“อุ๊งอิ๊ง” ตอกหน้าสวน “ชูวิทย์” เพ้อเจ้อ โพสต์ “ทักษิณ” ยกเลิกแผนเดินทางกลับประเทศไทย “ทักษิณ” ยืนกรานกลับบ้าน 10 ส.ค. ตามโปรแกรมเดิมแขวะพวกโรงน้ำแข็ง ชอบปั้นน้ำเป็นตัว “ชูวิทย์” แซะต่อ อดีตนายกฯขอถอยตั้งหลัก ยกเลิกแผนกลับบ้านไม่มีกำหนดพลังประชารัฐปรับขบวนคณะกรรมการบริหารพรรค ให้ “บิ๊กป้อม” ไขก๊อกหัวหน้าพรรคแวบเดียว ก่อนแต่งตั้งกลับมารับตำแหน่งใหม่ “ธรรมนัส” คัมแบ็กนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค “บิ๊กป๊อด” กระโดดชิมลางการเมือง นั่งประธานกุนซือ พปชร. “ประวิตร” บอกไม่ทิ้งพรรค ขออยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร กกต.ลุยเรียกค่าเสียหาย สส.ก้าวไกล จ่ายค่าจัดเลือกตั้งซ่อม ปกปิดข้อมูลถูกจำคุก แต่ยังลงสมัคร สส. ม็อบพร้อมคึกคัก มวลชนแน่นขนัด โชว์พลังแยกราชประสงค์

หลังจากที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงการเกิดสถานการณ์พลิกผัน ทำให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ในวันที่ 10 ส.ค.ตามที่ประกาศไว้ ทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ระบุว่า เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ

“อุ๊งอิ๊ง” ตอก “ชูวิทย์” เพ้อเจ้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 28 ก.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “เกมพลิก ทักษิณถอยยกเลิกกลับไทย สถานการณ์เปลี่ยน” จนกลายเป็นหัวข้อข่าวที่ประชาชนติดตามให้ความสนใจ และแชร์ข้อความต่อจำนวนมาก เพื่อหักล้างข่าวก่อนหน้านี้ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค. และพร้อมมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม

...

ต่อมาเวลา 08.30 น. วันที่ 29 ก.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ที่นำข้อความดังกล่าวของนายชูวิทย์มาเผยแพร่ต่อ โดย น.ส.แพทองธารเข้าไปแสดงความคิดเห็นโพสต์ดังกล่าวสั้นๆว่า “เพ้อเจ้อ” มีผู้เข้าไปกดไลค์เป็นจำนวนมาก

“ทักษิณ” ยันกลับไทยเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่คนใกล้ชิดนายทักษิณได้กล่าวถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ที่โพสต์เฟซบุ๊กระบุนายทักษิณยกเลิกการเดินทางกลับประเทศไทยว่า ได้พูดคุยกับนายทักษิณที่ยังยืนยันว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัว มาลงที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วันที่ 10 ส.ค.เวลา 10.30 น. และจะออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ทางช่องทางวีไอพี โดยนายทักษิณได้ยืนยันว่า เรื่องการกลับบ้านนั้น ได้ยืนยันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ใดๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพราะมีความมุ่งมั่นกลับไปเลี้ยงหลาน ในกรุงเทพฯมีแต่เจ้าของโรงน้ำแข็งหลายโรงเหลือเกิน อ้างแต่ดีลลับ ใช้น้ำในคลองมาปั้นเป็นตัวสกปรก และนายทักษิณยังบอกว่า ช่วงนี้นอนหลับดี นอนตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง หลับ 7-8 ชั่วโมงรวด ไม่ลุกฉี่กลางดึก ฝันเห็นแต่ส้มหล่น

“ชูวิทย์” โต้โดนแขวะเพ้อเจ้อ

วันเดียวกันนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โพสต์ข้อความ “เพ้อเจ้อ” ตอบโต้ที่นายชูวิทย์โพสต์ข้อความนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยกเลิกการเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค.ว่า ผิดแผน ทักษิณยกเลิกกลับไทย หากใครคิดว่า ทักษิณจะกลับมาไทย วันที่ 10 ส.ค. แล้วมีตำรวจ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปรับตัว นำหมายศาลพาตัวเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษ 3 คดี รวม 10 ปี ตามปกติ ต้องถือว่าคิดผิด ไม่รู้ใจทักษิณ หากจะทำแบบนั้นจริง คงคิดได้นานแล้ว ไม่ต้องรอ 15-16 ปี ทักษิณออกจาก ไทยสมัยอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ปี 2551 แล้วไม่กลับมาอีกเลย ยิ่งจะมากลับช่วงเดือน ส.ค.2566 ที่กำลังร้อนแรงเรื่องการโหวตนายกฯ และจัดตั้งศูนย์อำนาจใหม่บริหารประเทศ กำหนดการวันที่ 10ส.ค. จึงต้องมีวาระพิเศษแน่นอน ปกติในวันแรกเมื่อก้าวเท้าเข้าคุกทำประวัติ สามารถยื่นขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคลได้เลย เป็นสิทธินักโทษทุกคน แต่เป็นเรื่องคนธรรมดาที่ทำผิดกฎหมาย ส่วนคนระดับนายก รัฐมนตรีที่ทำผิดกฎหมาย หากใครคิดว่าเหมือนกันก็บ้าเต็มที เอาเป็นว่าแม้แต่คนใหญ่คนโตทำผิดกฎหมายแล้วสู้ผิด กรมคุกยังต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากความปลอดภัยในคุก จะให้ไปปะปนนักโทษคนอื่นๆไม่ได้ เกิดมีนักโทษอยากดังหรือพวกหมั่นไส้อยากทำร้าย กรมคุกต้องรับผิดชอบ เพราะอยู่ในความควบคุมของตนเอง

มั่นใจ “ทักษิณ” เลื่อนกลับบ้าน

นายชูวิทย์ระบุว่า การขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคลเป็นพระราชอำนาจ แม้นักโทษเด็ดขาดชายในคุกมีสิทธิยื่นขอ แต่ไม่มีใครได้ ยกเว้นโทษที่เป็นความผิดต่อตัวพระองค์ท่าน คดีหมิ่นพระบรม เดชานุภาพ หรือ ม.112 นั่นเอง เมื่อมีการพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคล ให้มีธงนำเปิดทางไปที่คุกได้รับ อิสรภาพ ถือเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ในหลวงมีให้ต่อผู้กระทำผิดต่อพระองค์ท่านเท่านั้น แต่คนทำผิดคดีทุจริต ปล้น ฉ้อโกง ทุกคดี แม้ยื่นขอได้ แต่ไม่เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคล หากมีใครไปบอกทักษิณว่าทำได้ ต้องเป็นแผนหลอกให้ทักษิณเคลิ้ม ช่วงนี้พรรคเพื่อไทยเป็นตัวแปร หากเทไปข้างไหน ขั้วเก่าขั้วใหม่ ย่อมได้อำนาจ คนระดับอดีตนายกฯจากบ้านไป 16 ปี ย่อมต้องการกลับบ้านเกิดเป็นเรื่องปกติ แต่ครั้นจะกลับมาโดยไม่มีอำนาจคงกลับมานานแล้ว ไม่ต้องมากลับช่วงนี้ เกมแห่งอำนาจแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หากไม่มั่นใจทักษิณไม่กลับแน่นอน จึงบอกได้ว่า 4 ส.ค.นี้ ต้องยื้อ ดึงเช็ง สุดฤทธิ์ ตอนนี้ขอถอยไปตั้งหลักก่อน ยกเลิกแผนกลับไทยไม่มีกำหนด จนกว่าจะตั้งรัฐบาลลงตัว ส่วนใครว่าผมเพ้อเจ้อ ไม่โกรธหรอก เข้าใจดีว่าคุณอุ๊งอิ๊งอยากให้พ่อกลับบ้าน เป็นเรื่องความกตัญญู ส่วนผมพูดในฐานะคนไทยคนหนึ่งเท่านั้น

“จตุพร” เชื่อดีลกลับบ้านโอละพ่อ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค.ว่า ถ้ายังไม่เห็นตัวเป็นๆที่สนามบินดอนเมือง ก็ยังเชื่อไม่ได้ ที่ผ่านมานายทักษิณประกาศจะกลับบ้านมาตลอด แล้วก็ไม่กลับ แต่บอกจะมากลับครั้งนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตอนช่วงพรรคเพื่อไทยแข็งแรง ชนะเลือกตั้งยังไม่กล้ากลับบ้าน แต่วันนี้แพ้เลือกตั้ง แนวร่วมหายไปจำนวนมาก แต่เอาอะไรมามั่นใจ เชื่อว่า โอกาสกลับบ้านไม่ใช่ง่าย ยิ่งถ้าจะไปคิดว่าจะมารับโทษแค่วันเดียวแล้วได้ออกมา ไม่เป็นความจริง เมื่อเข้าไปอยู่ในคุก ทุกอย่างจะยากหมด ท้ายที่สุดพอใกล้ๆถึงวันจะกลับบ้านจะมีการเปลี่ยนแปลง โอละพ่ออีกรอบ ส่วนที่หน่วยราชการต่างๆเตรียมความพร้อมในการนำตัวนายทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันที เมื่อเดินทางมาถึงเมืองไทยนั้น ใครมีหน้าที่แสดงอะไร ก็ต้องแสดงไปตามนั้น ทั้งตำรวจ กรมราชทัณฑ์ ให้ไปถามเจ้าหน้าที่ที่เตรียมตัวเชื่อว่า เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ หรือแม้ถ้าพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นนายกฯ นายทักษิณก็คงไม่ได้กลับบ้าน เพราะสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยได้เสียง สส. 265 คน เกินครึ่ง นายทักษิณก็ยังไม่ได้กลับ วันนี้ได้เสียงแค่ 141 เสียง เป็นรัฐบาลผสม มวลชนก็หารกันระหว่างแดงกับส้ม จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

โต้ไม่มีห้องแอร์รองรับ “ทักษิณ”

น.ส.วริศรา ศิริสุทธิเดชา เลขานุการกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการเตรียมเรือนจำคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 10 ส.ค.ที่มีข่าวกรมราชทัณฑ์มีห้องพิเศษในเรือนจำ เป็นห้องแอร์ให้ผู้ต้องขังเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทำงานในเวลากลางวันว่า ห้องดังกล่าวเป็นห้องแอร์จริง แต่เป็นห้องทำงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา กรณีที่ผู้ต้องขังเด็ดขาดรายใด ที่กรมราชทัณฑ์เห็นว่า มีความรู้ ความสามารถช่วยสอนหนังสือหรืองานเอกสาร จะได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา จะมีบางห้วงเวลาตอนกลางวันให้ผู้ต้องขังเข้ามาทำงานตามที่ได้รับมอบหมายในห้องดังกล่าว ยืนยันไม่เคยมีผู้ต้องขังรายใดใช้ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ในการนอนหลับพักผ่อนได้ และไม่มีห้องพิเศษที่มีเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้ต้องขัง ส่วนกรณีนายทักษิณ หากเข้ารับการกักโรค ตรวจหาเชื้อโควิดครบ 10 วัน ครอบครัวจะเข้าเยี่ยมได้ในช่วงวันเวลาใดนั้น หากอดีตนายกฯเข้าสู่กระบวนการราชทัณฑ์เสร็จสิ้น มีการจัดลำดับชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางแล้ว ญาติและทนายความสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมได้ตามขั้นตอน ส่วนนายทักษิณจะอยู่ที่แดนใด ไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้

แดนพยาบาล-รพ.ก็ไร้ห้องแอร์

น.ส.วริศรากล่าวว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้รับทราบคำสั่งศาลที่จะแจ้งมา จึงไม่สามารถบอกได้ว่า ในช่วงขั้นตอนรับตัวเข้าเรือนจำ คัดกรอง ทำทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง เจ้าตัวจะมีโรคประจำตัวหรือไม่ ถ้ามีโรคประจำตัวที่มีการรับรองโดยแพทย์ ก็จะปฏิบัติตามระเบียบจำแนกผู้ต้องขัง โดยพิจารณาเอกสารทางการแพทย์ประกอบ ก่อนที่แพทย์ประจำเรือนจำจะใช้ดุลพินิจประเมินสุขภาพผู้ต้องขัง เพื่อคัดกรองผู้ต้องขังจะต้องไปรักษาตัวภายในหอผู้ป่วยใด หรือเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และยืนยัน แดนพยาบาลเรือนจำไม่มีเครื่องปรับอากาศ เป็นห้องพัดลมเท่านั้น ส่วนทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่มีแอร์ จะมีเพียงห้องผู้ป่วยรวมที่ประกอบไปด้วยเตียงผู้ป่วยที่วางเรียงกัน เป็นห้องพัดลม อย่างไรก็ตาม เรื่องหอผู้ป่วยขึ้นอยู่กับโรคด้วย เช่น ผู้ต้องขังป่วยวัณโรค จะมีหอผู้ป่วยแยกต่างหาก ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่ผู้ต้องขังรายอื่นๆ

“บิ๊กป้อม” ไขก๊อกหัวหน้าพรรค

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 3/2566 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มอบหมาย ระหว่างการประชุมนายไพบูลย์ได้อ่านจดหมายของ พล.อ.ประวิตรถึงกรรมการบริหาพรรคระบุว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคมีความประสงค์ขอลาออกจากหัวหน้าพรรคตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงวันที่ 29 ก.ค.2566 เวลา 08.30 น. จากนั้นนายไพบูลย์แจ้งที่ประชุมว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกเพราะ พล.อ.ประวิตรแจ้งไว้เมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว จะอยู่กับพรรคไปตลอดชีวิต ดูแลไปตลอด ในวันนี้จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เนื่องจากการลาออกของ พล.อ. ประวิตร มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดเดิมพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

ลาออกแวบเดียวถูกตั้งกลับมาใหม่

ต่อมาเมื่อเข้าสู่วาระเลือกตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรอีกครั้ง ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นเข้ามาเป็นคู่ชิง ก่อนแจกบัตรเลือกตั้งให้สมาชิกลงคะแนนคณะกรรมการบริหารพรรค 21 ตำแหน่ง โดยที่ประชุมมีมติเลือก พล.อ.ประวิตร กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง และเลือกรองหัวหน้าพรรค 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 2.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 3.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 4.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 5.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง

“ธรรมนัส” คัมแบ็กเลขาฯพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ที่มาดำรงตำแหน่งแทนนายสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ขยับไปเป็นรองหัวหน้าพรรค โดยมีการเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัสเพียงชื่อเดียวเช่นกัน ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒน์วงษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค ส่วนคณะกรรมการบริหารพรรคอีก 12 คน อาทิ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร นายสุธรรม จริตงาม สส.นครศรีธรรมราช นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ นายสกลธี ภัททิยกุล นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายอภิชัย เตชะอุบล นายอัครวัฒน์ อัศวเหม การประชุมครั้งนี้มีสมาชิกประกอบด้วยผู้แทนสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคเกิน 250 คน เข้าร่วมครบองค์ประชุมตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม

ตั้ง “พัชรวาท” ปธ.กุนซือ พปชร.

ต่อมาเวลา 11.45 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 21 คน พร้อมกันนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ลงนามคำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 113/2566 แต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นไป และยังมีคำสั่งที่ 114/2566 แต่งตั้งนายวราเทพ รัตนากร กรรมการนโยบายพรรค เป็น ผอ.สำนักงานพรรค

เร่งสยบข่าว “บิ๊กป้อม” ทิ้งพรรค

เมื่อถามว่า การแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาพรรค จะมีผลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า ขออนุญาตไม่ตอบ การเลือกกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐได้ดำเนินการไปในแนวทางพรรคเข้มแข็งและมั่นคง สยบข่าวลือว่า พล.อ.ประวิตรจะไม่ดูแลพรรค ยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร จะดูแลต่อ ขอสยบข่าวลือให้จบสิ้นในวันนี้ พล.อ.ประวิตรจะดูแลพรรคในฐานะหัวหน้าพรรคไปตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเลือกตั้งกรรมการบริหารเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตรเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค และ สส. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯทันที

“ลุงป้อม” ขออยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงการลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคบอกให้ตนลาออกก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ ยืนยันว่าจะอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้พรรคพลังประชารัฐต่อไปไม่ไปไหน เมื่อถามว่า การโหวตเลือกนายกฯที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายก รัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย วันที่ 4 ส.ค. พรรคพลังประชารัฐ มีทิศทางการโหวตอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่ทราบ คงรอมติที่ประชุมพรรค เมื่อถามว่า ได้ติดต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ หลังประกาศเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค. พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมไม่ได้เจอใครทั้งนั้น”

“ธรรมนัส” ปัดร่วมเจรจาดีลฮ่องกง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวเดินทางไปฮ่องกง พบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ว่า ไม่ทราบว่ากระแสข่าวนี้มาจากไหน ตนไปต่างประเทศจริง เพื่อไปทำภารกิจส่วนตัว ยืนยันไม่ได้ไปเจรจาการเมืองกับใครตามที่ข่าวระบุ เพราะพรรคพลังประชารัฐมีมติชัดเจนอยู่แล้วในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล ย้ำหลายครั้งแล้ว พรรคพลังประชารัฐมีเจตจำนงแน่วแน่ ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีแนวคิดแก้ไขมาตรา 112 พรรคการเมืองใดที่เรามองเห็นเป็นประจักษ์ว่า เมื่อร่วมงานกันแล้วจะเกิดความขัดแย้ง ทำให้สังคมแตกแยกรุนแรง จะไม่ร่วมงานเด็ดขาด ส่วนกระแสข่าวการเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณนั้น การเดินทางกลับประเทศไทย เป็นเรื่องส่วนตัวของนายทักษิณ ต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงสส.คนหนึ่งที่เข้ามาทำหน้าที่ในสภาแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่สามารถไปก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวนายทักษิณได้

“โรม” มึนดีลข้ามขั้วจริงหรือมั่ว

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยว่า เรื่องนี้มีคณะกรรมการพูดคุยเจรจา แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการพูดคุย จะมีการเลือกนายกฯวันที่ 4 ส.ค.อยู่แล้ว ไม่แน่ใจว่าตกลงจะเอาอย่างไร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายพยายามพูดว่ามีกระบวนการบางอย่างเกิดขึ้น เช่น การจัดตั้งรัฐบาลข้ามสายพันธุ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการพูดในสังคม โดยกระบวนการควรมีการออกมาพูดหรือปฏิเสธว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร การเจรจาตั้งรัฐบาลในการขอเสียงโหวตตามมาตรา 272 เป็นอย่างไร ยังไม่รู้ความคืบหน้า สิ่งที่สังคมกังวลพูดถึงกันเป็นอย่างไร เราก็ไม่รู้ จึงยังตอบลำบาก ต้องถามพรรคเพื่อไทยถึงเรื่องวันนัดเจรจาพูดคุย ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดว่า 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะนัดประชุมกันวันใด

ยังกาชื่อ ก.ก.เป็นฝ่ายค้านไม่ได้

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าพรรคก้าวไกล เป็นฝ่ายค้านแน่ นายรังสิมันต์ตอบว่า เรื่องการคาดคะเน ไม่เคยถูก 100% ขอให้ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง 8 พรรคร่วมรัฐบาล มี 312 เสียง ในสภาฯถือเป็นเสียงข้างมาก แต่ถ้ามี 312 เสียงแล้วเป็นฝ่ายค้าน คงอธิบายยากให้ประชาชนเข้าใจ เบื้องต้นเรายืนอยู่บนหลักการว่า เรามีโอกาสเป็นรัฐบาล แต่ให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้ง สุดท้ายผลจะเป็นอย่างไร ต้องมาคุยกัน เมื่อถามว่าเวลานี้ตัดพรรคก้าวไกลออกไปเป็นฝ่ายค้านได้หรือยัง นายรังสิมันต์ตอบว่า ยังตัดไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการตั้งรัฐบาลข้ามสายพันธุ์จริงๆ แล้วสุดท้ายพรรคก้าวไกลถูกผลักเป็นฝ่ายค้านจะดีใจหรือเสียใจ นายรังสิมันต์ตอบว่า ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก เป็นเรื่องของประชาชน เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นคือการไม่สะท้อนความต้องการประชาชนที่เลือกตั้งถึงขนาดนี้ แต่การตั้งรัฐบาลยังไม่เกิดขึ้น ผู้ทำให้เกิดกระบวนการไม่เคารพเสียงประชาชนต้องรับผิดชอบ อย่าทำแบบนั้น ต้องเล่นตามกติกา ตรงไปตรงมา ประเทศจะเดินได้ ถ้าหวงอำนาจ อยากมีอำนาจโดยไม่สนว่า จริงๆแล้วประชาชนไม่ได้เลือกคุณมาขนาดนั้น คิดว่าประชาชนจะสั่งสอนคนเหล่านี้ในอนาคต

ขำก๊ากไอโอปั่นโยงตั๋วปารีส

นายรังสิมันต์กล่าวถึงกรณีถูกโยงเกี่ยวข้องกับขบวนการตั๋วปารีสที่ให้ต่างชาติแทรกแซงการเมืองไทยด้วยการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ว่า เห็นแล้วขำก๊าก บรรดาไอโอมากันใหญ่ กรณีตั๋วช้างทำเป็นเงียบ ถ้าจะปั่นแฮชเเท็กนี้จะยิ่งทำให้คนนึกถึงตั๋วช้าง ยืนยันว่า ไม่จริง ไม่สมเหตุผลที่มาปั่นว่าตนรับงานต่างชาติมายกเลิกมาตรา 112 แถมนำเรื่องการยื่นทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ล่าสุดมาบอกว่า ทรัพย์สินตนเพิ่มขึ้นมากจากปี 2562 ขอตอบว่า ปี 2562 ยังโสด ทรัพย์สินยื่นคนเดียว แต่ปีล่าสุด ตนยื่นพร้อมทรัพย์สินภรรยา ทรัพย์สินของตนจริงๆไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก แถมเป็นหนี้ด้วยซ้ำ ตอนนี้อายุ 31 ปี แปลกตรงไหนที่จะกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ ทรัพย์สินที่ยื่นไปเกือบครึ่งเป็นของภรรยา ส่วนของตนมีแต่หนี้สิน ดังนั้น การเอาตัวเลขบางส่วนหยิบยกขึ้นมาโดยไม่เลือกอธิบายข้อเท็จจริง แล้วโจมตีกัน แสดงให้เห็นเจตนาต้องการให้คนเข้าใจผิด วันนี้มีกระบวนการดิสเครดิตรุนแรง หวังทำลายความน่าเชื่อถือพรรคก้าวไกลที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งรัฐบาลที่กำลังอีนุงตุงนังมากๆ

บก.ลายจุดขอท้าดีเบต สว.

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่แยกอโศกมนตรี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นัดหมายมวลชนแนวร่วมจัดการชุมนุมแบบแฟลชม็อบ #พร้อม2 เพื่อสื่อสารไปยัง สว.และองค์กรอิสระให้เคารพการตัดสินใจของประชาชน โดยนายสมบัติให้สัมภาษณ์ก่อนเคลื่อนขบวนว่า เป็นกิจกรรมประท้วง สว. ขอท้าดีเบต กับ สว.หัวข้อบทบาทหน้าที่สรรหานายกฯ และเรื่องคำถามพ่วงท้ายรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าขัดมาตรา 3 ที่ระบุให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนทราบว่า มี สว.ตอบรับแล้ว ขอท้าว่าถ้าตนแพ้ขอเลิกจัดม็อบ แต่ถ้าไม่แพ้และประชาชนเข้าใจได้ ขอให้ สว.ยุติการปฏิบัติตัวเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตยด้วยการลาออก นอกจากส่งสัญญาณถึง สว.แล้ว ยังสื่อสารไปยังพรรคการเมืองที่กำลังสับสนการจัดตั้งรัฐบาลใช้สูตรรวบรวมพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อตั้งรัฐบาล ขัดพันธสัญญาที่ให้กับประชาชน ขอให้ฝ่ายการเมืองกลับมาสนใจหลักการประชาธิปไตย

บี้ “วันนอร์” เอาผิดพวกงดออกเสียง

นายสมบัติกล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะเข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้นำเรื่องที่ สว.ลงมติโหวตสวน และไม่ออกความเห็นการเลือกนายกฯ เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าขัดมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนที่มีผู้เสนอให้รอ 10 เดือน จนกว่า สว.จะหมดวาระแล้วค่อยโหวตเลือกนายกฯ นั้น ส่วนตัวเชื่อว่า ยังใช้กลไกรัฐสภาสรรหานายกฯ ได้ส่วนที่นายทักษิณชินวัตรจะเดินทางกลับประเทศไทย อยากให้นายทักษิณกลับ เพราะเป็นตัวละครคู่ขัดแย้งหนึ่งในสังคม ถ้ากลับมาแล้วจะทำให้เรื่องนี้จบ หวังว่าจะกลับมาอย่างราบรื่น นายทักษิณจะมีบทบาทให้คำปรึกษาการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ จะช่วยประชาชนได้เยอะ

ม็อบคึกคักมุ่งหน้าราชประสงค์

กระทั่งเวลา 17.00 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มเริ่มนำมวลชนลงถนน จัดแถวแล้วเดินไปบนถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าแยกราชประสงค์ โดยนายสมบัติใช้โทรโข่งสื่อสารกับประชาชนมีการชูป้ายข้อความต่างๆ สลับกับการตีกลองและเป่าแตรสัญญาณเป็นจังหวะ ได้รับความสนใจจากประชาชนที่อยู่ข้างทาง ออกมายืนชู 3 นิ้วสนับสนุนจำนวนมาก โดยใช้ 2 ช่องทางการจราจรบนถนนสุขุมวิทขาเข้า มีการหยุดเป็นระยะเพื่อปรับขบวน แม้จำนวนมวลชนที่เคลื่อนขบวนออกมาจากแยกอโศกมีไม่มาก แต่ปรากฏว่าระหว่างเส้นทางบนถนนสุขุมวิทมีมวลชนที่ยืนรออยู่สองข้างทางทยอยเดินทางมาร่วมสมทบเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ ขบวนม็อบ#พร้อม2 มีความยาวมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ชาวต่างชาติที่ยืนข้างทาง ต่างนำโทรศัพท์มือถือมายืนบันทึกภาพการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ที่สันติ มีอารยะ ปราศจากความรุนแรง มีเพียงเสียงแตรลม และเสียงกลองให้จังหวะของทีมงาน และการเคาะหม้อกระทะที่ผู้ชุมนุมเตรียมมาดังสนั่นไปตลอดทาง

โชว์พลังแปรอักษรมนุษย์

ต่อมาเวลา 18.15 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นำกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบ #พร้อม 2 เคลื่อนขบวนถึงที่หมายแยกราชประสงค์ นำขบวนมวลชนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชดำริฝั่งขาออก ไปรวมตัวหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งโปรยใบปลิวที่มีภาพ สว. และข้อความประกาศจับ สว. ลงจากสกายวอล์ก จากนั้นนายสมบัติเริ่มทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ที่ป้ายราชประสงค์ หน้าศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า นำผ้าสีแดงไปผูกเพื่อสื่อถึงพรรคเพื่อไทย และพรรคฝ่ายประชาธิปไตยไม่ลืมคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากการเรียกร้องประชาธิปไตยในปี 2553 กระทั่งเวลา 18.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมปิดการจราจรถนนราชดำริทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก จัดกิจกรรมการแปรอักษรมนุษย์สื่อสารไปยัง สว. และองค์กรอิสระ ปรากฏภาพมุมสูงเป็นอักษรตัว “ห” ทีมงานตะโกนคำว่า “สว.” แล้วให้ผู้ชุมนุมตอบกลับว่า “หัว...” มีการชู 3 นิ้วร่วมกัน ก่อนที่นายสมบัติอ่านแถลงการณ์บนรถปราศรัยว่า ห.คือ เห็นหัว อย่าเห็นแก่ตัว ห.คือ เห็น สว.ชั่วเห็บหมัดเผด็จการ สว.จงพินาศ ประชาชนจงเจริญ จากนั้นทีมงานชักชวนมวลชนที่กำลังแปรอักษรมนุษย์บนถนน นำโทรศัพท์มือถือมาเปิดแฟลช หันหน้าไปโบกฝั่งสกายวอล์กราชประสงค์ให้ปรากฏเป็นภาพทะเลดาวรูป “ห” โดยนายสมบัติกล่าวว่า ให้รอการนัดหมายครั้งที่ 3 หวังว่าจะเดินขบวนได้ยาวและไกลกว่านี้ ก่อนประกาศคืนพื้นที่บนผิวจราจร ยุติการชุมนุม

สุดจี๊ดป้ายผ้าแขวะ สว.แสบสัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเคลื่อนขบวนไปยังแยกราชประสงค์ มวลชนมีการถือป้ายผ้าแสดงข้อความต่างๆหลายข้อความ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเสียดสีและประชดประชันการทำหน้าที่ของ สว.ที่ไม่ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีตามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะป้ายผ้าสีขาวที่มีข้อความพยัญชนะสีดำ เป็นตัวย่อว่า “ก จ ส ก ม อ ล ต ผ ด ก” ซึ่งนายสมบัติเฉลยความหมายว่า “กูจะสู้กับมึงไอ้ลูกติดเผด็จการ” ที่หลายคนให้สนใจรุมถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก

จ่อเรียกค่าจัด ลต.ซ่อม สส.ก.ก.

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติการเป็นสส. เนื่องจากเคยต้องโทษจำคุกว่า กรณีนี้ถือเป็นลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) โดยอนุมาตราดังกล่าวมิได้มีกำหนดระยะเวลาการพ้นโทษไว้เช่นมาตรา 98 (7) เนื่องจากกฎหมายกำหนดบทความผิดไว้เป็นการเฉพาะว่า ความผิดฐานใดบ้างที่ต้องห้ามดำรงตำแหน่ง สส. ดังนั้นหากผู้สมัคร สส.เคยทำความผิดตามฐานความผิดที่ระบุไว้ จะถือเป็นลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้ง สส. กรณีดังกล่าวหากผู้สมัครรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัคร แต่มาสมัครรับเลือกตั้งอาจเข้าข่ายรับโทษทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 151 และอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจัดการเลือกตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ส่วนที่นายนครชัยประกาศผ่านเฟซบุ๊กแจ้งจะลาออกจากตำแหน่ง สส.สัปดาห์หน้า จึงคาดว่าจะยื่นหนังสือลาออกสัปดาห์หน้า กรณีนี้ กกต.รับทราบเรื่องแล้ว อยู่ในขั้นตอนที่ส่วนกลางกำลังพิจารณาจัดทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ต่อไป จะมีประเด็นเรื่องความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 151 รวมทั้งอาจพิจารณาฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งใหม่ต่อไป

“เพนกวิน” ห่มผ้าเหลือง 1 พรรษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” อดีตนักกิจกรรมทางการเมืองแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม แกนนำกลุ่มราษฎรได้เข้าสู่โลกพระธรรม บรรพชาเป็นพระภิกษุวัดผาลาด ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับฉายาใต้ร่มกาสาวพัสตร์ว่า “เขมปัญโญ” โดยมีกำหนดบวชเป็นระยะเวลา 1 พรรษา ทั้งนี้ พิธีอุปสมบทของ

นายพริษฐ์จัดขึ้นแบบเงียบๆ นอกเหนือจากบิดามารดาและญาติพี่น้องแล้ว มีบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่งที่รับทราบข่าว เดินทางเข้าร่วม อาทิ นายณัฐวุฒิใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายธเนศวร์ เจริญเมืองนักวิชาการ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ น.ส.เบญจา อะปัญ แกนนำกลุ่มราษฎรเป็นต้น

โพลจี้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้อง

กรุงเทพโพล มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผล สำรวจความเห็นของประชาชนเรื่อง “ความเป็นอยู่ของคนไทยครึ่งปีแรกของปี 2566” เก็บข้อมูลประชาชน 1,077 คน พบว่าช่วงครึ่งปีแรกประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจชีวิตความเป็นอยู่ในภาพรวม เฉลี่ย 3.07 คะแนน จากเต็ม 5 คะแนน อยู่ในระดับปานกลาง ด้านที่มีความพึงพอใจมากสุดคือ ความสัมพันธ์ในครอบครัว 4 คะแนน ขณะที่ด้านที่พึงพอใจน้อยสุดคือ ค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เฉลี่ย 2.03 คะแนน ส่วนสถานการณ์การเงินช่วงครึ่งปีแรก ร้อยละ 40.1 ระบุว่า มีรายได้เดือนชนเดือน ไม่พอเก็บออม/ยังไม่ได้ออม ร้อยละ 26.1 ระบุว่า มีรายได้ไม่เพียงพอ ต้องหยิบยืม ร้อยละ 23.8 ระบุว่า รายได้เพียงพอ มีเงินออมลดลง และร้อยละ 10 ระบุมีรายได้เพียงพอ มีเงินออมตามเป้า สำหรับสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหามากที่สุดอันดับแรกเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.6 ระบุว่า เรื่องค่าครองชีพสูง สินค้าราคาแพง รองลงมาร้อยละ 20.7 เรื่องเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และร้อยละ 11.1 เรื่องควบคุมราคาน้ำมัน