ม็อบนิสิต ม.เกษตรฯ ชักธงดำข้อความ Respect My Vote อาลัยประชาธิปไตยที่ถูกย่ำ “อานนท์” หวังเห็นมวลชนออกมาร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ เผย จ่อนัดชุมนุมทุกสัปดาห์ ฝากเพื่อไทย-ก้าวไกล จับมือให้แน่น
เมื่อเวลา 17.20 น.วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมเวทีปราศรัยบริเวณหน้าหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มขึ้นโดย นายศรันย์ สมันตรัฐ นักวิชาการ สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรมคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ กล่าวถึงงานวิจัยจากนักวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบกฎหมาย การเมือง และประชาธิปไตยเบื้องต้น มานำเสนอให้มวลชนได้รับทราบ พร้อมเปรียบเทียบกับการเมืองไทยในปัจจุบัน เช่น ระบบกฎหมายไทยบางกรณีมีการตีความที่กำกวมทำให้เกิดความขัดแย้ง นอกจากนี้ ระบบการเมืองไทยยังเอื้อต่อการรัฐประหาร เพราะเมื่อมีการรัฐประหารก็ไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้
จากนั้นเป็นตัวแทนของพรรคอาทิตย์ใหม่ ม.เกษตร ซึ่งเป็นนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ชัดเจนแล้วว่าผู้มีอำนาจไม่เคยเห็นความสำคัญของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเป็นการขัดขวางการพัฒนา ใช้อำนาจในทางที่ผิด ขัดขวางความหวังและอนาคตของประชาชน ตนรู้สึกมีความสุขที่ประชาชนออกมาร่วมต่อสู้ แต่ต้องรู้สึกเป็นทุกข์ที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่เคารพเสียงของประชาชน ทั้งที่ประชาชนออกมาเลือกตั้งใช้สิทธิอย่างถูกกฎหมาย
...
สำหรับนักเคลื่อนไหวที่พบในพื้นที่ อาทิ นายชาติชาย แกดำ กลุ่มราษฎร นายกรกช แสงเย็นพันธ์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นายวีรวิทย์ รุ่งเรืองศิริผล หรือ ลุงศักดิ์ นายสมชาย คำนะ กลุ่มทะลุแก๊ส น.ส.นภัสสร บุญรีย์ กลุ่มด้อมส้ม นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ นักร้องและหัวหน้าวงสามัญชน
ต่อมาเวลา 18.00 น. หลังเคารพธงชาติมีการมีลดธงชาติลงจากยอดเสาแล้ว ทางกลุ่มผู้จัดการชุมนุมได้นำธงสีดำ ข้อความ Respect My Vote ชักขึ้นสู่ยอดเสาแทน พร้อมเปิดเพลง Do You Hear the People Sing? โดยผู้เข้าร่วมต่างพร้อมใจกันชู 3 นิ้ว โดยพิธีกรเวทีประกาศว่าเป็นการนำธงที่แสดงความไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตยที่ถูกย่ำและเผด็จการทหาร ตลอดจนพวกถ่วงความเจริญที่ฉุดรั้งประเทศไทย
ขณะที่เวลา 18.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ปราศรัย เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เมื่อบริเวณหน้าเวทีได้มีหญิงสูงวัยแต่งตัวดีถือป้ายข้อความรักสถาบันเดินเข้ามา โดยอ้างว่าเป็นนิสิตเก่า ม.เกษตรฯ แสดงความไม่พอใจที่มีการจัดชุมนุมในสถาบัน จนเกิดการโต้เถียงกับมวลชนหน้าเวที และมีสื่อมวลชนเข้ามารุมล้อมบันทึกภาพจนชุลมุนวุ่นวาย ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของผู้จัดชุมนุมจึงกันตัวหญิงรายนี้ออกไปแล้วปราศรัยต่อ
ทางด้าน นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำม็อบราษฎร ขึ้นปราศรัยเมื่อเวลา 19.30 น. โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามพยายามทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลแตกกัน โดยใช้เรื่องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นข้ออ้าง ดังนั้น เราต้องเป็นเกราะเป็นเชือกไม่ให้ 2 พรรคนี้แตก เพราะถ้าพรรคก้าวไกลถูกถีบไปเป็นฝ่ายค้าน แล้วศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิทางการเมือง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นเวลา 10 ปี และ สส. ทยอยติดคุก เราจะไม่มี สส.น้ำดี ไปอภิปรายเรื่องสถาบัน เรื่องงบทหาร ฯลฯ จึงต้องเป็นกาวใจให้จับมือกันฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้
ทั้งนี้ ถ้าถามว่าจะลดเพดานได้หรือไม่ นายอานนท์ ย้ำว่าไม่ได้ ขาหนึ่งที่อยู่ในสภาถอยไม่ได้ อีกขาหนึ่งคือมวลชนนอกสภา ต้องออกมากันให้มากขึ้น เพราะจำนวนที่เรามีตอนนี้ยังไม่พอจะต่อรองผู้มีอำนาจ นี่คือสิ่งที่เราวิงวอนร้องขอ หวังว่าเพื่อนที่อยู่บ้านจะออกมาร่วมกัน เราจะทำให้สังคมเห็นว่ามันเป็นไปได้ เหมือนเมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยชนะพรรคฝ่ายเผด็จการ วันนี้ก็แค่ชวนคนที่ออกไปเลือกตั้งให้ลงถนนอีกครั้งเท่านั้น อย่ามาบอกว่าจะเอาน้ำดี 141 ลิตร ไปรวมน้ำเสีย 70 ลิตร ของพรรคภูมิใจไทย เพราะเมื่อจุลินทรีย์ทำงาน ก็จะทำให้น้ำทั้งหมดเป็นน้ำเสีย และอย่ามาพูดว่าพวกเราต้องไปมีอำนาจก่อน เพราะเราเคยมีอำนาจแล้ว แต่ถ้าไม่แก้ปัญหาโครงสร้างประเทศนี้เปลี่ยนไม่ได้
“ล่าสุดมีตำรวจไปขอให้ศาลถอนประกันผม บอกว่ายุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย ถามว่าการชุมนุมแบบนี้วุ่นวายตรงไหน การพูดถึง สว. กกต. ศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังบิดเบือนกฎหมายอย่าชัดเจน ผิดตรงไหน สิ่งนี้ทำให้ผมและทีมงานต้องหวาดหวั่นบ้าง แต่เราไม่ต้องไปกลัว ตราบใดที่ออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยสมัย 14 ตุลา และพฤษภาทมิฬ คนแสนคนสามารถขับไล่เผด็จการได้ ปีนี้ถ้าเรามีคนนับหมื่นนับแสนจะสามารถไล่ ประยุทธ์ ประวิตร สว. องค์กรอิสระ และพวกปรสิตได้เช่นกัน เราจะมีนัดกันในทุกสัปดาห์เตรียมรองเท้าผ้าใบ ร่มกันฝนให้พร้อม นัดหมายเมื่อไหร่ มีม็อบเบิ้มๆ บนถนนแน่”
เวลา 20.30 น. มีการอ่านแถลงการณ์โดย น.ส.เพลง ทัพมาลัย แกนนำพรรคอาทิตย์ใหม่ มีใจความสำคัญว่า ขอแสดงจุดยืนในข้อเรียกร้องที่มีต่อ สว. และพรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตย 1. สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ขัดขวาง และอนุวัติตามเจตจำนงของประชาชน ด้วยการลาออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาโดยทันที 2. พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย 8 พรรค ต้องธำรงความสามัคคีอย่างเหนียวแน่น จับมือร่วมกันเพื่อรักษาความเป็นปึกแผ่นในพรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง 3. พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย 8 พรรค ต้องยึดมั่นในสัญญาข้อตกลงร่วม และไม่ลดระดับสัญญาทางนโยบายใดๆ ที่ได้ให้ไว้แก่พี่น้องประชาชน ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงของวงดนตรีสามัญชน แล้วจึงประกาศยุติการชุมนุม
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงค่ำของวันนี้ บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก และเครือข่ายนักศึกษาจำนวนหนึ่ง นำโดย น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง แกนนำกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ พูด-ร้อง-เต้น บนธงสายรุ้ง ส่งเสียงเรียกร้องให้ สว. ฟังเสียงประชาชน หลังจาก สว. และ สส.ฝ่ายอนุรักษนิยม ไม่โหวตให้ นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่ประชาชนคนไทย 14 ล้านเสียงลงคะแนนเลือกตั้งให้พรรคก้าวไกลมาเป็นรัฐบาล โดยบรรยากาศเป็นอย่างคึกคัก ได้รับความสนใจประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา และมีหลายคนร่วมแสดงความคิดเห็นไม่พอใจ สว.เสียงข้างมากอย่างดุเดือด
น.ส.ชุมาพร กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เป็นการแสดงออกว่าเราไม่ยอมกับอำนาจเผด็จการอีกต่อไป และเป็นจุดเริ่มของเสียงประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย พวกเรากลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก และเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ จะจับตาการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจะจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าข้อเรียกร้องของพวกเรา โดยเฉพาะสมรสเท่าเทียม ที่เป็นสิทธิพื้นฐานของเสรีภาพประชาธิปไตย และ การมีรัฐบาลที่มาเสียงร้องของประชาชน จะเกิดขึ้นเป็นจริงในประเทศไทย.