“แพทองธาร” ลั่น รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้ว เสียงสั่น น้ำตาคลอ ยอมรับอยากพาพ่อกลับบ้าน แต่ไม่ได้ต้องการผลักให้เป็นปัญหาประเทศ พร้อมยืนยันไม่ใช่เหตุผลให้เข้ามาเล่นการเมือง

วันที่ 8 ก.ย. 2565 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ลูกสาวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เปิดปาก กับ ภาคภูมิ” ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ผู้ประกาศข่าวไทยรัฐทีวี เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ผ่านมา โดยในรายการได้ถามว่าหากสมมติได้เป็นนายกรัฐมนตรี กลัวหรือไม่จะเป็นแบบพ่อ (ทักษิณ) ที่ถูกทำรัฐประหาร น.ส.แพทองธาร กล่าวยืนยันว่า รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ตนเองกลัวการถูกนำกฎหมายมาใช้แบบ 2 มาตรฐานมากกว่า เพราะทุกวันนี้ตนเองเคยพูดว่าโซเชียลมีเดียมันแรงขึ้น เรามีสื่อในมือ เราสามารถตอบคำถามและแก้ต่างในสิ่งที่มันไม่จริงได้ มั่นใจเลยว่าหากไทยรักไทยสมัยก่อนมีโซเชียลมีเดียในมือจะไม่เป็นแบบนี้ เพราะเรื่องหลายๆ เรื่องจะสามารถถูกชี้แจงได้ เพราะมีหลักฐานเพียงพอ แต่ในเวลานั้นมันไม่มีช่องทาง หรือสื่อที่จะแก้ต่างได้อย่างรวดเร็ว เพราะพ่อเองก็ไม่มีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ที่จะตอบโต้ได้เลย

...

ส่วนประเด็นที่มีคนบอกว่ามาเล่นการเมือง เพราะต้องการให้นายทักษิณกลับบ้านใช่หรือไม่นั้น น.ส.แพทองธาร ตอบด้วยเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอ ว่า “แยกเป็น 2 เรื่องนะ อิ๊งค์เป็นลูกสาวคนเล็ก อิ๊งค์เป็น Daddy’s girl มาตั้งแต่วันที่อิ๊งค์จำความได้ อิ๊งค์อยากให้พ่อกลับบ้านทุกวันนะคะ ตั้งแต่วันที่ออก ลูกสาวคนเล็ก นี่เราไม่พูดถึงคนกลางคนโต พูดถึงแค่ตัวเรา เราอยากให้พ่อกลับบ้านทุกวัน ถ้าใครตามอินสตาแกรมมาตั้งแต่เนิ่นนาน อิ๊งค์พูดมาทุกครั้ง อิ๊งค์อวยพรพ่อทุกรอบ ปีหน้าจัดงานวันเกิดที่บ้านเรานะ พูดทุกรอบ (ตั้งแต่ปี 49 พูดอย่างนี้ทุกปี) ทุกปีค่ะ มันคือความหวัง นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรา ครอบครัวอยู่ได้ เพราะเราก็มีความหวัง ไม่เคยพูดเลยว่าปีหน้าจะโอกาสน้อยลง พูดว่ามันมากขึ้นทุกปี อันนี้คือในเซ้นส์ของครอบครัว”

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า แต่ในเซ้นส์ของการเมือง เรื่องที่ตนเองแบกไว้ว่าอยากให้พ่อกลับบ้านทุกวัน มันคือปัญหาของครอบครัวตนเอง แต่ไม่ได้ต้องการจะผลักดันให้เป็นปัญหาของประเทศ เพราะการเมืองและประเทศตอนนี้ ปัญหาคือปากท้อง และประชาชนยากจน หนี้สินท่วมท้น นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ ไม่เอามาปนกัน โดยยอมรับว่าพ่อมีความหวังจะได้กลับประเทศ เพราะปัจจุบันอายุ 73 ปีแล้ว ที่ทุกวันนี้ยังหัวเราะเฮฮา ออกกำลังกายทุกวัน เพราะยังอยากแข็งแรงทั้งใจและร่างกาย

“เพราะฉะนั้น การกลับบ้าน แน่นอนค่ะมันก็ชัดเจน เขาอยากกลับบ้านอยู่แล้ว แต่กลไก ระบบมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่มันจะต้องเกิดขึ้น อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น แต่นี่คือเป็นสิ่งที่เราสื่อสารในบ้าน แต่ว่ามันจะเป็นอย่างไรต้องอาศัยระบบของกระบวนการยุติธรรมอยู่ดี”

เมื่อถามว่านายทักษิณ เคยส่งสัญญาณว่าต้องพากลับบ้านหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องการไปหาพ่อ พ่อไม่เคยมีแผนว่าจะให้ลูกไปหาเมื่อไหร่ พ่อยังเป็นหัวหน้าครอบครัวเสมอมา คือการเอาความสุขของคนในครอบครัวมาก่อน ไม่ใช่คนที่เอาตัวเองมาก่อน จึงยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มี และไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ตนเองมาทำงานการเมือง

เมื่อถามว่ามุมมองของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าครบวาระ 8 ปี หรือยัง น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ขอตอบแบบชาวบ้าน คิดว่าท่านใช้คำว่านายกฯมาถึง 8 ปีแล้ว แต่ศาลตัดสินอย่างไรก็เคารพ

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เน้นไปที่กลุ่มรากหญ้าว่า เป็นสิ่งที่ทำมาตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทยอยู่แล้ว จึงขอให้ติดตามวันที่ 10 ก.ย.นี้ ที่ จ.เชียงใหม่ ที่พรรคเพื่อไทย มีการขึ้นเวทีเปิดนโยบายในวันนั้น และจะมีการเปิดนโยบายที่ชัดเจนเรื่อยๆ ระหว่างทางหาเสียง

ส่วนเรื่องนโยบายจำนำข้าว มองว่าเป็นนโยบายที่ดี ที่ช่วยเกษตรกรทั้งหมด แนวคิดคล้ายนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค โดยเฉพาะการช่วยรากหญ้า ที่คิดว่านโยบายแบบนี้ต้องมีต่อ แต่จะปรับปรุงแก้ระบบกระบวนการให้รอบคอบรัดกุมมากขึ้น หากคนเปิดใจฟังว่าปัญหาในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ตอนนั้นคืออะไร และหลักการของนโยบาย ถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน จึงขออย่าเหมารวม

น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงความรู้สึกที่ทั้งพ่อและอา (น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เจอว่า ตนเองรู้สึกชื่นชมทั้ง 2 ท่าน เพราะหลายๆ เรื่องเห็นชัดอยู่แล้วว่าถูกใช้แบบ 2 มาตรฐาน แต่ทั้ง 2 ท่านก็ยังมีพลังบวกส่งต่อถึงคนรอบข้างได้ แม้แต่บางเรื่องไม่มีใครฟัง ไม่มีโอกาสในการชี้แจงเลยก็ตาม

เมื่อถามว่าหากพรุ่งนี้ตื่นเช้ามา อยากเห็นการพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่าอย่างไร โดย น.ส.แพทองธาร ระบุว่า การกำหนดวันเลือกตั้งและเดือนมาเลยเมื่อไหร่ เพราะประชาชนจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว แล้วเราจะกลับมาสู่ประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธาร ในครั้งนี้ ถือเป็นการออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ผ่านรายการทีวีกับสื่อหลักในประเด็นทางการเมือง