้ง ตอนเปิดสภาเดือน ธ.ค. ไม่รู้จะลงเอยอย่างไรเพื่อไทยไล่เจรจาต่อรองพรรคร่วมฯไม่จบสิ้น มีแต่เข้าเนื้อเสียรังวัด นโยบายแก้กฎหมายสร้างประชาธิปไตยที่หาเสียงไว้ โดนดักทำลายจังหวะเสี่ยงกระทบคะแนนนิยม เสียฐานมวลชนให้คู่แข่งสำคัญ พรรคประชาชนเพื่อไทยติดล็อกเกมอำนาจต่อรองพรรคร่วมรัฐบาล ทำได้แค่ประคับประคองการทำงานให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด ไม่ให้สะเทือนเสถียรภาพเก้าอี้ผู้นำขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจก็คอยสร้างความพะวง หรือคดีแชร์ลูกโซ่ธุรกิจขายตรง “ดิ ไอคอน” ก็เล่นงานคีย์แมนพรรคเพื่อไทย โดนหางเลข เปื้อนโคลนมอมแมม ปั่นป่วนไปตามๆกันไม่นับรวมกระบวนการนิติสงครามอีกสารพัด ในชั้น กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ อาทิ คดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำแทรกแซงพรรคเพื่อไทย คดีล้มล้างการปกครองฯ คดีปมจริยธรรมนายกฯสารพัดปัญหาพุ่งปะทะรอบทิศ ชวนเสียวไส้อยู่ไม่ครบเทอมถึงจะกุมอำนาจบริหาร แต่ไม่ได้การันตีจะมีแต้มต่อเหนือพรรคอื่น ภายใต้บริบทลี้ลับการเมืองไทยที่แวดล้อมไปด้วยค่ายกลในคิวที่พรรคภูมิใจไทยของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็รอจังหวะแต่งตัวลุ้นตะกายขึ้นอำนาจผู้นำ หากนายกฯหญิงเพลี่ยงพล้ำประสบอุบัติเหตุการเมืองโจทย์การเมือง-โจทย์เศรษฐกิจ รายล้อมต้อน “นายกฯอิ๊งค์” ให้เข้าตาจน อย่างที่เริ่มมีการปั่นกระแสปล่อยข่าวนายกฯอาจชิงยุบสภา หนีการถูกยุบพรรคเซ็ตซีโร่เริ่มต้นกันใหม่ แต่ต้องวัดใจจะกล้าเสี่ยงหรือไม่ ในสถานการณ์ความเป็นจริงที่พรรคเพื่อไทยยังแก้โจทย์เศรษฐกิจ พิชิตใจประชาชนไม่ได้ถ้าชิงความได้เปรียบไม่สำเร็จ ยุบสภาไป ก็เหมือนทุบหม้อข้าวตัวเอง!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม