ต่างจิตต่างใจ เรื่องเดียวกันแต่คิดไม่ตรงกันก็มีถมไป 8 พรรค 312 เสียง ที่จับมือกันอยู่ในขณะนี้ก็คงทำนองนี้พรรคขนาดเล็กที่จำนวนเสียงไม่มากนัก เจอขอนไม้ก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อนเป็นธรรมดา เพราะถ้าหลุดมือไปอาจเคว้งคว้างหาฝั่งไม่เจอได้ปัญหาชิงเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติที่ “เพื่อไทย” เปิดศึกกับ “ก้าวไกล” ในขณะนี้ย่อมสร้างความหวั่นไหวให้พรรคเล็กเหล่านี้ไม่น้อยเหตุผลสำคัญก็เพราะหากมีอันต้องแยกขั้วไปต่อไม่ได้ อนาคตข้างหน้าจึงไม่มีความแน่นอนว่าจะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่เช่นว่าหาก “ก้าวไกล” ไปไม่ถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หรือขัดแย้งจนต้องแยกทางกันไปเป็นฝ่ายค้าน“เพื่อไทย” เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่สูตรใหม่ ก็จะเกิดขึ้น พรรคเล็กบางพรรคอาจจะเกาะไปด้วย แต่บางพรรคคงต้องถูกสลัดทิ้งจึงไม่แปลกที่จะได้ยินบรรดาพรรคเล็ก จะส่งเสียงเตือนให้ 2 พรรคใหญ่สงบศึก และอย่าให้สถานการณ์ไปถึงขั้นโหวตชิงตำแหน่งเลยชี้ตรงกันว่าจะทำให้ถึง “จุดจบ” ทันที!หรือให้สวยหน่อยก็จะบอกว่า ถือเป็นความพ่ายแพ้ของฝ่ายประชาธิปไตย ทำให้อำนาจเก่าฟื้นชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเป็นความหวังดีที่มีผลประโยชน์เป็นเดิมพันกำหนดการคลอดออกมาแล้วว่า สภาจะเปิดประชุมและให้มีการตั้งประธานสภาในวันที่ 4 ก.ค.66 ดังนั้นจะทำอะไรก็รีบทำเสียก่อนจะถึงเส้นตาย“เพื่อไทย” นัดหมายประชุมพรรควันที่ 27 ก.ค.66 เพื่อรับฟังความเห็นว่าจะตัดสินใจอย่างไร ก่อนวันนัดหมายกับ “ก้าวไกล” ในวันที่ 28 ก.ค. ว่าจะตกลงอย่างไร29 ก.ค. 8 พรรค จะประชุมเพื่อรับทราบเรื่องนี้ หากตกลงกันได้ก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ต้องไปสู้กันในที่ประชุมแต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร “ก้าวไกล” - “เพื่อไทย” เริ่มกินแหนงแคลงใจ เกิดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันอย่างไม่มีทางเลี่ยงการประชุมสัมมนาของ “ก้าวไกล” ในช่วงที่ผ่านมา แม้จะไม่มีเสียงสะท้อนอะไรออกมา แต่อย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของพรรค ที่มุ่งไปสู่มวลชนฐานรากสำคัญ รวมถึงการใช้ความสัมพันธ์ผ่านทางการ “สื่อสาร” ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้ชนะการเลือกตั้งมองในแง่นี้ก็เท่ากับ “ก้าวไกล” ให้ความสำคัญกับการสร้างพรรคให้เข้มแข็ง โดยมีฐานมวลชนรองรับหรือมองตามความเป็นจริง หากมีปัญหาไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ทางหนึ่งมวลชนคงถูกปลุกให้ขึ้นมาสู้เป็นผนังทองแดงกำแพงส้มอีกทางหนึ่งเก็บเปรี้ยวไว้กินหวาน ยอมถอยไปเป็นฝ่ายค้าน สร้างผลงานให้ปรากฏอย่างการทำหน้าที่ในสภาชุดที่ผ่านมาซึ่งเข้าตาประชาชนเป็นผลงานที่โดดเด่นมากจนกว่าจะมีเลือกตั้งใหม่ จะทำให้ “ก้าวไกล” ชนะอย่างชนิดถล่มทลายอย่างแน่นอน จากนั้นก็ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ไม่ต้องมีพรรคอื่นมาเป็นก้างขวางคออย่างนี้นี่เป็นหนทางหนึ่งแต่เมื่อยังไม่จนแต้มก็ต้องเจรจาต่อรอง หาทางออกที่ดีที่สุดเพราะแม้ “เพื่อไทย” จะมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นทว่าในแง่มวลชนแล้ว “ก้าวไกล” จะได้ความเห็นใจมากกว่า!“สายล่อฟ้า”