การพิจารณา ดำเนินคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญา โดยเฉพาะคดีร้ายแรง เช่น ฆ่าคนตาย ที่แยกเป็นโดยเจตนาและโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะแยกการกำหนดโทษตามความรุนแรงของการกระทำ เช่น ผู้ลงมือฆ่า กับผู้บงการฆ่า จะได้รับโทษในระดับเดียวกัน ผู้วางแผน ผู้ปฏิบัติ ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ รู้เห็นการกระทำความผิดโดยไม่คัดค้าน ไม่แจ้งการกระทำความผิดต่อเจ้าหน้าที่ ก็จะมีความผิดหนักเบาไม่เท่ากัน ถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ คำพูด หรือ คำสาบาน ของผู้กระทำความผิดแล้วจะพ้นความผิดไปได้เรื่องราวและเรื่องเล่า ในกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้ มีความพัวพันโยงใยทั้งในทางนิตินัยและพฤตินัยหลายเรื่องหลายประเด็น ที่ดังเป็นพลุ หมูเถื่อน มาจนถึง ขบวนการรีดทรัพย์ข้าราชการในกระทรวง ที่ถูกเพ่งเล็งว่าเป็น ทฤษฎีสมคบคิด มีการสร้างสตอรี่ ตัวละครตั้งแต่เริ่มกระบวนการไปจนถึงสิ้นสุดกระบวนการตบทรัพย์ ตบจูบ ตบจูบ จนต้องยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ปัญหาไม่อยู่ที่กระบวนการพวกนี้อย่างเดียว แต่ข้าราชการก็มีพิรุธที่ทำให้เกิดข้อร้องเรียน สบช่องทางตั้งแต่ในชั้นกรรมาธิการข้อสำคัญคือกระบวนการเหล่านี้มีนายคุ้มครองถามว่าจะไปพัวพันเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ คำตอบคือก็มีส่วน เพราะผลกระทบงวดนี้ พรรคการเมืองที่เสียเครดิตอย่างแรงคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนหน้านี้ก็ ประชาธิปัตย์ จะปฏิเสธความรับผิดชอบว่าเป็นเรื่องส่วนตัวคงไม่ได้และผลกระทบกับพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็จะกระทบถึงอนาคตของหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคการเมืองในหน้าที่การงานด้วย จะช้าจะเร็วจะมากจะน้อยแค่ไหนเท่านั้นวันวาน ศาลแขวงปทุมวัน อ่านคำพิพากษา อัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยรวม 8 ราย ข้อหาการร่วมชุมนุมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2562 มีชื่อคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาตกเป็นจำเลย อาทิ พริษฐ์ ชิวารักษ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ประเด็นที่จำเลยกล่าวอ้างมากที่สุดคือไม่รู้ว่าการชุมนุมอยู่ในรัศมี 150 เมตรจากพระบรมมหาราชวัง ระยะเวลาในการชุมนุมที่สั้นไม่ถึงชั่วโมง กีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการใช้บริการสถานีรถไฟฟ้า ก่อให้เกิดความไม่สะดวกต่อประชาชน ซึ่งทั้งหมดนี้จะยกมาเป็นการกล่าวอ้างไม่ได้ เพราะจำเลยย่อมต้องเล็งเห็นผลที่จะตามมาด้วย ในเมื่อกฎหมายได้ระบุข้อห้ามเอาไว้ชัดเจนแล้วแต่เหตุผลหนึ่งที่จำเลยยกขึ้นมาเปรียบเทียบคดีการชุมนุมทางการเมืองในลักษณะเดียวกัน เช่น คดีปิดสนามบิน หรือถ้าจะยิ่งไปกว่านั้น คดีเข้ายึดทำเนียบ ยึดสถานที่ราชการ ปิดถนนการจราจร ถูกแจ้งข้อหากบฏถึงการลงโทษผู้ต้องหาที่กระทำความผิดนั้นๆถ้ายุติธรรมไม่มี สามัคคีก็ไม่เกิด.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม